ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น87.31จุด

กระแสหุ้นออนไลน์

สนับสนุนเนื้อหา

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดเมื่อคืนนี้ (7 พ.ค.) เพิ่มขึ้น 87.31 จุด หรือ 0.58% แตะที่ 15,056.20 จุด ดัชนี S&P 500 ปิดบวก 8.46 จุด หรือ 0.52% แตะที่ 1,625.96 จุด และดัชนี Nasdaq ปิดบวก 3.66 จุด หรือ 0.11% แตะที่ 3,396.63 จุด เพราะได้แรงหนุนจากการทะยานขึ้นของตลาดหุ้นยุโรป อันเนื่องมาจากข้อมูลที่ระบุว่าความเชื่อมั่นของนักลงทุนในเยอรมนีปรับตัวสูงขึ้นและจากการที่ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ส่งสัญญาณว่าจะใช้นโยบายผ่อนคลายการเงินเพิ่มเติม นอกจากนี้ การที่ธนาคารกลางออสเตรเลียประกาศลดอัตราดอกเบี้ยก็เป็นอีกปัจจัยที่หนุนตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดในแดนบวกด้วย   สำนักงานสถิติแห่งชาติเยอรมนีรายงานว่า ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานของเยอรมนีพุ่งขึ้นสวนทางคาดการณ์ในเดือนมี.ค. โดยยอดสั่งซื้อเพิ่มขึ้น 2.2% ในเดือนมี.ค. จากสถิติเดือนก.พ. นับเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงการกลับมาขยายตัวของเศรษฐกิจเยอรมนีอีกครั้ง   ขณะที่ธนาคารกลางออสเตรเลียประกาศลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% สู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 2.75% ในการประชุมวันนี้ ซึ่งเป็นการลดดอกเบี้ยครั้งแรกนับตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว เนื่องจากเศรษฐกิจภายในประเทศได้รับผลกระทบจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ออสเตรเลียและแนวโน้มที่มีความผันผวนมากขึ้นของเศรษฐกิจโลก            นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยบวกหลังจากนายมาริโอ ดรากิ ประธานอีซีบีกล่าวว่า อีซีบีพร้อมที่จะใช้มาตรการเพิ่มเติมหากจำเป็น เพื่อสกัดภาวะถดถอยของเศรษฐกิจยุโรป หลังจากที่อีซีบีได้ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% สู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 0.5% ในการประชุมครั้งล่าสุด             นักลงทุนจับตาดูกระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 4 พ.ค.ในวันพฤหัสบดีเวลา 19.30 น.ตามเวลาไทย ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่าจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานจะอยู่ที่ 335,000 ราย เพิ่มขึ้นจาก 324,000 รายในสัปดาห์ก่อนหน้า           ก่อนหน้านี้กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรปรับตัวเพิ่มขึ้น 165,000 ตำแหน่งในเดือนเม.ย. ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 145,000 ตำแหน่ง ส่วนอัตราว่างงานปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 7.5% จากระดับ 7.6% ในเดือนก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นอัตราว่างงานที่อยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 4 ปีนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2551