"ธนาคารล้ม" เงินฝากได้คืนครบไหม? เช็กธนาคารที่คุ้มครอง พร้อมวิธีฝากให้ปลอดภัย

"ธนาคารล้ม" เงินฝากได้คืนครบไหม? เช็กธนาคารที่คุ้มครอง พร้อมวิธีฝากให้ปลอดภัย

"ธนาคารล้ม" เงินฝากได้คืนครบไหม? เช็กธนาคารที่คุ้มครอง พร้อมวิธีฝากให้ปลอดภัย
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ธนาคารไหนปลอดภัยที่สุด เมื่อธนาคารล้ม? เปิดหลักคุ้มครองเงินฝาก และวิธีฝากให้ได้เงินคืนครบ

เงินเก็บที่สะสมมาหลายปี หากวันหนึ่งธนาคารที่ฝากไว้ต้องปิดกิจการ เราจะได้เงินคืนครบหรือไม่? คำถามนี้ทำให้หลายคนอยากรู้ว่า ธนาคารไหนปลอดภัยที่สุด โดยเฉพาะคนที่มีเงินฝากมากกว่า 1 ล้านบาท แต่คำตอบไม่ได้อยู่ที่ชื่อธนาคารเพียงอย่างเดียว เพราะต้องดูทั้งระบบคุ้มครอง ประเภทบัญชี และจำนวนเงินที่ฝากไว้ด้วย

สิ่งที่ประชาชนตรวจสอบได้ชัดเจนคือ เงินฝากของตนมีหลักประกันอะไร และครอบคลุมเท่าไร สำหรับธนาคารในระบบสถาบันคุ้มครองเงินฝาก หรือ DPA กฎหมายกำหนดวงเงินคุ้มครองสูงสุด 1 ล้านบาทต่อผู้ฝากหนึ่งรายต่อสถาบันการเงินหนึ่งแห่ง ส่วนธนาคารเฉพาะกิจของรัฐอยู่ภายใต้กฎหมายเฉพาะ จึงต้องพิจารณาหลักประกันแยกจากระบบ DPA

ธนาคารไหนมีระบบคุ้มครองเงินฝากรองรับ?

ธนาคารที่อยู่ในระบบ DPA มีหลายแห่งที่ประชาชนใช้บริการเป็นประจำ เช่น ธนาคารกรุงเทพ กสิกรไทย ไทยพาณิชย์ กรุงไทย กรุงศรีอยุธยา และทหารไทยธนชาต รวมถึงทิสโก้ เกียรตินาคินภัทร ซีไอเอ็มบี ไทย ยูโอบี ไทยเครดิต และแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ผู้ฝากสามารถตรวจสอบรายชื่อทั้งหมดได้จากเว็บไซต์ DPA โดยตรง การอยู่ในระบบนี้หมายถึงเงินฝากที่เข้าเงื่อนไขมีความคุ้มครองตามกฎหมาย ไม่ได้หมายความว่าธนาคารจะไม่มีโอกาสประสบปัญหา

คุ้มครอง 1 ล้านบาท นับต่อคนต่อธนาคาร ไม่ใช่ต่อบัญชี

จุดที่มักเข้าใจผิดคือ การเปิดหลายบัญชีในธนาคารเดียวกันแล้วคิดว่าจะได้รับความคุ้มครองเพิ่มขึ้น ในความเป็นจริง DPA จะนำยอดเงินฝากของผู้ฝากคนเดียวกัน ทุกบัญชีและทุกสาขาของธนาคารนั้นมารวมกัน รวมเงินต้นและดอกเบี้ย แล้วคำนวณความคุ้มครองภายในวงเงิน 1 ล้านบาท ดังนั้น การเปิดบัญชีออมทรัพย์และบัญชีฝากประจำแยกกันในธนาคารเดียวกัน ไม่ได้เพิ่มวงเงินคุ้มครองเป็น 2 ล้านบาท

  • ฝาก 800,000 บาทในธนาคารเดียว: หากรวมดอกเบี้ยแล้วยังไม่เกิน 1 ล้านบาท และเป็นเงินฝากที่เข้าเงื่อนไข ยอดดังกล่าวอยู่ในวงเงินคุ้มครอง
  • ฝาก 3 ล้านบาทในธนาคารเดียว: วงเงินคุ้มครองจาก DPA สูงสุด 1 ล้านบาท ส่วนเกินต้องรอเฉลี่ยคืนจากการชำระบัญชี
  • ฝากธนาคารเดียวกัน 3 สาขา: ยังคงรวมยอดเพื่อคำนวณภายใต้วงเงินเดียวกัน

ถ้าธนาคารล้ม จะได้เงินคืนเมื่อไร?

กรณีสถาบันการเงินในระบบถูกเพิกถอนใบอนุญาต DPA ระบุว่าจะจ่ายเงินคุ้มครองให้ผู้ฝากภายใน 30 วัน ภายใต้วงเงินและเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ส่วนเงินฝากที่เกินวงเงินคุ้มครองจะได้รับการเฉลี่ยคืนจากการชำระบัญชีต่อไป ซึ่งไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะคืนครบทั้งหมด นอกจากนี้ การคำนวณเงินที่จ่ายยังต้องหักหนี้ที่ถึงกำหนดชำระก่อนหรือในวันที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต ตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องด้วย

แล้วธนาคารออมสิน ธ.ก.ส. ธอส. และธนาคารอิสลามฯ ล่ะ?

ทั้ง 4 แห่งเป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ซึ่งเงินฝากไม่ได้อยู่ในระบบคุ้มครองของ DPA จึงไม่ใช้เพดาน 1 ล้านบาทของระบบนี้ สำหรับ ธนาคารออมสิน มีข้อมูลจากธนาคารโดยตรงระบุว่าเงินฝากมีรัฐบาลเป็นประกัน อย่างไรก็ตาม การอยู่นอกระบบ DPA เพียงอย่างเดียว ไม่ใช่เหตุผลเพียงพอที่จะสรุปว่าทุกธนาคารมีหลักประกันและขั้นตอนคืนเงินเหมือนกันทั้งหมด

สำหรับ ธ.ก.ส. ธอส. และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ผู้ที่ต้องการฝากเงินจำนวนมากควรขอข้อมูลหลักประกันเงินฝากและฐานกฎหมายจากธนาคารโดยตรง การตรวจสอบนี้ไม่ได้หมายความว่าธนาคารเหล่านี้ไม่มั่นคง แต่ช่วยให้ผู้ฝากเข้าใจสิทธิของตนอย่างถูกต้อง ที่สำคัญ ไม่ควรนำคำว่า “ธนาคารรัฐ” มาใช้แทนคำรับรองว่าได้เงินคืนทันทีและครบทุกกรณี

วิธีฝากเงินให้ทั้งก้อนอยู่ในวงเงินคุ้มครอง

สำหรับผู้ที่ต้องการใช้ระบบ DPA เพื่อคุ้มครองเงินฝากทั้งก้อน แนวทางคือ กระจายเงินไปยังคนละธนาคาร และให้ยอดรวมต่อแห่งไม่เกิน 1 ล้านบาท โดยต้องเผื่อพื้นที่สำหรับดอกเบี้ยที่จะเพิ่มขึ้นด้วย ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นการแบ่งเงินเพื่อให้เห็นภาพ โดยสมมติว่าไม่มีเงินฝากเดิมในธนาคารเหล่านั้น และบัญชีทั้งหมดเข้าเงื่อนไขคุ้มครอง ผู้ฝากยังต้องติดตามยอดรวมเป็นระยะ เพื่อไม่ให้เงินต้นและดอกเบี้ยเกินเพดาน

เงินเก็บทั้งหมด ตัวอย่างการกระจายเงินฝาก สิ่งที่ต้องตรวจสอบ
900,000 บาท ฝากธนาคารในระบบ DPA 1 แห่ง รวมเงินฝากบัญชีอื่นและดอกเบี้ยแล้วไม่เกิน 1 ล้านบาท
1,500,000 บาท แบ่ง 2 ธนาคาร ธนาคารละ 750,000 บาท ต้องเป็นคนละสถาบันการเงิน
3,000,000 บาท แบ่ง 4 ธนาคาร ธนาคารละ 750,000 บาท มีพื้นที่รองรับดอกเบี้ย แต่ต้องติดตามยอดต่อเนื่อง
5,000,000 บาท แบ่ง 6 ธนาคาร แห่งละ 800,000 บาท จำนวน 5 แห่ง และอีกแห่ง 1,000,000 บาทไม่ได้เผื่อดอกเบี้ย จึงควรแบ่งให้สมดุล เช่น แห่งละประมาณ 833,333 บาท จัดยอดจริงให้รวมครบ 5 ล้านบาท และไม่ให้ยอดต่อแห่งเกินเพดานเมื่อรวมดอกเบี้ย

ฝากผ่านธนาคาร ไม่ได้แปลว่าทุกผลิตภัณฑ์ได้รับความคุ้มครอง

ก่อนนำเงินไปฝาก ต้องดูให้ชัดว่าสิ่งที่ซื้อเป็น “เงินฝาก” หรือ “การลงทุน” เพราะผลิตภัณฑ์ที่ขายผ่านธนาคารบางอย่างไม่ได้รับความคุ้มครองจาก DPA บัญชีออมทรัพย์ กระแสรายวัน และฝากประจำสกุลเงินบาทที่เข้าเงื่อนไขอยู่ในกลุ่มเงินฝากที่ได้รับความคุ้มครอง ส่วนกองทุนรวม หุ้นกู้ พันธบัตร และเงินฝากสกุลเงินต่างประเทศ ไม่ได้รับความคุ้มครองจาก DPA จึงไม่ควรนำมานับรวมเป็นเงินฝากที่ได้รับหลักประกันแบบเดียวกัน

เช็ก 5 ข้อ ก่อนฝากเงินก้อนใหญ่

  • ตรวจชื่อธนาคาร: เช็กว่าอยู่ในระบบ DPA หรือมีหลักประกันตามกฎหมายเฉพาะอย่างไร
  • ตรวจประเภทผลิตภัณฑ์: ต้องเป็นเงินฝากที่เข้าเงื่อนไขคุ้มครอง ไม่ใช่เพียงผลิตภัณฑ์ที่ซื้อผ่านธนาคาร
  • รวมยอดทุกบัญชี: นับเงินฝากเดิม ออมทรัพย์ ฝากประจำ และดอกเบี้ยในธนาคารเดียวกัน
  • กระจายไปคนละธนาคาร: การแบ่งหลายบัญชีหรือหลายสาขาในธนาคารเดียวกันไม่เพิ่มวงเงิน DPA
  • ติดตามยอดและข้อมูลติดต่อ: ตรวจยอดเป็นระยะ และอัปเดตข้อมูลกับธนาคารเพื่อให้ติดต่อได้เมื่อจำเป็น

สรุป ธนาคารไหนปลอดภัยที่สุดสำหรับเงินฝาก?

จากข้อมูลเรื่องคุ้มครองเงินฝากเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถจัดอันดับว่าธนาคารใด “ปลอดภัยที่สุด” ในทุกสถานการณ์ได้ แต่ผู้ฝากสามารถวางแผนให้เงินเก็บมีหลักประกันชัดเจน โดยเลือกบัญชีที่ได้รับความคุ้มครองและกระจายยอดให้อยู่ในเพดานของแต่ละธนาคาร สำหรับระบบ DPA ต้องจำหลักว่า 1 ล้านบาทต่อคนต่อธนาคาร รวมเงินต้นและดอกเบี้ย และหากมีหนี้ที่ถึงกำหนดชำระ ยอดเงินที่ได้รับจริงอาจต้องหักหนี้ตามเกณฑ์ด้วย

หากเป้าหมายคือให้เงินฝากทั้งหมดอยู่ในวงเงินคุ้มครอง การแบ่งฝากหลายธนาคารอย่างเหมาะสมเป็นวิธีที่ตรวจสอบได้ชัดเจน ส่วนผู้ที่เลือกธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ ควรพิจารณาหลักประกันตามกฎหมายของแต่ละแห่งประกอบ การมีสิทธิได้รับเงินคืนกับการถอนเงินได้ทันทีเป็นคนละเรื่อง จึงควรมีเงินสำรองสำหรับค่าใช้จ่ายระหว่างรอกระบวนการคืนเงินด้วย

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล