Daily View - บล.กสิกรไทย

กระแสหุ้นออนไลน์

สนับสนุนเนื้อหา

คลายกังวลเรื่องเดิมแล้วก็กลับมากังวลเรื่องใหม่   แนวโน้มตลาด: หุ้นยุโรปและสหรัฐฯ พากันปิดลบ จากแรงขายทำกำไรหลังปรับขึ้นมาอย่างแข็งแกร่งในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยโฟกัสของตลาดเริ่มมาพูดถึงความกังวลในเรื่องเพดานหนี้สหรัฐฯ แม้จะเป็นเรื่องใหม่แต่ก็เป็นรูปแบบเดิมของตลาดคือ กังวลแล้วก็คลายกังวลสลับกันไป การไปพยายามคาดเดาความกังวลของตลาดไม่ช่วยอะไร การรับมือกับความกังวลด้วยการเลือกหุ้นที่โดดเด่นกว่าตลาดน่าจะเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผลกว่า ทั้งนี้เราสังเกตเห็นเงินออกจากกองทุนตราสารเงิน (Money Market Fund) ในสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งน่าจะเป็นทิศทางเดียวกันทั่วโลกจากแนวโน้มอัตราผลตอบแทนดอกเบี้ยแท้จริงติดลบ (negative real interest rate) ซึ่งยังเป็นปัจจัยหนุนการลงทุนในหุ้น แต่หุ้นกลุ่มแรกๆ ที่ได้ประโยชน์จะเป็นกลุ่มที่ปันผลสูง (ธุรกิจมั่นคงและปันผลสูงกว่าผลตอบแทนตราสารหนี้) ที่ยังเหลืออยู่ ก่อนที่จะทยอยไหลไปยังหุ้นกลุ่มอื่นที่ valuation ยังไม่แพงและความเสี่ยงไม่สูงเกินไป / ปัจจัยติดตาม: ประชุม กนง. 9 ม.ค. (คาดคงดอกเบี้ย) / ประชุม ECB 10 ม.ค. กลยุทธ์การลงทุน: ยังมอง SET แกว่งในกรอบ 1408-1430 ทั้งนี้นักลงทุนระยะสั้นที่เก็งกำไรหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ตามเรามาตั้งแต่สัปดาห์ก่อน อาจแบ่งขายทำกำไรหากวันนี้หุ้นปรับขึ้นต่อ เนื่องจากคาด กนง. ประกาศคงดอกเบี้ยนโยบายพรุ่งนี้จะไมได้ผลักดันหุ้นต่อ (ไม่กระทบพื้นฐานระยะยาว) หุ้นธนาคารไม่ว่าปรับขึ้นหรือไม่หลังการประชุมฯ เน้นแบ่งขายทำกำไร/ลดการถือ จากโมเมนตัมของกำไรที่เริ่มอ่อนลง (ชอบตัวเดียวคือ KTB) หุ้นแนะนำ TICON SPCG AJ สำหรับนักลงทุนระยะกลาง: เพิ่มน้ำหนักการลงทุนขึ้น 10% เป็น 70% (ตั้งแต่ 3 ธ.ค.55) หลังภาพการลงทุนระยะกลางมีความเสี่ยงลดลงและมีมุมมองเชิงบวกมากขึ้น โดยคาดว่าตลาดจะปรับขึ้นได้ถึงช่วงต้นปี (ม.ค.56) *** ทยอยสะสม TTA SOLAR ERW AJ KCE SPCG และตั้งแต่ (29 พ.ย.) ขอเพิ่มสะสม NMG   หุ้นแนะนำวันนี้ - TICON (ปิด 15.30 เป้าระยะสั้น 16.30 ขายเมื่อหลุด 14.90) คาดกำไร 4Q55โดดเด่นจากผู้บริหารยืนยันการขายสินทรัพย์เข้ากองทุนอสังหาริมทรัพย์ TFUND และ TLOGIS รวม 3.5 พันล้านบาท (แบ่งขาย 2 ส่วน เข้าพ.ย. และธ.ค.) + ผลตอบแทนปันผลสูงถึง 6.9-8.2 % ปี 55-56 + ซื้อขายเพียง 9.2x และ 8.2x PER 55-56 - SPCG (ปิด 18.10 เป้าระยะสั้น 20.00 ขายเมื่อหลุด 16.90) เตรียมรับรู้โรงไฟฟ้าที่เหลืออีก 25 โรง (จาก 3 4 โรง) จะทยอยจ่ายไฟ 1Q56 และ 3 Q56 ซึ่งจะทำให้ผลประกอบการเข้าสู่จุดเร่งตัวขึ้น + คาดกำไร 4Q55 ดีกว่า 9M55 ปรับเพิ่มประมาณการปี56-57 ขึ้น 2.5% และ 25% ให้ราคาเหมาะสมใหม่ 22 บาท + หากสามารถเดินหน้ากองทุนโครงสร้างพื้นฐานจะทำให้จ่ายปันผลได้เร็วขึ้น (คาด 0.96 บาท จ่ายต้นปี 57) - AJ (ปิด 16.70 เป้าระยะสั้น 17.80 ขายเมื่อหลุด 16.30) ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว 2Q55 สเปรดกลับมาสู่ระดับปกติ + คาด 4Q55 กำไรฟื้นตัวต่อเนื่อง +คาดกำไรเดินหน้าต่อช่วงปี 56-57 จากทยอยขยายกำลังการผลิตจาก 1 แสนตันเป็น 2.2 แสนตัน ภายใน 1Q57 - หุ้นใหญ่ที่น่าสนใจ: ซื้อเชิงตั้งรับ KTB PTTEP PTT PTTGC TOP MAJOR - หุ้นแนะนำอื่น: SPCG TICON CCET HMPRO ROBINS SAMART KBS   THAI CPF   ปัจจัยที่ต้องติดตาม - 08 ม.ค. EU: Euro-Zone Consumer Confidence - 08 ม.ค. EU: Euro-Zone Retail Sales - 08 ม.ค. US (Earnings): Alcoa, Apollo Group - 09 ม.ค. US (Earnings): PriceSmart - 10 ม.ค. EU: ECB Announce Interest Rate - 10 ม.ค. US: Jobless Claims - 10 ม.ค. US (Earnings): Chevron(interim report), Ruby Tuesday - 11 ม.ค. China: Consumer Price Index - 11 ม.ค. US: International Trade - 11 ม.ค. US (Earnings): Wells Fargo - 14 ม.ค. EU: Euro-Zone Industrial Production - 15 ม.ค. US: Producer Price Index - 15 ม.ค. US: Retail Sales - 15 ม.ค. US: Empire State Mfg - 16 ม.ค. EU: Euro-Zone CPI - 16 ม.ค. US: Consumer Price Index - 16 ม.ค. US: Industrial Production - 16 ม.ค. US: Housing Market Index - 16 ม.ค. US: Beige Book - 17 ม.ค. US: Housing Starts - 17 ม.ค. US: Jobless Claims - 17 ม.ค. US: Philadelphia Fed Survey - 18 ม.ค. China: Real GDP - 18 ม.ค. US: Consumer Sentiment   บทวิเคราะห์วันนี้ - AP (ซื้อ ปิด 9.05, พื้นฐาน 10.5 +16.0%) ผู้บริหารประกาศยอดขายอย่างเป็นทางการในปี 2555 ที่ 20.2 พันลบ. เพิ่มขึ้น 41%YoY ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายของบริษัท โดย AP มีการตั้งเป้าการเติบโตของยอดขายต่อเนื่องในปี 2556 ที่ 10% ขณะที่เป้าหมายการเติบโตของรายได้อยู่ที่ 15-20% ซึ่งใกล้เคียงกับประมาณการของเรา ทั้งนี้ AP มีแผนเปิดโครงการใหม่ 20 โครงการ มูลค่า 22.4 พันลบ.ในปีนี้จาก 17 โครงการ 21.8 พันลบ.ในปี 2555 โดยบ้านรูปแบบใหม่จะยังคงเน้นประโยชน์ใช้สอยที่เพิ่มขึ้นบนพื้นที่อาจลดลงเล็กน้อย ซึ่งจากแผนดังกล่าวรวมถึง backlog สินปี 2555 (ก่อนรับรู้รายได้ 4Q55) ที่ 33.9 พันลบ. ทำให้เรามีความเชื่อมั่นในประมาณการปัจจุบันมากขึ้น ทั้งนี้ backlog ดังกล่าวทำให้ประมาณการรายได้ในปี 2556-2558 ของเรามีความแน่นอนแล้ว 64%, 40% และ 28% ตามลำดับ โดยเรายังคงประมาณการมูลค่าพื้นฐานปี 2556 ไว้ที่ 10.50 บาท และยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” - SPALI (ถือ ปิด 20.60, พื้นฐาน 21.0 +1.9%) ผู้บริหารประกาศยอดขายอย่างเป็นทางการในปี 2555 ที่ 20.0 พันลบ. เพิ่มขึ้น 23%YoY ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายของบริษัทอย่างไรก็ตามการก่อสร้างที่ล่าช้าของคอนโดมิเนียมบางแห่งทำให้รายได้ใน 4Q55 อาจต่ำกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ประมาณ 5-10% อย่างไรก็ตามเรายังคาดเห็นการเติบโตก้าวกระโดดกว่า158%YoY และ 140%QoQ เป็น 6.2 พันลบ. สำหรับการเติบในปี 2556 SPALI ตั้งเป้าการเติบโตของยอดขายที่ 10-15% ขณะที่การรับรู้รายได้คาดเติบโตในระดับสองหลักต้นๆ แม้ว่าbacklog ณ สิ้น 3Q55 จะสูงถึง 28.6 พันลบ.แต่จากการที่คอนโดมิเนียมจำนวนมากจะรับรู้รายได้ในปี 2557 ทำให้ backlog ดังกล่าวสร้างความมั่นใจในประมาณการรายได้ของเราในปี2556-2558 ได้ในระดับ 40%, 51% และ 32% ซึ่งการเติบโตในปี 2556 ที่ระดับดังกล่าวถือว่าต่ำกว่าผู้ประกอบการรายใหญ่อื่นๆในกลุ่ม และจากการที่ราคาหุ้น SPALI เพิ่มขึ้นมาอย่างมีนัยสำคัญจนทำให้เหลือส่วนเพิ่มสู่มูลค่าพื้นฐานของเราไม่มาก เราจึงปรับลดคำแนะนำลงทุนลงจาก “ซื้อ” เป็น “ถือ” - CPNRF (ซื้อ ปิด 20.10, พื้นฐาน 22.0 +9.5%) เราปรับมูลค่าพื้นฐานของ CPNRF ตามวิธี DDM ขึ้นเป็น 22.0 บาทจาก 18.5 บาท หลังปรับเพิ่มรายได้จากการลงทุนสุทธิสำหรับปี 2556-2557 เพิ่มขึ้น 5% และ 25% ตามลำดับหลังรวมผลบวกจากการซื้อสินทรัพย์เพิ่มใน 1H56 อีก2 แห่ง มูลค่าประมาณ 5.0 พันลบ. ได้แก่ เซ็นทรัลรามอินทราและเซ็นทรัลแอร์พอร์ตเชียงใหม่ตามแผนการขายทรัพย์สินของ CPN ซึ่งจากราคาปิดล่าสุด การลงทุนใน CPNRF คาดจะให้ผลตอบแทนจากการลงทุนราว 15-17% โดยเป็นส่วนเพิ่มด้านราคาที่ 9.5% บวกเงินปันผลที่6-8% เราจึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” CPNRF โดยยังคงเห็นว่า CPNRF เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจกว่าTLGF ทั้งในด้านมูลค่าพื้นฐานและคาดการณ์ผลตอบแทนด้านเงินปันผล - SCC (ถือ ปิด 446.0, พื้นฐาน 420.0 -5.8%) ผู้บริหาร SCC ให้มุมมองเชิงบวกต่อทิศทางธุรกิจปิโตรเคมีในการให้ข้อมูลระหว่างกิจกรรมเยี่ยมชมกิจการเมื่อวานนี้ โดยอุปสงค์โอเลฟินจะมีมากกว่าอุปทานในช่วง 3 ปีข้างหน้า โดยส่วนต่างราคาระหว่าง HDPE-Naphtha และ PPNaphtha เริ่มปรับเพิ่มขึ้นจากจุดต่ำใน 1Q55 โดยคาดว่าราคา HDPF-Naphtha จะเพิ่มต่อเนื่องในปีนี้จนเกิน 500 เหรียญสหรัฐต่อตัน สำหรับผลกระทบระยะยาวจาก shale gas ต่อโอเลฟินคาดว่าจะยังไม่มาก โดยคาดว่าภายในปี 2563 shale gas จะคิดเป็นสัดส่วนเพียง 4% ของการผลิตเอทิลีนและ 6% ของการผลิตโพรพิลีน ขณะที่แก๊สธรรมชาติยังคงเป็นสัดส่วนที่สูงถึง 42% ของการผลิตโพรพิลีนและ 44% ของแนฟทา ถ้าการคาดการณ์นี้ถูกต้องราคาแอทิลีนและHDPE จะยังคงถูกกำหนดโดยต้นทุนแนฟทาเป็นหลัก นอกจากนี้ SCC ยังให้มุมมองในการขุดเจาะ shale gas ที่อาจต่ำกว่าที่เคยคาดการณ์สำหรับแหล่งที่อยู่นอกสหรัฐและแคนาดา ทั้งนี้SCC จึงยังคงกลยุทธ์การพัฒนาโครงการต่างๆตามเดิมโดยเน้นไปที่ตลาดอาเซี่ยนและสินค้าHVP ซึ่งจากมุมมองเชิงบวกต่อธุรกิจปิโตรเคมีดังกล่าวทำให้เราอาจพิจารณาปรับประมาณการและมูลค่าพื้นฐานจากปัจจุบัน หลังจากที่เราได้มีการปรับคำแนะนำลงทุนใน SCC ลงมาเป็น“ถือ” ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา และขณะนี้เราได้ปรับคำแนะนำลงทุนและมูลค่าพื้นฐานเป็น “อยู่ระหว่างปรับประมาณการ” - กลุ่มกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ในช่วงปลายปีที่ผ่านมาสนง.กลต.ได้มีการประกาศกฏเกณฑ์เกี่ยวกับกองทรัสต์ (ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์หรือ REIT) โดยประเด็นบวกต่อนักลงทุน ได้แก่ การที่กลต.อนุญาตให้ REIT สามารถกู้ยืมเงินได้ 35% ของ NAV หรือไม่เกิน 65% ถ้ากองทรัสต์ดังกล่าวมีระดับความเชื่อถือในอันดับที่สามารถลงทุนได้(investment grade) โดยประเด็นนี้เราเห็นว่าจะช่วยเพิ่มความสามารถในการลงทุนของกองทรัสต์ได้มากกว่ากองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (PFPO) ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในปัจจุบันที่สามารถกู้ยืมได้ไม่เกิน 10% อย่างไรก็ตามประเด็นลบของกองทรัสต์ ได้แก่ การที่นักลงทุนสถาบันจะไม่ได้รับการยกเว้นภาษีเงินปันผล (ได้รับยกเว้น 100% สำหรับนักลงทุนสถาบัน ที่จดทะเบียนกับตลาดหลักทรัพย์และ 50% สำหรับนักลงทุนสถาบันที่ไม่ได้จดทะเบียนกับตลาดหลักทรัพย์) ซึ่งจากประเด็นนี้ทำให้เราเชื่อว่ามีโอกาสไม่มากที่ PFPO ในปัจจุบันจะใช้สิทธิ แปลงสภาพเป็น REIT และหากไม่มีการบังคับให้แปลงสภาพนักลงทุนน่าจะยังคงใช้ PFPO ในปัจจุบันเป็นช่องทางระดมทุนในอนาคตต่อไป ทั้งนี้เราเห็นว่า CPNRF เป็น PFPO ที่น่าสนใจที่สุด ด้วยระดับ dividend yield ที่สูงระดับ 6.3% ในปี 56 และโอกาสปรับเพิ่มค่าเช่าปีละ 8- 9% ต่อปี รวมถึงแผนการเพิ่มสินทรัพย์อย่างต่อเนื่อง จะช่วยเพิ่มโอกาสการเติบโตของกองทุน - ERW (ถือ ปิด 4.40, พื้นฐาน 4.30 -2.3%) เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรต่อหุ้นของ ERW ในปี 2556-58 เพื่อสะท้อนแนวโน้มเชิงบวกต่อจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยที่สูงกว่าเราคาด เราทำประมาณการกำไรสุทธิ 4Q55 อยู่ที่ 62 ล้านบาท (เทียบกับขาดทุน 54 ล้านบาทใน 3Q55 และขาดทุน 101 ล้านบาทใน 4Q54) หรือสูงกว่า consensus 15% โดยคาดว่า ERW มีรายได้ต่อห้องพักเติบโต 36% YoY อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา ทำให้ราคาปิดล่าสุดมี downside 4% ต่อราคาเป้าหมายใหม่ที่ 4.30 บาท ประกอบกับเราเชื่อว่าราคาหุ้นน่าจะรับรู้ข่าวดีขายโรงแรมราคาประหยัดสองแห่ง เข้ากองทุนรวมอสังหาฯ ซึ่งจะทำให้บริษัทมีกำไรจากการขายสินทรัพย์ประมาณ 500-1,000 ล้านบาทแล้ว จึงปรับลดคำแนะนำหุ้น ERW จาก ซื้อ เป็น ถือ - PTT (ซื้อ ปิด 334.0, พื้นฐาน 389.0-5.8%) จากประเด็นข่าวที่ทางที่รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานมีการออกให้สัมภาษณ์ว่าคงยืนยันที่จะมีการปล่อยลอยตัวก๊าซ LPG ซึ่งคาดว่าในช่วงแรกราคาก๊าซ LPG จะมีการลอยตัวถึง 33% แต่อย่างไรก็ตามก็ยังมีการปฏิเสธที่ปรับราคาก๊าซ NGV ขึ้น เนื่องจากทาง PTT ยังคงไม่สามารถขยายจำนวนสถานีได้ตามเป้าหมาย ถึงแม้ว่าตามข่าวจะมีการปฏิเสธที่จะมีการปรับขึ้นราคา NGV ทาง PTT ยังคงเชื่อว่าเรื่องดังกล่าวยังคงไม่ถึงที่สุดเนื่องจากอย่างก็ตามยังคงต้องรอการตัดสินชี้ขาดของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติที่จะมีการประชุมในปลายเดือนมกราคม ถึงแม้ว่าจะผลที่ออกมาจะไม่มีการปรับขึ้นของราคาก๊าซ ซึ่งประมาณการของเรายังคงไม่ได้รวมปัจจัยดังกล่าวเข้าไป เรายังคงเชื่อว่า PTT ยังคงน่าสนใจจากการเติบโตของธุรกิจหลักและมูลค่าที่ยังไม่แพง เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่มูลค่าพื้นฐาน 389 บาท - BECL (ซื้อ ปิด 37.5, พื้นฐาน 45.0 20.0%) BECL รายงานปริมาณการจราจรบนทางด่วนอยู่ที่ 1.09 ล้านคันต่อวันในเดือนธันวาคม 2555 ทรงตัว YoY แต่ลดลง 4.2% MoM เพราะผลกระทบจากช่วงวันหยุดยาว เท่ากับว่า ปริมาณการจราจรบนทางด่วนอยู่ที่เฉลี่ย 1.084 ล้านคันในปี 2555 เพิ่มขึ้น 5.8% YoY แต่ต่ำกว่าประมาณการของเราที่ 6.5% ขณะที่รายได้ค่าผ่านทางด่วนสูงกว่าที่เราคาดไว้จากรายได้เฉลี่ยต่อคันที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าราคาหุ้นจะปรับตัวสูงขึ้น YTDในปี 2556 แต่เราเชื่อว่าราคา BECL ยังเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเนื่องจากมีแนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่งและบริษัทยังมีโอกาสปรับขึ้นค่าผ่านทาง เราจึงคงคำแนะนำ Outperform ที่ราคาเป้าหมาย 45 บาท - BJC (ขาย ปิด 64.25 พื้นฐาน 48.50 -24.5%) จากข่าวในหนังสือพิมพ์ข่าวหุ้นกรณี BJC เตรียมเพิ่มกำลังการผลิตขวดแก้วและกระป๋อง 2 เท่า เตรียมรอรับออเดอร์จาก F&N และจะทำให้ยอดขายเพิ่มเป็น 2 เท่า จากประมาณการของเราที่ได้จากข้อมูลที่เปิดเผยผ่านบริษัท แผนการขยายกำลังการผลิตคือเพิ่มเตาแก้วอีก 3 เตา ใน 3 ปีข้างหน้า ซึ่งเรารวมไว้ในประมาณการแล้ว 2 เตาในปี 56-57 เป็นเพียงกำลังการผลิตที่ทดแทนการปิดโรงแก้วที่ราษฏร์บูรณะ แต่การเพิ่มอีก 1 เตาซึ่งเป็น upside สำหรับประมาณการเรา ถือเป็นการเพิ่มกำลังการผลิตใหม่สำหรับขวดแก้วอีก 15% สำหรับแผนการขยายกำลังการผลิตโรงงานกระป๋องหนึ่งสายการผลิตเป็นการเพิ่มกำลังการผลิตเพียงประมาณ 26% เท่านั้น จากข้อมูลที่เราได้รับการเพิ่มกำลังการผลิตถึง 100% ตามข่าวไม่น่าจะเป็นไปได้ และยังคงคำแนะนำขาย จากราคาหุ้นที่สูงกว่าราคาเหมาะสมเราถึง 25% และบริษัทยังไม่มีการเปิดเผยแผนการลงทุนใหม่ๆหรือ M&A   สรุปภาวะตลาด - DJIA ปิด 13,435.21 จุด +43.85 จุด (+0.33%) S&P500 ปิด 1,466.47 จุด +7.10 จุด (+0.49%) Nasdaq ปิด 3,101.66 จุด +1.09 จุด (+0.04%) ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลง เนื่องจากนักลงทุนระมัดระวังการซื้อขาย เพื่อรอการรายงานผลประกอบการของ บริษัทเอกชน - NYMEX ส่งมอบ ก.พ. อยู่ที่ USD93.19/bbl +0.10(+0.1%) สัญญาทองคำ COMEX ส่งมอบ ก.พ. อยู่ที่ USD1,646.3/ounce -2.6(-0.16%) สัญญาราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นหลังจากโครงการขยายท่อส่งน้ำมันซีเวย์ในสหรัฐใกล้เสร็จสมบูรณ์ (11 ม.ค.56) ซึ่งจะช่วยลดภาวะน้ำมันดิบล้นตลาดได้ ขณะที่สัญญาราคาทองคำปรับตัวลง เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากความไม่แน่นอนต่อการดำเนินมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณของ Fed   สรุปข่าวประจำวัน   ต่างประเทศ - รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังพิจารณาเรื่องการจัดตั้งงบประมาณพิเศษสำหรับปีงบประมาณ 2555คิดเป็นมูลค่าราว 12 ล้านล้านเยน (1.362 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่กำลังชะลอตัวลงอยู่ในขณะนี้ (อินโฟเควสท์)   ข่าวบริษัท - IRPC วางเป้ารายได้โต10% \"ไออาร์พีซี\" ลั่นโครงการฟินิกซ์เริ่มเห็นผล ดันรายได้ปี 56เติบโต 5-10% จากปี 55 ที่คาดทำได้ตามเป้า 2.7 แสนล้านบาท บวกโครงการขยายกำลังการผลิต PP-ABS-EBSM เดินเครื่องเต็มกำลัง ชี้แผนลงทุนฟินิกซ์คืบหน้าไปแล้ว 45% (ข่าวหุ้น)   - BEAUTY ปีนี้แจ่มลั่นรายได้โต20%ขยายสาขาตปท. BEAUTY ลั่นเป้ารายได้ปี 56 เติบโต20% หลังทำยอดขายได้เพิ่มขึ้น พร้อมรักษาอัตรากำไรขั้นต้น 70-71% เตรียมงบลงทุน 250 ล้านบาท ขยายสาขาเพิ่มเป็น 180 สาขา ไตรมาสนี้เล็งขยายเฟรนไซส์ไปลาว และเวียดนาม (ข่าวหุ้น) - CPF รุกร้านอาหารใหม่ ส่ง'อิซี่สแน็คส์บายซีพี' ดันยอดขาย100ล้าน CPFเปิดตัวธุรกิจร้านอาหารว่างแนวใหม่ ภายใต้ชื่อ “อิซี่ สแน็คส์ บาย ซีพี” นำเสนออาหารแช่แข็งสำเร็จพร้อมอุ่นให้รับประทานได้ทันที ตั้งเป้าดันเพิ่มยอดขายสินค้าแบรนด์ ซีพี อีก 100 ล้านบาทในปีนี้ จากการขยาย 10 ร้าน งบลงทุนรวม 5 ล้านบาท หวังขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ มองมูลค่าตลาดอาหารว่างขยายตัวต่อเนื่อง 20% ต่อปี (ข่าวหุ้น) - TMI ปีนี้ตั้งเป้ารายได้-กำไรพุ่ง เพิ่มกำลังผลิต-ลุยขยายตลาดต่างประเทศ “ธีระมงคลฯ”วางเป้ารายได้ปี 56 โต 30% ส่วนกำไรโต 20-30% จากการเพิ่มกำลังการผลิต การบริหารต้นทุน ดันอัตราการทำกำไรเพิ่มขึ้น รวมถึงขยายตลาดต่างประเทศเพิ่ม เน้นอาเซียน พร้อมการัน ตีรายได้ปี 55 โตตามเป้า 70-80% (ข่าวหุ้น) - WHA ปันผลระหว่างกาล10สต. จ่อบุ๊คขายสินทรัพย์เข้าWHAPF2,080ล้านบาท บอร์ด\"ดับบลิวเอชเอฯ\" ใจดีไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาลหุ้นละ 0.10 บาท แขวน XD วันที่ 27 ม.ค. 56 กำหนดจ่ายวันที่ 1 ก.พ.55 เตรียมจ่อบันทึกรายได้โอนขายสินทรัพย์เข้ากองทุน WHAPF มูลค่า 2,080 ล้านบาทในวันที่ 10 ม.ค.นี้ (ข่าวหุ้น) - LPN โชว์แบ็กล็อก1.8หมื่นล้าน ปี56รายได้พุ่ง1.5หมื่นล้าน ลุยเปิด13โครงการ \"แอลพีเอ็น\" เผยปี 56 ลุยเปิด 13 โครงการใหม่ มูลค่า 2 หมื่นล้านบาท ตั้งเป้ายอดขายปี 56 พุ่ง 2 หมื่นล้านบาท โต 10% จากปี 55 ที่มียอดขาย 1.9 หมื่นล้านบาท ส่วนรายได้ปี 56 คาดอยู่ที่ 1.5 หมื่นล้านบาท หลังมีแบ็กล็อกรอโอนกว่า 1.8 หมื่นล้านบาท คาดรับรู้ปี 56 กว่า1.25 หมื่นล้านบาท (ข่าวหุ้น) - GSTEEL ฟุ้งปี56พลิกกำไร ครึ่งหลังเล็งควบกิจการกับGJSชี้แปลงหนี้สำเร็จQ1 GSTEEL-GJS เล็งควบรวมกิจการในครึ่งหลังปี 56 หลังจากการแปลงหนี้เป็นทุนสำเร็จในไตรมาส 1/56 เพื่อช่วยลดต้นทุนการจัดซื้อวัตถุดิบ หนุนผลประกอบการปี 56 พลิกเป็นกำไร เตรียมผลิตเต็มกำลังไตรมาส 2/56 คุยอาร์เซลอร์มิตตัล (AM) ร่วมทุนใหม่ (ข่าวหุ้น) - HEMRAJ ทุบสถิติยอดขายที่ดิน ปี55พุ่ง2.3พันไร่เพิ่มขึ้น39% เหมราชฯ สร้างสถิติใหม่ในปี 55 ทั้งยอดขายที่ดิน บริการสาธารณูปโภค และธุรกิจให้เช่าโรงงานสำเร็จรูป โดยยอดขายที่ดิน 2,317 ไร่ เพิ่มขึ้น 39% มีสัญญารวม 115 สัญญา มองระยะยาวโรงไฟฟ้าเก็คโค่-วัน ช่วย เพิ่มสัดส่วนรายได้ (ข่าวหุ้น) - TVO ค่าบาทหนุนกำไรกระหึ่มปล่อยหมัดเด็ดลงทุนธุรกิจใหม่ TVO คิดการณ์ไกลเตรียมขยายธุรกิจใหม่ คาดปีนี้เห็นการลงทุนเพิ่ม หลังรับอานิสงส์บาทแข็งค่า หนุนอัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทติดลมบน บวกยอดขายเติบโตตามการาเลี้ยงสัตว์บกและสัตว์น้ำเพื่อบริโภคใน ประเทศและส่งออก (ทันหุ้น) - NEP ล้างขาดทุน-คลอด PP รุกเทกโอเวอร์ NEP ลั่นประชุมผู้ถือหุ้นทำแผนล้างขาดทุน แถมออก PP และ PO ไตรมาส 1/2556 นี้ \"หัวเรือใหญ่\" หวังโกยเม็ดเงินจ่อเทกโอเวอร์ ปั๊มกำไรรายได้โตก้าวกระโดดทะลุ 1 พันล้านบาท (ทันหุ้น) - MDX เจ๋งฟันกำไรเฉียด 300% จ่อขายที่ 2 พันล้าน MDX ติดปีกงบปี 2556 สูงปรี๊ด หลังเตรียมขายที่ดินให้ฝรั่งเฉียด 2 พันล้านบาท ปักธงกำไรปี 2555 ทุบสถิติ หลังบุ๊กยอดขายเต็มพอร์ตฟันรายได้โตกว่า 65% หรือ 13 พันล้านบาทโกยกำไรเฉียด 300% (ทันหุ้น) - UWC ฮุบศูนย์ค้าปลีกใหม่ UWC ทุ่มงบ 170 ล้านบาท ฮุบกิจการศูนย์ค้าปลีก 2 แห่ง หวังกวาดเงินเป้าเป้าเพิ่ม 50 ล้านบาท ปูพรมเดินหน้าสอยงานล็อตใหม่ 3 พันล้านบาท หวังคว้าชัยราว 50% เสริมรายรับอนาคต ส่วนปี 2556 ตั้งเป้ารายได้ทะยาน 15% จากปีก่อน โหนกระแส อุตสาหกรรมคึกคัก (ทันหุ้น) - COLOR อัพกำลังผลิตโกยเงิน หวัง ผถห.เพิ่มทุนดันอนาคตรุ่ง COLOR ควักงบ 50 ล้านบาท ซื้อเครื่องจักรขยายกำลังการผลิต รับดีมานด์พุ่งกระฉูดพร้อมมั่นใจปี 2555 รายได้แจ๋วกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 400 ล้านบาท หลังออเดอร์ทะลักอื้อแจงบาทแข็งไม่กระทบ (ทันหุ้น) - FORTH ทุ่ม160ล.ขยายคลังสินค้า ปี56ผลงานฟื้นตัว FORTH ตั้งเป้ารายได้ปี 2556 โต10-15% เดินหน้าประมูลงานใหม่ต่อเนื่อง พร้อมเจาะธุรกิจตู้เติมเงินให้ถึงเป้า 3 หมื่นตู้ จากสิ้นปี2555 ทำไว้ที่ 1.8 หมื่นตู้ แย้มดอดเจรจาซื้อที่ดินเพิ่ม หวังขยายโรงงานคลังเก็บสินค้า คาดใช้ งบ 160 ล้านบาท (ทันหุ้น) - TMB ตั้งป้อมอัพมาร์จิ้น นลท.ต่างชาติดีลซื้อหุ้น TMB กางแผนธุรกิจ ตั้งเป้าเดินหน้าลุยธุรกิจที่ให้มาร์จิ้นสูง หวังกำไรสุทธิปีนี้พุ่งแรงต่อเนื่อง \"คลัง\" ยืนยันไม่ทิ้งแผนขายหุ้น พร้อมเปิดรับทุกข้อเสนอแต่ขอราคาที่เหมาะสมกับการโตของธุรกิจ (ทันหุ้น) - OISHI รายได้1.2หมื่นล้าน อัพไซด์20% OISHI เดินหน้าปั๊มรายได้ปี 2556 แตะระดับ 1.2หมื่นล้านบาท เติบโต 20-25% หลังธุรกิจเครื่องดื่ม-อาหารกลับมาเดินเครื่องได้เต็มที่อีกครั้งด้านโบรกส่องกำไรปี 2555 หดตัวเหลือ 700 ล้านบาท แต่คาดปีนี้กลับมาฟื้นตัวก้าวกระโดดแตะ ระดับ 1.1 พันล้านบาท (ทันหุ้น)   ข่าวเศรษฐกิจ / อุตสาหกรรม - ยันสินค้าไม่ขึ้นอีก3เดือน น.ส.วิบูลลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน (คน.) กล่าวว่าจากการติดตามผลกระทบของการปรับขึ้นค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ 300 บาทที่มีผลทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานจำนวนมาก เช่น อุตสาหกรรม สิ่งทอ และเฟอร์นิเจอร์ แต่ไม่ได้เป็น กลุ่มสินค้าที่กระทบกับค่าครองชีพเป็นหลัก โดยจากการที่กรมการค้าภายในได้หารือกับผู้ประกอบการในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม ยังคงยืนยันตรงกันว่าจะไม่มีการปรับขึ้นราคาสินค้าอุปโภคและบริโภคในช่วง 3 เดือน (ข่าวสด) - กลุ่มพลังงาน: กพช.ชงเลื่อนขึ้นแอลพีจีหวั่นซ้ำเติมผู้มีรายได้น้อย นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานเตรียมเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เลื่อนมาตรการตรึงราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี)ออกไปอีกไม่น้อยกว่า 2-3 เดือน หลังจากมาตรการได้สิ้นสุดลงเมื่อสิ้นธ.ค. 55 ที่ผ่านมาเนื่องจากต้องรอมาตรการลดผลกระทบความเดือดร้อนของประชาชนผู้มีรายได้ต่ำให้เสร็จสิ้นก่อน (เดลินิวส์)   กิจพล ไพรไพศาลกิจ Kitpon.p@kasikornsecurities.com +662 696-0057 ปณิธิ จิตรีโภชน์ Paniti.j@kasikornsecurities.com, +662 696-0053   โดย บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด ประจำวันที่ 8 ม.ค. 2556