ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น48.92 จุด

กระแสหุ้นออนไลน์

สนับสนุนเนื้อหา

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดเมื่อคืนนี้ (8 ก.พ.) ปรับตัวขึ้น 48.92 จุด หรือ 0.35% ปิดที่ 13,992.97 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 8.54 จุด หรือ 0.57% ปิดที่ 1,517.93 จุด ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค.2550 หรือในรอบ 5 ปี และดัชนี Nasdaq พุ่ง 28.74 จุด หรือ 0.91% ปิดที่ 3,193.87 จุด ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 12 ปี ขณะที่ดัชนี S&P และ Nasdaq ปรับตัวขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 6 สัปดาห์ติดต่อกันแล้ว เพราะได้ปัจจัยหนุนจากข้อมูลการค้าที่เป็นบวกจากบรรดาประเทศเศรษฐกิจชั้นนำของโลก ซึ่งเพิ่มความหวังว่าเศรษฐกิจโลกกำลังฟื้นตัวขึ้น   โดยตลอดทั้งสัปดาห์ ดัชนีดาวโจนส์ขยับลง 0.1% S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.3% และ Nasdaq เดินหน้า 0.5%   ทั้งนี้ ดัชนีหุ้นสหรัฐดีดตัวคึกคักกันถ้วนหน้าตั้งแต่เปิดตลาด ขานรับข้อมูลการค้าที่แข็งแกร่งจากทั่วโลก โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานวานนี้ว่า ยอดขาดดุลการค้าเดือนธ.ค.ปรับตัวลดลงเกินคาด โดยทำสถิติลดลงหนักสุดในรอบเกือบ 4 ปี เนื่องจากยอดนำเข้าปิโตรเลียมร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 10 ปี   ยอดขาดดุลการค้าของสหรัฐร่วงลง 20.7% มาอยู่ที่ระดับ 3.85 หมื่นล้านดอลลาร์จากระดับที่ได้รับการปรับทบทวนที่ 4.86 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนก่อนหน้านี้ และร่วงลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะปรับตัวลงมาอยู่ที่ 4.55 หมื่นล้านดอลลาร์   สำหรับยอดขาดดุลการค้าตลอดทั้งปี 2555 ลดลง 3.5% มาอยู่ที่ระดับ 5.404 แสนล้านดอลลาร์ จากระดับ 5.599 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2554   ขณะที่ ข้อมูลล่าสุดนี้บ่งชี้ว่า รัฐบาลสหรัฐอาจปรับทบทวนผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 4/2555 เป็นขยายตัว จากที่หดตัวลง 0.1% ในการรายงานตัวเลขประมาณการครั้งแรกเมื่อช่วงปลายเดือนที่แล้ว   นอกจากนี้ หุ้นสหรัฐยังได้แรงหนุนจากข้อมูลการค้าที่แข็งแกร่งเกินคาดของจีน ซึ่งส่งสัญญาณว่าเศรษฐกิจจีนซึ่งมีขนาดใหญ่อันดับ 2 ของโลกกำลังขยายตัวดีขึ้น โดยสำนักงานศุลกากรจีนเปิดเผยในวันเดียวกันว่า ยอดส่งออกเดือนม.ค.ขยายตัว 25% และยอดนำเข้าเดือนม.ค.ปรับขึ้น 28.8% เมื่อเทียบเป็นรายปี ส่งผลให้จีนมียอดเกินดุลการค้าต่างประเทศลดลงมาอยู่ที่ 2.92 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนม.ค. จาก 3.16 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนธ.ค.ปีที่แล้ว   ขณะเดียวกัน ยอดเกินดุลการค้าของเยอรมนีในปี 2555 ทะยานขึ้นทำสถิติสูงสุดอันดับ 2 ในรอบกว่า 60 ปี สะท้อนว่าประเทศเศรษฐกิจใหญ่สุดของยุโรปสามารถตั้งรับวิกฤตในภูมิภาคได้ดี โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติของเยอรมนี (Destatis) เปิดเผยว่า การส่งออกของเยอรมนีในเดือนธ.ค.เพิ่มขึ้น 0.3% เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากที่ร่วงลง 2.2% ในเดือนพ.ย. ส่วนการนำเข้าในเดือนธ.ค.ลดลง 1.3% เมื่อเทียบรายเดือน   สำหรับตลอดปี 2555 มูลค่าการส่งออกขยายตัว 3.4% แตะ 1.097 ล้านล้านยูโร ซึ่งทำสถิติใหม่เหนือ 1 ล้านล้านยูโร ขณะที่การนำเข้าเพิ่มขึ้น 0.7% สู่ระดับ 9.092 แสนล้านยูโร ซึ่งเป็นระดับที่สูงเป็นประวัติการณ์เช่นกัน   ด้าน มูลค่าการส่งออกที่ทะยานขึ้นแซงหน้าการนำเข้าในปี 2555 ส่งผลให้เยอรมนีมียอดเกินดุลการค้าในปีดังกล่าวที่ 1.881 แสนล้านยูโร ซึ่งสูงสุดเป็นอันดับ 2 ที่เคยทำไว้