ไทยเทศ ร่วมทุน ผุดแซปป์ฯ รุกตลาดรถไฟฟ้ายุโรปโต 48% ใช้NEXระดมทุน 140 ล้านบาท

ไทยเทศ ร่วมทุน ผุดแซปป์ฯ รุกตลาดรถไฟฟ้ายุโรปโต 48% ใช้NEXระดมทุน 140 ล้านบาท
S! Money (Exclusive)

สนับสนุนเนื้อหา

อุตสาหกรรม ยานยนต์ไทย กำลังช็อคกับการประกาศยุติขายรถยนต์เชฟโรเลต สัญชาติอเมริกัน ของ บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส หรือ จีเอ็ม ภายในสิ้นปี 2563 นี้ ซึ่งเป็นการปิดตำนานหลังรุกตลาดไทยมายาวนานถึง 27 ปี ส่วนหนึ่งเพื่อเตรียมการลงทุนในธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ไร้คนขับ สอดรับกับตลาดยานยนต์ในอนาคต

บริษัท แซปป์ สกูตเตอร์ส จำกัด (Zapp Scooters Limited) ผู้ผลิตรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า สัญชาติอังกฤษ ภายใต้แบรนด์ แซปป์ (Zapp) ซึ่งถูกก่อตั้งขึ้นโดยความร่วมมือของทีมงานชาวไทยและชาวอังกฤษ ได้ประกาศแผนการ นำหุ้นของบริษัทเข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ NEX Exchange Growth Market ผ่าน Regulatory News Service ของ London Stock Exchange เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2563 ที่ผ่านมาโดยบริษัทมีเป้าหมายที่จะระดมทุน ทั้งสิ้นไม่เกิน 3.5 ล้านปอนด์ (140 ล้านบาท) ผ่านการเสนอขายหุ้น IPO ของบริษัท ทางบริษัทคาดว่าจะสามารถขึ้นกระดานซื้อขายของ NEX ได้ในช่วงต้นเดือนมีนาคม 2563 นี้

s__10174514

โดยทางบริษัทได้เล็งเห็นถึงโอกาสทางการตลาดในภูมิภาคยุโรป จากที่รัฐบาลทั่วสหภาพยุโรปได้ประกาศมาตรการต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนเปลี่ยนไปใช้รถไฟฟ้าแทนรถที่ใช้น้ำมันและห้ามพาหนะที่มีท่อไอเสียเข้าไปในเขตศูนย์กลางเมืองต่างๆ จึงคาดว่าจะทำให้ผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์ซึ่งมีจำนวนมากถึง 35 ล้านคันทั่วยุโรปมีความจำเป็นต้องเปลี่ยนมาซื้อรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเป็นจำนวนมาก โดยยอดขายมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในยุโรปในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสูงถึง 48% ต่อปี

บริษัท แซปป์ สกูตเตอร์ส จำกัด ได้ก่อตั้งขึ้นในเดือนกรกฎาคม ปีพ.ศ. 2560 โดยทีมวิจัยและพัฒนาของบริษัทนำโดยคนไทยเป็นผู้ออกแบบรถ Zapp i300 ซึ่งเป็นรุ่นแรกของแบรนด์ Zapp และมีการสร้างนวัตกรรมต่างๆ ซึ่งได้ยื่นจดทะเบียนสิทธิบัตรไปแล้วหลายรายการ โดยมีฐานการผลิตที่ประเทศไทย อยู่ในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ซึ่งช่วยสร้างงานและรายได้ให้กับประเทศไทย ในภาวะที่อุตสาหกรรมยานยนต์หลายค่ายกำลังปรับตัวสู่ตลาดยานยนต์แห่งอนาคต

นอกจากนี้ Zapp i300 ยังได้รับรางวัล European Product Design Awards: Silver Prize ในหมวดยานยนต์ประจำปี 2019 อีกด้วย นับจากวันที่บริษัทได้เปิดตัวมาก็ได้รับการยอมรับจากสื่อทั่วโลกและมีผู้สมัครเข้าเป็นตัวแทนจำหน่ายจำนวนมาก ขณะนี้บริษัทมีความพร้อมที่จะเริ่มการผลิตรถ i300 เพื่อออกจำหน่ายให้กับผู้บริโภคและเริ่มกิจกรรมทางการตลาด

โดย Zapp i300 เป็นรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าแบบ scooter สมรรถนะสูง มีกำลังเครื่องยนต์ถึง 14 กิโลวัตต์ (19 แรงม้า) ในขณะที่ตัวรถมีน้ำหนักเพียง 90 กิโลกรัม ส่งผลให้เป็นรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่มีความสามารถในการออกตัวที่แรง โดยสามารถเร่งจาก 0-50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ภายในเวลาเพียง 2.3 วินาที ในขณะเดียวกันยังมีรูปลักษณ์ที่ทันสมัย มีลักษณะการใช้งานที่เหมาะสมกับวิถีชีวิตของคนกรุง บวกกับการเป็นรถไฟฟ้าซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จึงทำให้ Zapp i300 ได้รับความสนใจเป็นอย่างสูงจากผู้บริโภคและสื่อทั่วโลกนับตั้งแต่บริษัทได้เปิดตัวสินค้า

s__10174515

นอกจากนี้ แซปป์ ยังมีทีมผู้บริหารที่มากด้วยประสบการณ์ยาวนานจากหลายหมวดอุตสาหกรรม ซึ่งนำโดยนายสวินท์ ชาติสุวรรณ กรรมการผู้จัดการ นาย Jeremy North ประธานกรรมการบริหารและผู้บริหารฝ่ายการเงิน นาย Joanna Baldwin ประธานกรรมการ และกรรมการอิสระ นาย James Herendeen ผู้รับผิดชอบแผนการตลาดที่เคยสร้างความสำเร็จให้กับแบรนด์ชั้นนำทั่วโลก นายยงเกียรติ์ กิตะพาณิชย์ แห่ง Somboon Advance Technology PCL ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ชั้นนำของประเทศไทย และ นาย Chahine Bouaiache หัวหน้าฝ่ายขาย ซึ่งเป็นอดีตผู้บริหารฝ่ายขายระดับภูมิภาคของบริษัท Tesla ประจำประเทศฝรั่งเศสอีกด้วย

นายสวินท์ กรรมการผู้จัดการ ได้กล่าวว่า บริษัทมีความภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้แจ้งข่าวแผนการเข้าตลาดหลักทรัพย์ NEX ในครั้งนี้ การตัดสินใจนำบริษัทเข้าตลาดครั้งนี้มีส่วนมาจาก ผลงานความสำเร็จและความก้าวหน้าของบริษัทที่ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว และโอกาสทางการตลาดในอุตสาหกรรมรถไฟฟ้าที่มีการเติบโตสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคยุโรปที่ซึ่งมีความต้องการมากสำหรับรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าคุณภาพสูง เช่น Zapp i300

อย่างไรก็ตาม การระดมทุนผ่านตลาดหลักทรัพย์ NEX ในครั้งนี้ จะช่วยให้บริษัทสามารถดำเนินแผนธุรกิจได้ตามที่วางไว้ เพื่อสร้างตัวเลือกของพาหนะในการเดินทางที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีสมรรถนะของการขับขี่ที่ดีและปลอดภัยให้กับผู้บริโภค เราเชื่อว่าเรามีธุรกิจที่จะสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน ประกอบกับทีมบริหารที่มีความ สามารถและมีความทุ่มเทต่อภารกิจของบริษัท เรามุ่งมั่นที่จะเดินหน้าพัฒนาสร้างความเติบโตให้กับธุรกิจและสร้างมูลค่าให้กับผู้ถือหุ้น