ไทยอาจเสียแชมป์ ส่งออกยางพาราในตลาดโลก

ไทยอาจเสียแชมป์ ส่งออกยางพาราในตลาดโลก
thaipbs

สนับสนุนเนื้อหา

"อุทัย" อดีตประธานสภาการยางพาราแห่งประเทศไทย ประเมินโครงการรักษาเสถียรภาพราคายางพารา

กระทบต่อต้นทุนผู้ส่งออกทำให้แข่งขันยาก จากราคาแซงแทรกที่สูงกว่าตลาดถึงกิโลกรัมละ 30 บาท ระบุไทยอาจเสียแชมป์การส่งออกยาง

นายอุทัย สอนหลักทรัพย์ อดีตประธานสภาการยางพาราแห่งประเทศไทย กล่าวถึง โครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง ที่จะสิ้นสุดโครงการลงในวันที่ 31 มีนาคมนี้

ว่าผลของโครงการแทรกแซงทำให้ต้นทุนของผู้ส่งออกเพิ่มขึ้น และการจัดเก็บเงินสงเคราะห์ หรือ เงิน เซสส์ของไทยที่กิโลกรัมละ 5 บาท ยังสูงกว่าประเทศมาเลเซียที่เก็บเพียงกิโลกรัมละ 1.40 บาท

ขณะที่อินโดนีเซียไม่มีการเก็บ จึงมองว่าอนาคตไทยอาจเสียตลาดการส่งออกให้กับประเทศคู่แข่ง เช่นเดียวกับโครงการับจำนำข้าว

ทั้งนี้หากรัฐบาลมีแนวคิดระบายยางพาราช่วงนี้ก็จะขาดทุนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 30 ของวงเงินแทรกแซง เนื่องจากปัจจุบันราคายางแผ่นดิบในตลาด อยู่ที่กิโลกรัมละ 78 บาท

ขณะที่ ยางแผ่นรมควันชั้น 3 กิโลกรัมละ 82 บาท ต่างจากราคาแทรกแซงประมาณกิโลกรัมละ 30 บาท

ด้าน นายจารึก สิงหปรีชา ผู้อำนวยการศูนย์ติดตามและพยากรณ์เศรษฐกิจ การเกษตร กล่าวว่า การระบายยางพาราของรัฐสามารถเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมได้ โดยไม่ต้องเร่งรีบเนื่องจากเป็นสินค้าเกษตรที่เก็บได้นานกว่าชนิดอื่น

และขณะนี้ความต้องการในตลาดโลกยังไม่ฟื้นตัวมากนักอาจทำให้ระบายได้น้อยและราคาต่ำ และการส่งเสริมอุตสาหกรรมแปรรูปเพื่อรองรับปริมาณยางในสต็อกของรัฐเป็นหนทางหนึ่งที่จะเพิ่มมูลค่ายางภายในประเทศได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาตลาดโลก