Daily View - บล.กสิกรไทย

กระแสหุ้นออนไลน์

สนับสนุนเนื้อหา

มีลุ้น 1 500-155 0 ใน 1H56  แต่สิ่งสำคัคัญคือกลยุทธ์จากนี้...   แนวโน้มตลาด: หุ้นยุโรปและสหรัฐฯ ปิดบวกโดยได้แรงหนุนจากดัชนีความเชื่อมั่นเยอรมันที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 และข่าวที่ว่าธนาคารในยุโรปจะเริ่มมีการคืนเงินกู้งวดแรกในโครงการ LTRO ให้ ECB จำนวน 1.37 แสนล้านยูโรในสัปดาห์หน้า อีกทั้งผลประกอบการบริริษัทจดทะเบียนที่ออกมาดีต่อเนื่อง ทั้งนี้นี้ในการประชุมเวิลด์อีโคโนมิกฟอรัมที่เมืองดาวอสมีข่าวเตืตือนเรื่องโรคอ้อ้วนจะกลายเป็ปนโรคระบาดสํสำคัญในอีก 2 0 ปีข้างหน้า ส่งสัญญาณว่า \"โลกสงบสุข\" และปัญหาต่างๆ ที่เป็นความกังวลของโลกไม่ว่าจะเป็ป็นจากยุโรปและสหรัฐฯ บรรเทาเบาบางลงไปมาก และเรามอง SE T Index มีโอกาสขึ้นทดสอบ 1500-15 50 ได้ในช่วง 1H56 นี้ ซึซึ่งเร็วกว่าเดิมที่คาดว่าจะเป็นสิสิ้นปี อย่างไรก็ตามในช่วงก.พ.56 และในดัชนีในระดับ 1480+/-ดัชนีอาจเผชิญความผันผวนจากการประกาศผลประกอบการช่วงท้ายที่เริ่มอ่อนแอลงรวมถึงปัจจัยภายนอกอื่น การวางกลยุทธ์จากนี้ที่คำนึนึงถึงความเสี่ยงทางขึ้นและลงจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยกลุ่มที่ปลอดภัยโดยเปรียบเทียบได้แก่ สื่ออสาร, อาหาร/เกษตร ได้แก่ ADVANC INT UCH TRUE C PF KBS SOR KON กลยุทธ์การลงทุน:การซื้อต่อยอดจากนี้ (ในหุ้นที่อาจจะมีอยู่แล้ว) คววรเป็นน้ำหนักที่เบาลง และรอเพิ่มน้ำหนักในจังหวะตลาดผันผวนลง ในขณะที่สำหรัรับเงินใหม่ เน้นกลุ่มที่ Lagga rd ซึ่งจะปลอดภัยกว่าโดยเปรียบเทียบ และกันความเสี่สยงในกรณ๊ตลาดแกร่งกว่าคาด หุ้นแนะนำ AP ERW T CAP KBS สำหรับนักลงทุนระยะกลาง:หลังเพิ่มน้ำหนักการลงทุน เป็น 70% (ตั้งแต่ 3 ธ.ค.55)เราแนะนำทยอยสะสม TT A SOLAR E RW AJ KCE SPCG ตั้งแต่ 10 ม.ค. ขอเอา NMG ออกจากหุ้น้นซื้อสะสมระยะกลางเพราะราคาขึ้นมากว่า 78% (จากเริ่มแนะนำ 29 พ.ย.) แนะนำถือเพื่อรอทำกำไร   หุ้นแนะนำวันนี้ AP (ปิด 9.60 เป้าระยะสั้น 10.50 ขายเมื่อหลุด 9.00) คาดกำไร 4Q55 เพิ่มขึ้น 74% QoQ และ 116 % YoY + Back log สิ้นปีเพิ่มขึ้นสู่ 3.36 หมื่นล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ + ราคาปัปัจจุบันคิดเป็นเพีพียง 11.3x และ 8.0x PER ให้ปันผล 3.5% และ 5.0% สำหรับปี 55-56 ERW (ปิด 4.42 เป้าระยะสั้น 4.7 0 ขายเมื่อหลุด 4.26) คาดฟื้นตัวแข็งแกร่งและมีกำไรตั้งแต่ 4Q55 + ปีปี 2556 เติบโตต่อเนื่องจากรับรู้รู้รายได้โรงแรมเพิ่ม 2แห่ง และขายโรงแรม 2แห่งเข้ากองทุนอสังหาริมทรัพย์ +มีโอกาสปรับเพิ่มประมาณการจากแผนซื้อโรงแรม 3-4 ดาว เพิ่มเติมและการขายสินทรัพย์เข้ากองทุนอสังหาฯ TCAP (ปิด 40.50 เป้ป้าระยะสั้น 4 5.00 ขายเมื่อหลุด 39.00) Laggard play ในกลุ่มธนาคาร + ราคาปัจจุบับันซื้อชายทีเพียง 1.1x PBV และจะลดเหลือราว 0.88x PBV หลังดีลขายธุรกิจประกัน 1 Q55 KBS (ปิด 10.80 เป้าระยะสั้น 12.00 ขายเมื่อหลุด 10.30) ลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวล 35 MW ซึ่งจะเพิ่มกำไรปีละ 0.50 บาท/หุ้น (ตั้งแต่ม.ค.57) + นํ้น้ำตาลน่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว + ปัจจุบันซื้อขายที่เพียง 6x PER และให้ห้ปันผลราว 5% หุ้นแนะนำงานสัมมนา (22 ม.ค.) T op picks - KT B PTTGC AP MAJOR SPCG / Top Yield Picks - TICON ADVANC SA MART MAJOR หุ้นแนะนำอื่น: SPC G TICON KC E CCET HMP RO ROBINS SAMART KBS THAI CPF ADVANC INT UCH  IRPC C K ITD  / หุ้นใหญ่ ทยอยซื้อ T OP PTT   ปัจจัยที่ตอ้งติดตาม - 28 ม.ค. Thailand: สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม(สศอ.)แถลงดัชนีอุตสาหกรรมประจำเดือน - 28 ม.ค. US: Durable Goods Orders - 28 ม.ค. US: Pending Home Sales - 28 ม.ค. US: Dallas Fed Mfg Survey - 28 ม.ค. US (Earnings): Caterpillar, Yahoo, BMC Software - 29-31 ม.ค. Thailand: คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ประกาศผลคัดเลือกเอกชนเข้า short list กลุ่มละ 3 ราย - 29 ม.ค. US: S&P Case-Shiller HPI - 29 ม.ค. US (Earnings): Ford, Eli Lilly, CIT Group, Corning, DRHorton, Nintendo, Peabody Energy, Valero, AK Steel, Amazon.com, Broadcom - 30 ม.ค. EU: Euro-Zone Consumer Confidence (Final) - 30 ม.ค. US: ADP Employment Report - 30 ม.ค. US: GDP - 30 ม.ค. US: FOMC Meeting Announcement - 30 ม.ค. US (Earnings): Boeing, Cannon, Marathon Petroleum, Phillips 66, ConocoPhillips, Facebook, Qualcomm, Electronic Arts, Murphy Oil - 31 ม.ค. Thailand: ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)รายงานภาวะเศรษฐกิจไทยประจำเดือน - 31 ม.ค. US: Jobless Claims - 31 ม.ค. US: Personal Income and Outlays - 31 ม.ค. US: Chicago PMI - 31 ม.ค. US (Earnings): AstraZeneca, Deutsche Bank, Honda, MasterCard, Royal utch Shell, UPS, Aetna, Altria, AutoNation, Colgate-Palmolive, Pulte Group, Viacom, Chubb, Eastman Chemical - 01 ก.พ. Thailand: กระทรวงพาณิชย์ รายงานอัตราเงินเฟ้อเดือนมกราคม 2556 - 01 ก.พ. China: Manufacturing PMI - 01 ก.พ. EU: PMI Manufacturing (Final) - 01 ก.พ. EU: Euro-Zone Unemployment Rate - 01 ก.พ. US: Employment Situation - 01 ก.พ. US: Consumer Sentiment - 01 ก.พ. US (Earnings): Chevron, ExxonMobil, Merck, Mattel, Tyson Foods - 01 ก.พ. US: ISM Mfg Index - 03 ก.พ. China: Non-manufacturing PMI - 03 ก.พ. EU: PMI Composite - 04 ก.พ. US: Factory Orders - 05 ก.พ. EU: PMI Composite - 05 ก.พ. EU: Euro-Zone Retail Sales - 05 ก.พ. US: ISM Non-Mfg Index - 07-08 ก.พ.EU(Event): EU Leaders Hold Summit in Brussels - 07 ก.พ. EU(Event): European Commission Release Economic Growth Forecasts - 07 ก.พ. EU: ECB Announces Interest Rates - 07 ก.พ. US: Jobless Claims - 08 ก.พ. US: International Trade   บทวิเคราะห์วันนี้ HEMRAJ (ซื้อ ปิด 3.82 พื้นฐาน 3.80 -0.5%) บริษัทประกาศเป้าหมายยอดขายที่ดินปีนี้ที่ 1,600 ไร่ ซึ่งต่ำกว่าปีก่อนที่ 2,317 ไร่ประมาณ 30% แต่ด้วยลักษณะการตั้งเป้าหมายของ HEMRAJ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาที่จะตั้งไว้ต่ำและจะทยอยปรับขึ้นตามความมั่นใจที่เพิ่มขึ้น (ปีที่แล้วปรับเพิ่ม 3 ครั้งจาก 1,500 ไร่เป็น 2,300 ไร่) รวมถึงมุมมองในเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมรถยนต์และเคมีภัณฑ์ ซึ่งเป็นลูกค้าหลักของ HEMRAJ และทำให้ HEMRAJ มีการปรับราคาขายที่ดินโดยเฉลี่ยขึ้น 20% เป็น 2.5 ลบ.ต่อไร่ในปีนี้ ทำให้เราเชื่อว่าเป้าหมายดังกล่าวต่ำเกินไป โดยเราตั้งสมมติฐานยอดขายที่ดินในปีนี้ที่ 1,900 ไร่ ด้วยมุมมองเชิงบวกดังกล่าวเรายังคงคำแนะนำ \"ซื้อ\" และจะมีการปรับประมาณการณ์หลังการประชุมนักวิเคราะห์ช่วงต้นเดือนหน้า กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มรับเหมาก่อสร้างภายหลังโครงการขนาดใหญ่ของรัฐบาลยังคงเดินหน้าออกมาประมูลอย่างต่อเนื่อง โดยโครงการขนาดใหญ่ที่จะเข้ามาในระยะสั้น ได้แก่ โครงการบริหารจัดการน้ำ มูลค่า 350 พันลบ. ทั้งนี้โครงการดังกล่าวแบ่งเป็น 2 แพ็กเกจ โดยแพ็กเกจ A มี 6 โมดูล (โครงการ) มูลค่า 300 พันลบ. ส่วนแพ็กเกจ B มี 4 โมดูล มูลค่า 40 พันลบ. โดยคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) จะประกาศผลคัดเลือกผู้รับเหมาในเบื้องต้น 3 รายในแต่ละโมดูลในวันที่ 31 ม.ค. และคาดว่าจะประกาศผลคัดเลือเหลือโมกูลละ 1 รายได้ในวันที่ 16 เม.ย. โดยกลุ่มของ ITD, CK และ UNIQ เป็นตัวเต็งที่จะได้พิจารณาในเบื้องต้นจากผู้ประมูลทั้งสิ้น 8 กลุ่ม ทั้งนี้เราจะมีการพิจารณาปรับประมาณการอีกครั้งหลังพบผู้บริหารเร็วๆนี้ โดย CK ยังเป็น top pick ในกลุ่มตามด้วย STEC และ ITD BGH (ซื้อ ปิด 129.0 พื้นฐาน 135.0 +4.7%) BGH ประกาศการเข้าซื้อ KDH โดย ซื้อหุ้น 24.94% ที่ราคา 55 บาท และ ประกาศรับซื้อหุ้นที่เหลืออีก 55% ที่ราคา 55 บาท /หุ้น รวมเป็นเงินประมาณ 660 ลบ. ใช้เงินจากกระแสเงินสดภายใน และจะทำให้จำนวนเตียงรวม BGH เพิ่มขึ้นอีก 3 % โดยเรามีมุมมองเชิงบวกกับดีลนี้ โดย BGH ซื้อ KDH ที่ราคาไม่แพง และมีแผนจะปรับปรุงโรงพยาบาลด้วยการมุ่งเน้นลูกค้าเงินสดและปรับปรุงอุปกรณ์โดยอาศัยจุดแข็งของ BGH ทั้งการบริหารโรงพยาบาล แบรนด์ และคุณภาพหมอซึ่งน่าจะช่วยดึงดูดผู้ป่วยได้ อย่างไรก็ตามเรามองว่ากำไรจาก KDH ไม่น่าส่งผลอย่างมีนัยสำคัญ เราจึงคงประมาณการกำไรเดิม และราคาเหมาะสม 135 บาท แนะนำซื้อ กลุ่มค้าปลีก เรามอง กลุ่มค้าปลีกและผู้ประกอบการทั้ง 5 ยังคงมีรายได้และกำไรจนถึงปี 58 เราชอบผู้ประกอบการสินค้าฟุ่มเฟือยมากกว่าสินค้าจำเป็น เราเลือก ROBINS เป็น top pick โดยแนะนำ ซื้อ ทั้ง ROBINS และ HMPRO และคาดกำไรจะเติบโต 26-27% ในปี 55-58 จากการขยายสาขาเชิงรุกและการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSS growth) และการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของอัตรากำไร อย่างไรก็ตามเรามอง CPALL เป็นผู้ประกอบการค้าปลีกที่แพงที่สุด และแนะนำ ขาย  สำหรับ CPALL, MAKRO และ BIGC ROBINS (ซื้อ ปิด 71.0 พื้นฐาน 82.0 +15.5%) คาดกำไร 4Q55 ที่ 758 ลบ. เพิ่ม 183% YoY จากฐานต่ำใน 4Q54 และโอกาสในการได้รับเงินชดเชยประกันของบริษัทลูก Power buy โดยในปี 55 บริษัทมีการเปิดสาขา 5 แห่ง ตามเป้าที่บริษัทตั้งไว้ และตั้งเป้าปี 56 เปิดเพิ่ม 5 แห่ง เป็นสาขาในต่างจังหวัด และปิดสาขาที่รัชดา เรามองการแข่งขันในธุรกิจจะไม่สูงเนื่องจากผู้เล่นลำกับสอง คือ The mall จะเน้นการเปิดสาขาในกรุงเทพเป็นหลัก อย่างไรก็ตามเราปรับกำไรลงเล็กน้อย 3-9% เพื่อสะท้อนการเติบโตของ SSS ที่ต่ำกว่าคาด แต่จากการเติบโตของอุปสงค์ในตลาดต่างจังหวัดประกอบกับการแข่งขันที่ต่ำในตลาด เราคงคำแนะนำซื้อ ที่ราคาพื้นฐาน 82 บาท HMPRO (ซื้อ ปิด 14.1 พื้นฐาน 16.0 +13.5%) คาดกำไร 4Q55 ที่ 789 ลบ. เพิ่ม 27.7% YoY โดยในปี 55 บริษัทมีการเปิดสาขา 8 แห่ง ตามเป้าที่บริษัทตั้งไว้ และตั้งเป้าปี 56 เปิดเพิ่ม 8-10 แห่ง เรามองการเติบโตในปี 56 จะมาจากการเปิดสาขารูปแบบใหม่ที่เน้นจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง ซึ่งเรามองว่าบริษัทมีความเชี่ยวชาญและวงจรเงินทุนหมุนเวียนสุทธิติดลบจะช่วยสนับสนุนการลงทุนที่ใชเงินสูง เรามองว่า HMPRO ยังได้ประโยชน์ทางอ้อมจากการเติบโตของอุปสงค์ในตลาดที่อยู่อาศัยทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด เรามีการปรับกำไรปี 56 -57 เพิ่ม 7.9% และ 8.4% เพื่อสะท้อนการเติบโตสาขาเชิงรุก ทำให้ราคาเหมาะสมเพิ่มจาก 13 บาท เป็น 16 บาท คงคำแนะนำ ซื้อ CPALL (ขาย ปิด 49 พื้นฐาน 41 -16.3%) เรามองกำไร 4Q55 ที่ 2.0 พันลบ. ลด 28.8% YoY จากการเติบโตของรายได้เทียบกับฐานที่ต่ำใน 4Q54 โดยในปี 2555 CPALL เปิดสาขากว่า 550 แห่ง จาก 500 สาขาที่ตั้งเป้าไว้ คาด SSS growth อยู่ที่ 12% สำหรับแผนขยายสาขาในปี 56 จำนวน 500-550 แห่ง เรามีการปรับกำไร 56-57เพิ่ม 3.1% และ 7.3% เพื่อสะท้อนการเปิดสาขาเพิ่ม ทำให้ราคาเหมาะสมเพิ่มเป็น 41 บาท จากเดิม 33 บาท อย่างไรก็ตามเรามองการเข้ามาของผู้เล่นใหม่ในธุรกิจร้านสะดวกซื้อจะทำให้การแข่งขันเพิ่มสูงขึ้น และอาจทำให้อัตรากำไรและการเติบโตของ SSS อาจถูกจำกัด ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขาย PER ปี 56 ที่ 33.3 เท่า ไม่สมเหตุสมผลเมื่อเทียบกับการเติบโตกำไร 21% ต่อปีในปี 55-58 คงคำแนะนำ ขาย BIGC (ขาย ปิด 212 พื้นฐาน 175 -17.5%) เรามองกำไรจากการดำเนินงาน 4Q55 ที่ 2.0 พันลบ. ลด 4.4% YoY โดยทั้งปี 55 บริษัทเปิดจำนวนสาขาได้มากกว่าเป้าที่วางไว้ และ SSS growth 5.3% ตามเป้าที่ตั้งไว้ สำหรับบริษัทตั้งเป้าในด้วยงบลงทุนอย่างน้อย 5.5 พันลบ. เปิด hypermarket 6 สาขา, market 14-20 สาขา และ Mini BIGC 75-150 สาขา ในปี 56 เรามองการเปิดสาขาเชิงรุกอาจจะทำให้การแข่งขันสูงขึ้น โดยเรามีการปรับประมาณการโดยลดกำไรต่อหุ้นลง 9% และ 2% ในปี 55-56 จากค่าแรงที่เพิ่มขึ้น แต่ปรับเพิ่ม 1% สำหรับกำไรปี 57 จากการเปิดสาขาเชิงรุก เรามองว่าราคาหุ้นปัจจุบันที่ซื้อขาย PER 23 เท่า แพงเมื่อเทียบการเติบโตกำไร 18% ต่อปีในปี 55-58 ประกอบกับการแข่งขันที่สูง เราจึงแนะนำ ขาย ที่ราคา 175 บาท MAKRO (ขาย ปิด 432.0 พื้นฐาน 370.0 -14.4%) คาดกำไร 4Q55 ที่ 990 ลบ. เพิ่ม 46% YoY โดยในปี 55 บริษัทมีการเปิดสาขา 4 แห่งในต่างจังหวัด คาดปี 56 เปิดเพิ่มอีก 4 แห่ง จากการที่บริษัทเตรียมที่ดินไว้ 3 แห่ง เรามองการเปิดสาขาในต่างจังหวัดของผู้ประกอบการ hypermarket และผู้ประกอบการร้านสะดวกซื้อทีขยายไลน์ด้านอาหารจะเป็นคู่แข่งของผู้ประกอบการร้านขายของชำ และอาจจำกัดการโตของ SSS ของ MAKRO เรามีการปรับกำไรเพิ่ม 3-5% เพื่อสะท้อน SSS growth ที่สูงกว่าคาด จากราคาหุ้นซื้อขายที่ PER 26.1 เท่า เทียบการเติบโต 16% ต่อปีในปี 55-57 ไม่ค่อยสมเหตุสมผล และเรามอง SSS growth จะลดลงจากการโตของผู้ค้าปลีกสมัยใหม่ คงคำแนะนำขาย ราคาเหมาะสม 370 บาท   สรุปภาวะตลาด DJIA ปิด 13,895.98 จุด +70.65 จุด (+0.51%) S&P500 ปิด 1,502.96 จุด +8.14 จุด (+0.54%) Nasdaq ปิด 3,149.71 จุด +19.33 จุด (+0.62%) ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวขึ้น หลังจากบริษัทในสหรัฐรายงานผลประกอบการออกมาค่อนข้างน่าพอใจ นอกจากนี้บรรยากาศการซื้อขายในตลาดหุน้ สหรัฐยังไดรั้บแรงหนุนจากดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจของเยอรมนีที่ปรับตัวขึ้นเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน NYMEX ส่งมอบ มี.ค. อยู่ที่ USD95.88/bbl -0.07(-0.07%) สญั ญาทองคำ COMEX ส่งมอบ ก.พ. อยู่ที่ USD1,656.6/ounce -13.3(-0.8%) สัญญาราคาน้ำมันปรับตัวลงเนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐที่พุ่งขึ้นเกินคาดในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่สัญญาราคาทองคำปรับตัวลง หลังจากนักลงทุนลดการถือครองทองคำและหันไปซื้อสินทรัพย์เสี่ยงเนื่องจากมีความมั่นใจต่อสภาพเศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้น   สรุปข่าวประจำวัน   ต่างประเทศ สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน รายงาน ผลกำไรของภาคอุตสาหกรรม (Industrial Profits) เดือนธ.ค.55 ขยายตัว 17.3%YoY ส่งผลให้ทั้งปี 2555 ผลกำไรของภาคอุตสาหกรรมจีน อยู่ที่ระดับ 5.56 ล้านล้านหยวน เติบโต 5.3%YoY  (CNBC) กระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐ รายงาน ยอดขายบ้านใหม่ร่วงลง 7.8% ในเดือนธ.ค.55 สู่ระดับ 369,000 หลังต่อปี ซึ่งน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้มาก อย่างไรก็ดียอดขายบ้านใหม่ตลอดทั้งปี 2555 ยังสูงกว่าปี 2554 อยู่ประมาณ 20% และถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2552 (อินโฟเควสท์)   ข่าวบริษัท BGH ทุ่ม205ล้านซื้อ KDH  \"BGH\" ส่งบริษัทย่อยซื้อหุ้น \"โรงพยาบาลกรุงธน\" จำนวน 29.94% ในราคาหุ้นละ 55 บาท รวมมูลค่ากว่า 205 ล้านบาท คาดจะทำรายการซื้อขายบนกระดานรายใหญ่ภายในวันที่ 31 ม.ค. 56 พร้อมตั้งโต๊ะทำเทนเดอร์ฯที่ราคาหุ้นละ 55 บาท (ข่าวหุ้น) TIP หุ้นเด่นกลุ่มประกัน ทิพยประกันภัยหรือ TIP หุ้นดีราคาถูกกลุ่มประกัน หลังหมดภาระสำรองปีนี้ ตั้งเป้าโกยกำไรจับมือพันธมิตร กรุงเทพประกันภัย สามัคคีประกันภัย และเทเวศร์ประกันภัย กวาดลูกค้าพรีเมียม 20-30% ดันบริษัทลูกเข้าตลาดครึ่งปีหลัง (ข่าวหุ้น) TICON กำไรนิวไฮรอบ6ปี ไทคอนลั่นกำไรสุทธิปี 55 สูงสุดในรอบ 6 ปี หลังโกยรายได้ตามนัด 5,600 ล้านบาท ส่วนปี 56 ตั้งเป้ารายได้เติบโต 30% แตะระดับ 7,400-7,500 ล้านบาท เล็งขายสินทรัพย์เข้ากองทุนอสังหาฯ 6,000 ล้านบาทในช่วงไตรมาส 3 และ 4 (ข่าวหุ้น)           KBS รับเงินกู้BAY1.15พันล้าน ลุยโรงไฟฟ้า35เมกะวัตต์ ดันกำไรเพิ่ม300ล้าน/ปี แบงก์กรุงศรีอยุธยา เซ็นปล่อยเงินกู้ระยะยาว 1,150 ล้านบาท ให้กับ \"น้ำตาลครบุรี\" เพื่อสนับสนุนโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวล กำลังการผลิตขนาด 35 เมกะวัตต์ ของบริษัทย่อย \"KPP\" พร้อมส่งขายกฟผ.ต้นปี 2557 \"อิสสระ\" คาดช่วยหนุนกำไรเพิ่มขึ้นประมาณ 250-300 ล้านบาทต่อปี (ข่าวหุ้น) HMPRO ปีนี้ประเดิมเปิดจันทบุรี ตั้งเป้ายอดขาย37ล้านต่อเดือน นายณัฏฐ์ จริตชนะ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มการตลาด บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HMPRO  กล่าวว่า บริษัทได้เดินหน้าขยายตลาดภาคตะวันออก โดยได้ทุ่มงบประมาณกว่า 485 ล้านบาท เปิด \"โฮมโปร จันทบุรี\" บนพื้นที่ 17 ไร่ นับเป็นสาขาแห่งที่ 54 ของโฮมโปร ให้บริการครอบคลุมพื้นที่ในจังหวัดจันทบุรี จำนวน 10  อำเภอของจังหวัดจันทบุรี รวมถึงตะเข็บรอยต่อระหว่างจันทบุรีกับจังหวัดระยอง สระแก้ว และตราด หลังจากมีการเปิดสาขาอยู่แล้วในพัทยา ชลบุรี และระยอง (ข่าวหุ้น) BCP ประกาศปีนี้ขอโต30% รับโรงกลั่นผลิตเต็มกำลัง ค่าการกลั่น7เหรียญสหรัฐ \"บางจาก\" ตอกย้ำอีบิทด้าปี 2556 ต้องได้ 10,000 ล้านบาท เอ็มดีใหม่ลั่นขอโตขึ้น 30% ขานรับโรงกลั่นผลิตเต็มกำลัง ค่าการกลั่น 7 เหรียญสหรัฐ พร้อมเดินเครื่องโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์เฟส 2 ช่วยหนุน(ข่าวหุ้น) NCH ปั๊มยอดขายปีนี้3,200ล้าน เดินหน้าเปิด5โครงการใหม่ NCH ลุยเปิดใหม่ 5 โครงการ มูลค่า 3,000 ล้านบาท ตั้งเป้ายอดขายปีนี้ 3,200 ล้านบาท พร้อมคาดรายได้ 1,750 ล้านบาท โต 10-15% จากปีก่อนที่ทำได้ 1,500 ล้านบาท ตุนแบ็กล็อกรอโอน 600 ล้านบาท จ่อบันทึกปีนี้ 400 ล้านบาท (ข่าวหุ้น) BKI วางเป้าเบี้ยโต15% ไตรมาส4/55ฟื้นตัว ผู้บริหาร \"กรุงเทพประกันภัย\" หรือ BKI เปิดเผยต่อที่ประชุมนักวิเคราะห์ วางแผนเป้าอัตราการเติบโตเบี้ยปี 56 ไว้ 15% มองธุรกิจประกันวินาศภัยเริ่มฟื้น ส่วนไตรมาส 4/55 คาดกำไรฟื้นตัว (ข่าวหุ้น) NWR เซ็นสัญญาQ1กว่า3พันล. งานรัฐพุ่ง2เท่า NWR ปักธงงบปี 2556 สูงปรี๊ด จับตาไตรมาส 1/2556 เซ็นสัญญา 8 ดีล กว่า 3 พันล้านบาท แถมภาครัฐป้อนงานล็อตใหม่แตะ 5 พันล้านบาท ด้าน \"ปสันน สวัสดิ์บุรี\" มั่นใจรายได้พุ่ง รับอานิสงส์โครงการภาครัฐ สูง 2 เท่าตัว ส่วนงบปี 2555 สุดบรรเจิด เพราะบุ๊กรายได้พม่า (ทันหุ้น) NINE ปี55พีคสุดรอบ6ปี NINE ส่งซิกปี 2555 งบพีคสุดรอบ 6 ปี อานิสงส์ยอดขายสื่อสิ่งพิมพ์พุ่งกระฉูด แถมได้ธุรกิจใหม่หนุน ด้านผู้บริหาร ยืนเป้าปี 2556 รายได้ทะยาน 20% จากปีก่อน อานิสงส์ดีมานด์สื่อสิ่งพิมพ์ขยายตัว จ่ออัดฉีดงบ 40 ล้านบาท ปั้นคอนเทนต์ช่อง \"Kid Zone\" หวังโกยเงินเพิ่ม (ทันหุ้น) TMI เปิดเกมบุกตลาดAEC กวาดออเดอร์เฉียด100ล้าน TMI ใส่เกียร์ห้าบุกตลาดต่างประเทศ หวังปูทางรองรับการเปิด AEC คาดกวาดออเดอร์ปีนี้เฉียดร้อยล้านพร้อมมั่นใจปี 2556 รายได้พุ่งต่อ 30% จากปีก่อนอานิสงส์ดีมานด์ทะลักอื้อ ส่วนโรงงานหลอดไฟใหม่ เชื่อเปิดรับทรัพย์ได้ช่วงมีนาคมนี้ (ทันหุ้น) SSC ขึ้นแท่นน้ำสียอดขาย\"EST\"พุ่งอัดแคมเปญ900ล. SSC ประกาศข่าวดี ยอดขายเครื่องดื่ม \"EST\" กระแสตอบรับดี แย้มยอดขายเดือนมกราคม 2556 ทะลุ 10 ล้านลัง มูลค่ากว่า 2 พันล้านบาท พร้อมเล็งเพิ่มรสชาดใหม่ 4 รสชาติ ทุ่มงบ 900 ล้านบาทส่งเสริมการขายและกิจกรรมการตลาด พร้อมปักธง ขึ้นแท่นน้ำอัดลมอันดับ 2 ของตลาด ด้วยมาร์เก็ตแชร์ 19% ภายใน 2 เดือน (ทันหุ้น) MATCH เปิดแผนธุรกิจปี56ผุด\"Movie Town\"รองรับ AEC ผู้บริหาร MATCH \"สมบุญ ชีวสุทธานนท์\" เปิดแผนธุรกิจ พร้อมดัน \"Movie Town\" เป็นศูนย์ธุรกิจถ่ายทำหนัง-โฆษณา หวังรองรับตลาดการค้าเสรีอาเซียนหรือ AEC ส่วนแผนขาย หุ้นเพิ่มทุน (PO) คาดว่าจะกำหนดราคาในเดือนมีนาคมพร้อมส่องผลงานปี 2556 ทิศทางกำไรยังเติบโต (ทันหุ้น) DELTAจ่อทำนิวไฮ36บาท อัพเกรดสินค้าเพิ่มมาร์จิ้น DELTA วางเป้ายอดขายปี 2556 โตอีก 5-10% หวังเพิ่มสัดส่วนยอดขายสินค้าด้านพลังงานทดแทนคาดช่วยเพิ่มระดับมาร์จิ้นให้สูงขึ้น เล็งเตรียมขยายธุรกิจสู่ประเทศในภูมิภาคอาเซียน (ทันหุ้น) UMI ออเดอร์ใหม่ทะลัก ฟาดกำไรเติบโตกว่า40% UMI ดี๊ด๊ารายได้รวมปี 2556 เติบโตอีก 10-15% พร้อมอ้าแขนรับออเดอร์ใหม่ๆ อีกเพียบตามกำลังการผลิตที่ปรับเพิ่มขึ้น เล็งทุ่มงบปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตของ TCC (ทันหุ้น)   ข่าวเศรษฐกิจ / อุตสาหกรรม เอสเอ็มอี ผลิตชิ้นส่วนรถในไทยกระอัก ทัพเอสเอ็มอีญี่ปุ่นเตรียมบุกไทย ตั้งโรงงานผลิตป้อนค่ายรถหลังต้องลดการนำเข้าชิ้นส่วนตามกฎบีโอไอ นายศุภชัย โตพิบูล กรรมการบริหาร บริษัท สยาม พี.ซี.เอส.บริษัทให้บริการก่อสร้างโรงงานกล่าวว่า ปัจจุบันโรงงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ระดับ 3 และระดับ 4 ที่เป็นธุรกิจเอสเอ็มอีในญี่ปุ่นเริ่มย้ายฐานการผลิตมายังประเทศไทยมากขึ้น เนื่องจากโรงงานผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นในไทยต้องลดปริมาณนำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์ ตามหลักเกณฑ์ของการขอส่งเสริมการลงทุน (พสต์ทูเดย์)   กิจพล ไพรไพศาลกิจ Kitpon.p@kasikornsecurities.com +662 696-0057 ปณิธิ จิตรีโภชน์ Paniti.j@kasikornsecurities.com, +662 696-0053   โดย บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด ประจำวันที่ 28 ม.ค. 2556