ดัชนีดาวโจนส์ปิดพุ่งขึ้น130.63 จุด

กระแสหุ้นออนไลน์

สนับสนุนเนื้อหา

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดเมื่อคืนนี้ (2 พ.ค.) พุ่งขึ้น 130.63 จุด หรือ 0.89% ปิดที่ 14,831.58 จุด ดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น 41.49 จุด หรือ 1.26% ปิดที่ 3,340.62 จุด และดัชนี 14.89 จุด หรือ 0.94% ปิดที่ 1,597.59 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 ทะยานขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากนักลงทุนขานรับธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ซึ่งประกาศลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเมื่อวานนี้ และจำนวนคนว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐลดลงอย่างเหนือความคาดหมาย   นักลงทุนขานรับข้อมูลแรงงานที่สดใสของสหรัฐ โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่าจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกของสหรัฐในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 27 เม.ย. ปรับตัวลง 18,000 ราย สู่ระดับ 324,000 ราย ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี ตรงข้ามกับที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นแตะระดับ 345,000 ราย สะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มนายจ้างในสหรัฐยังคงมีการจ้างงานแม้ว่าเศรษฐกิจส่งสัญญาณการชะลอตัวก็ตาม             นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากข่าวที่ว่า อีซีบีมีมติลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% มาอยู่ที่ระดับ 0.50% ในการประชุมเมื่อวานนี้ ซึ่งสอดคล้องกับที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ขณะที่นายมาริโอ ดรากิ ประธานอีซีบีแถลงต่อผู้สื่อข่าวภายหลังการประชุมว่า การที่อีซีบีตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในวันนี้เนื่องจากอีซีบีเล็งเห็นว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้ออยู่ในระดับที่ต่ำ เมื่อพิจารณาจากปัจจัยในระยะกลาง      ตลาดได้รับปัจจัยบวกมากขึ้นจากรายงานที่ว่ายอดขาดดุลการค้าเดือนมี.ค.ของสหรัฐ ร่วงลง 11% สู่ระดับ 3.883 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งปรับตัวลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 เนื่องจากยอดการนำเข้าลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2551 และลดลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าจะปรับลงมาอยู่ที่ระดับ 4.2 หมื่นล้านดอลลาร์             นักลงทุนจับตาดูกระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนเม.ย.ในวันศุกร์นี้เวลา 19.30 น.ตามเวลาไทย โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขการจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 145,000 ตำแหน่งในเดือนเม.ย. และคาดว่าอัตราการว่างงานจะทรงตัวอยู่ที่ 7.6%