ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 53.68 จุด

กระแสหุ้นออนไลน์

สนับสนุนเนื้อหา

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดเมื่อคืนนี้ (18 ม.ค.) ปรับตัวขึ้น 53.68 จุด หรือ 0.39% ปิดที่ 13,649.70 จุด ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 5.04 จุด หรือ 0.34% ปิดที่ 1,485.98 จุด ดัชนี Nasdaq ลดลง 1.30 จุด หรือ 0.04% ปิดที่  3,134.71 จุด เพราะได้แรงหนุนจากผลประกอบการที่ดีเกินคาดของธนาคารรายใหญ่ในสหรัฐ รวมถึงมอร์แกน สแตนลีย์ และเจพีมอร์แกน เชส แอนด์ โค อย่างไรก็ตาม ภาวะการซื้อขายเป็นไปอย่างผันผวน หลังจากมีรายงานว่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 1 ปี   โดยตลอดทั้งสัปดาห์  ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวขึ้นทั้งสิ้น  1.7% ดัชนี S&P 500 ขยับขึ้น 0.9% และดัชนี Nasdaq ขยับขึ้น 0.3%   ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวขึ้นหลังจากมอร์แกน สแตนลีย์ ซึ่งเป็นธนาคารรายใหญ่อันดับ 6 ของสหรัฐเมื่อพิจารณาในแง่ของสินทรัพย์ เปิดเผยว่า รายได้สุทธิในไตรมาส 4/2555 อยู่ที่ 7.477 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 4/2554 ที่ระดับ 5.459 พันล้านดอลาร์   ข่าวดังกล่าวช่วยหนุนหุ้นมอร์แกน สแตนลีย์ พุ่งขึ้น 7.78% นอกจากนี้ ผลประกอบการที่สดใสของมอร์แกน สแตนลีย์ ยังสะท้อนให้เห็นถึงการฟื้นตัวของภาคธนาคารสหรัฐ หลังจากที่ก่อนหน้านี้เจพีมอร์แกนเปิดเผยว่า รายได้สุทธิในไตรมาส 4/2555 อยู่ที่ 5.69 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2554 ที่ระดับ 3.73 พันล้านดอลลาร์  ขณะที่โกลด์แมน แซคส์ เปิดเผยรายได้ต่อหุ้น 5.60 ดอลลาร์ในไตรมาส 4/2555 ซึ่งสูงกว่าไตรมาส 4/2554 ถึง 3 เท่าที่ระดับ 1.84 ดอลลาร์   อย่างไรก็ตาม ภาวะการซื้อขายเป็นไปอย่างผันผวนเนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มการใช้จ่ายของผู้บริโภคในสหรัฐ หลังจากรอยเตอร์/มหาวิทยาลัยมิชิแกนเปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคช่วงต้นเดือนม.ค.ของสหรัฐร่วงลงแตะ 71.3 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค.2554 จากระดับ 72.9 ในช่วงสิ้นเดือนธ.ค.ปีที่แล้ว สวนทางกับที่นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น   นักลงทุนจับตาดูการรายงานผลประกอบการของบริษัทอื่นๆในสัปดาห์หน้า รวมถึงกูเกิล, เดลต้า แอร์ไลน์ส ละเวริซอน