ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น80.71จุด

กระแสหุ้นออนไลน์

สนับสนุนเนื้อหา

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดเมื่อคืนนี้ (10 ม.ค.) ปรับตัวขึ้น 80.71 จุด หรือ 0.60% ปิดที่ 13,471.22 จุด ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 11.10 จุด หรือ 0.76% ปิดที่ 1,472.12 จุด และดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น 15.95 จุด หรือ 0.51% ปิดที่ 3,121.76 จุด เพราะได้แรงหนุนจากรายงานที่ว่ายอดส่งออกของจีนขยายตัวได้ดีเกินคาด นอกจากนี้ ตลาดหุ้นนิวยอร์กยังขานนายมาริโอ ดรากิ ประธานธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ที่แสดงความคิดเห็นในเชิงบวกเกี่ยวกับเศรษฐกิจในปี 2556   ตลาดหุ้นนิวยอร์กปรับตัวขึ้นตั้งแต่เปิดทำการซื้อขาย และสามารถเคลื่อนไหวในแดนบวกจนกระทั่งปิดทำการ เนื่องจากนักลงทุนคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจโลก หลังจากสำนักงานศุลกากรจีนเปิดเผยเมื่อวานนี้ ยอดการส่งออกของจีนในปี 2555 เพิ่มขึ้น 7.9% เมื่อเทียบเป็นรายปี ส่วนยอดส่งออกในเดือนธ.ค.ขยายตัว 14% เมื่อเทียบเป็นรายปี   ขณะที่ยอดการนำเข้าเพิ่มขึ้น 4.3% เมื่อเทียบเป็นรายปี ส่งผลให้ยอดเกินดุลการค้าระหว่างประเทศของจีนเพิ่มขึ้นเป็น 2.311 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2555 ซึ่งพุ่งขึ้น 48.1% จากปี 2554   นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนหลังจากประธานอีซีบีกล่าวภายหลังการประชุมนโยบายการเงินเมื่อวานนี้ว่า แม้ภาวะเศรษฐกิจในยูโรโซนยังคงมีแนวโน้มอ่อนแอลงในปี 2556 แต่คาดว่ากิจกรรมทางเศรษณฐกิจจะค่อยๆฟื้นตัวขึ้นภายในปีนี้ นอกจากนี้ อีซีบียังมีมติตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 0.75% ในการประชุมครั้งนี้ด้วย   อย่างไรก็ตาม ตลาดได้รับแรงกดดันจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะตึงตัวในตลาดแรงงานของสหรัฐ หลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยในวันนี้ว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 5 ม.ค.ปรับตัวเพิ่มขึ้น 4,000 ราย สู่ระดับ 371,000 ราย ตรงข้ามกับที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะลดลงมาอยู่ที่ระดับ 365,000 ราย ส่วนจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานติดต่อกันโดยเฉลี่ย 4 สัปดาห์ เพิ่มขึ้น 6,750 ราย สู่ระดับ 365,750 ราย   นักลงทุนจับตาดูรายงานผลประกอบการของภาคเอกชนสหรัฐ โดยธนาคารเวลส์ ฟาร์โก จะเป็นสถาบันการเงินรายใหญ่รายแรกที่จะเปิดเผยผลประกอบการในช่วงค่ำวันนี้ตามเวลาไทย   นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาดูข้อมูลการค้าระหว่างประเทศเดือนพ.ย.ของสหรัฐซึ่งกระทรวงพาณิชย์สหรัฐจะเปิดเผยในวันนี้เวลา 20.30 น.ตามเวลาไทย โดยนักวิเคราะห์คาดว่า สหรัฐจะขาดดุลการค้า 4.13 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนพ.ย. ลดลงจากระดับ 4.224 หมื่นล้านดอลลาร์ของเดือนต.ค.