ง่ายๆ!! 100เดียวทุกทรง ร้านตัดผม บนสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส

ง่ายๆ!! 100เดียวทุกทรง ร้านตัดผม บนสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส
ประชาชาติธุรกิจ

สนับสนุนเนื้อหา

ขึ้นชื่อว่าย่านทองหล่อ ข้าวของเครื่องใช้ดูจะแพงไปเสียทุกอย่าง ใครจะไปนึกว่าในย่านธุรกิจอย่างนี้จะมีร้านตัดผมราคาเบาๆ กับเขาด้วย

เพียงคุณลง BTS สถานีทองหล่อ ก็จะร้านเจอร้านตัดผมที่ชื่อ Just Cut ขนาดกะทัดรัด ใครผ่านไปผ่านมาตรงทางออกที่ 2 คงพอคุ้นตากันบ้าง ที่ร้านมีทั้งลูกค้าขาจร ขาประจำ นั่งต่อคิวกันไม่มีบ่น เพราะร้านนี้มีดีที่ราคาถูก และ เร็ว

สนนราคาเพียงหัวละ 100 บาทเท่านั้น จนมีลูกค้าขาประจำใช้บริการสม่ำเสมอ เห็นลูกค้าทั้งไทยและฝรั่งเดินเข้าเดินออกเป็นว่าเล่น อยากรู้เคล็ดลับเรียกลูกค้า ประชาชาติฯออนไลน์ จึงไปคุยกับช่างตัดผมสาว 2 คนได้แก่ช่างสุ และ ช่างโอ๋ ถึงในร้าน

ช่างสุ ที่เพิ่งวางมือจากการตัดสกินเฮดให้ "Simon McNeil" ลูกค้าขาประจำชาวอังกฤษ เล่าว่า อันที่จริงร้านนี้เปิดให้บริการมาแล้วถึง 3 ปี ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2554

มี 2 สาขา โดยอีกสาขาอยู่สถานีพระโขนง ส่วนที่ทองหล่อก็มีลูกค้ามาใช้บริการอยู่เรื่อยๆ มีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติในปริมาณไล่เรี่ยกัน จะเบาบางในช่วงเช้า ส่วนในช่วงกลางวันมีประปราย พอช่วงเย็นหลังเลิกงานคนจะแน่นมาก บางครั้งต้องมานั่งต่อคิว ซึ่งหลายคนก็อดทนรอ โดยเฉพาะลูกค้าชาวไทยที่ตั้งใจรอกว่าชาติอื่น

"ที่นี่เราตัดอย่างเดียว ตามชื่อร้าน ถ้าทรงมาตรฐานใช้เวลาแค่ 10 นาที ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ แต่ถ้าลูกค้าต้องการทรงผมอื่นก็สามารถนำรูปตัวอย่างมาให้ช่างดูได้ เพราะช่างตัดได้ทุกทรง

แต่เวลาที่ตัดก็อาจจะนานขึ้นตามความยากง่าย และที่ร้านจะมีเมนูทรงต่างๆ ให้เลือกทั้งหญิงชาย เอาไว้ให้ชาวต่างชาติดูด้วย ให้เขาชี้ว่าเอาประมาณทรงนั้นทรงนี้ แล้วบอกแค่ให้สั้นกว่า หรือ ให้ยาวกว่าในแบบเท่านั้น เราจะตัดให้จนกว่าลูกค้าจะพอใจ"

"ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นผู้ชายมากกว่าผู้หญิง ตัดจนรู้ว่าชาติอะไรชอบแบบไหน(ยิ้ม) อย่างคนญี่ปุ่นจะชอบใช้กรรไกร ส่วนฝรั่งจะชอบไถเป็นสกินเฮด ส่วนคนไทยจะหลากหลายมาก ทั้งอันเดอร์ คัท หรือ โมฮอร์คก็มี

เราต้องใส่ใจรายละเอียดมาก แม้แต่ทรงสกินเฮดเนี่ย ก็ต้องเก็บขอบให้เกลี้ยง ผมโผล่มาเส้นนึงก็ไม่ได้ บางทีมันเหลือเส้นนึงตรงใกล้ๆ หู ก็จะคันอยู่นั่น เราต้องเก็บให้เรียบร้อย คือเราใส่ใจมาก อย่างบางคนเดินร้อนมาก็จะเช็ดเหงื่อให้ ทุกอย่างต้องสะอาดใช้ครั้งเดียวทิ้ง เช่น กระดาษรองคอ กระดาษกันเปื้อน ตัดเสร็จก็จะมีเครื่องดูดเศษผมให้ลูกค้าไม่เหลือติดตัว"

ด้วยความที่ร้านแห่งนี้บริการตัดผมเท่านั้น อุปกรณ์จึงไม่ครบครันเท่าร้านเสริมสวยทั่วไป การตัดผมในบางครั้งจึงเป็นเรื่องท้าทายความสามารถเป็นอย่างยิ่ง ดังเช่นที่ช่างสุเล่าว่า เคยมีลูกค้าอยากให้ตัดผม แต่ใส่เจลแข็งมาทั้งหัว แต่ที่ร้านไม่มีน้ำ

ไม่มีบริการสระผม แต่ไม่รู้จะปฏิเสธลูกค้ายังไง ที่ทำได้คือฉีดน้ำใส่ผมทั้งเหนียวๆ พอให้หวีได้ แล้วก็ต้องตัดไปทั้งอย่างนั้น บางครั้งตัดจนกรรไกรพังก็เคยมาแล้ว ซึ่งถ้าเป็นไปได้ช่างขอร้องว่าขอให้ลูกค้าสระผมมาก็พอ จากนั้นจะขอทรงอะไรช่างทำได้ทุกอย่าง

ด้าน Simon McNeil ลูกค้าชาวอังกฤษ เล่าให้ฟังว่า มาเป็นลูกค้าประจำร้านนี้มา 3 ปีแล้ว มาตัดผมประมาณเดือนละ 2 ครั้ง เพราะติดใจที่สะดวก สะอาด ราคาถูก และถูกใจในฝีมือการตัดผมของช่าง

เห็นจะจริงอย่างไซมอนว่า เพราะหลังจากเขาแล้ว ชายหนุ่มต่างชาติอีก 3-4 รายก็ทยอยเข้ามาใช้บริการตามกันติดๆ จนช่างแทบไม่มีเวลากินข้าวกลางวัน

ใครสนใจอยากลองใช้บริการ เชิญได้ทุกวันไม่มีมีวันหยุดตั้งแต่เวลา 09.30-20.30 น แต่มีข้อแม้นิดเดียวคือขอให้พกธนบัตรใบละ 100 บาท เพื่อมาจ่ายผ่านตู้อัตโนมัติ(คิออส)ที่ตั้งอยู่ในร้านด้วย

เพราะตัวช่างมีเงินติดตัวกันไม่ถึงคนละ 500 บาท อีกทั้งเคยมีประสบการณ์ไม่มีแบงค์ 100 ให้ลูกค้าแลกจนอารมณ์เสียไปหลายราย เพียงแค่นี้ก็ทำให้เราก็จะได้สวยหล่อแบบสั่งได้แถมสบายกระเป๋าอีกต่างหาก