ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง 44จุด

กระแสหุ้นออนไลน์

สนับสนุนเนื้อหา

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดเมื่อคืนนี้ (30 ม.ค.) ปรับตัวลง 44.00 จุด หรือ 0.32% ปิดที่ 13,910.42 จุด ดัชนี S&P 500 ลดลง 5.88 จุด หรือ 0.39% ปิดที่ 1,501.96 จุด และดัชนี Nasdaq ลดลง 11.35 จุด หรือ 0.36% ปิดที่ 3,142.31 จุด หลังจากแถลงการณ์ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ระบุว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจของสหรัฐเผชิญกับภาวะชงักงันในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากรายงานของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐที่ระบุว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศประเทศ (จีดีพี) หดตัวลงในไตรมาส 4/2555   แถลงการณ์ในการประชุมล่าสุดของเฟดระบุว่า \"กิจกรรมทางเศรษฐกิจของสหรัฐเผชิญกับภาวะชะงักงันในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเพราะความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสภาพอากาศอันเลวร้าย ส่วนตัวเลขการจ้างงานยังคงขยายตัวปานกลาง แต่อัตราว่างงานยังคงอยู่ในระดับที่สูงมาก\"   ก่อนหน้าที่เฟดจะออกแถลงการณ์นั้น ตลาดได้รับแรงกดดันอยู่ก่อนแล้วจากรายงานของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐที่ระบุว่า ตัวเลขประมาณการครั้งแรกของจีดีพีที่แท้จริงประจำไตรมาส 4/2555 หดตัวลง 0.1% สวนทางกับที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าจะขยายตัว และเป็นครั้งแรกที่จีดีพีหดตัวลงนับตั้งแต่ผ่านพ้นภาวะเศรษฐกิจถดถอยช่วงปี 2550-2552   ทั้งนี้ จีดีพีไตรมาส 4 สวนทางกับการขยายตัว 3.1% ในไตรมาส 3 เนื่องจากการใช้จ่ายภาครัฐร่วงลงอย่างหนักถึง 15% ขณะที่ภาคเอกชนก็ปรับลดสต็อกสินค้าคงคลัง   ความวิตกกังวลเกี่ยวกับการหดตัวของเศรษฐกิจสหรัฐและการแสดงความคิดเห็นในด้านลบของเฟดได้บดบังปัจจัยบวกจากรายงานของ ADP ที่ระบุว่า ภาคเอกชนทั่วสหรัฐมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 192,000 ตำแหน่งในเดือนม.ค.เมื่อเทียบกับเดือนธ.ค. ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ และยังได้บดบังข่าวเฟดตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 0-0.25% พร้อมกับเดินหน้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ และซื้อหลักทรัพย์ที่ได้รับการค้ำประกันจากสัญญาจำนอง (MBS) วงเงิน 4 หมื่นล้านดอลลาร์/เดือน วงเงินรวม 8.5 หมื่นล้านดอลลาร์/เดือน