รอบด้านตลาดหุ้น - บล.บัวหลวง

กระแสหุ้นออนไลน์

สนับสนุนเนื้อหา

สรุปภาพตลาด   คาดหุ้นไทยลงจำกัด: เลือกลงทุน /สะสม หุ้นปันผลดี รายวันคาดดัชนีฯ ลงตามภูมิภาค แนวรับ 1,290 จุด แนวต้าน 1,305 จุด เป็นผลจาก 1) ตลาดหุ้นสหรัฐฯ (Sell on fact) ปรับลงหลัง ปธน.โอบามา ถูกเลือกกลับมาอีกครั้ง จากวิตกการผ่านร่าง กม.ภาษี และเพดานหนี้ (Fiscal cliff) (แต่คาด ระยะกลาง เป็นบวกต่อตลาดหุ้นเอเชีย อิงดอลล์อ่อน จากนโยบายเศรษฐกิจสหรัฐฯ ไม่เปลี่ยนแปลง) 2) ถ้อยแถลงประธาน ECB ระบุวิกฤตหนี้ยุโรปได้ลุกลามไปถึงเยอรมนี คาดหุ้นกลุ่ม Utilities (ทางด่วน (BECL) รถไฟฟ้า (BTS) ประปา ไฟฟ้า ทีวี (MCOT)) และค้าปลีก ปันผลสูง จะดีกว่าตลาด ส่วนกลุ่มนำลงรอบนี้ คือ ปิโตรฯ สื่อสารฯ (มือถือ) โรงกลั่น พลังงาน แบงก์ ที่ได้รับผลกระทบจากแรงขายต่างชาติโดยตรง นักเล่นรอบสั้น: คาดดัชนีฯหุ้นไทย มีโอกาสรีบาวด์ ตามแนวรับ ภายใน 1-2 วันนี้ (Stop loss ถ้าต่ำกว่า 1,280 +/-3 จุด) และคาด Upside จะยังจำกัดบริเวณ 1,310 +/-5 จุด ส่วนพอร์ตระยะกลาง ยังคงแนะระวังการปรับฐาน แนวรับ 1,270-1,250 จุด (Bottom zone คาดว่าจะเกิดขึ้นภายในเดือน พย.นี้) หุ้นเด่น MCOT (ประกาศงบฯ วันจันทร์ 12 พย. นี้ คาดมี Positive surprise และมุมมองเชิงบวกหลังจัด Analyst meeting ในวันที่ 15 พย. และข่าวโฆษณาฯ ช่วงสรยุทธ์ย้ายเข้า MCOT), CFRESH (จัด Analyst Meeting 19 พย. คาดนักวิเคราะห์มีมุมมองเชิงบวกมากขึ้น) เก็งกำไร ILINK (Stop loss 17 บ. ต้าน 18.5-19 บ.) Consensus คาดราคาดเป้าหมายที่ 19-23.6 บ. ข่าวบวกคือ รับรู้รายได้งานโครงข่ายใยแก้วนำแสงทั่วประเทศ (เริ่มรับรู้ปีหน้า) เพื่อรองรับ 3G, ทีวีระบบดิจิตัล และ อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง , ปลายปีนี้รู้ผลประมูลงานเคเบิ้ลใต้ทะเล, TGPRO (รับ 0.63 บ. ต้าน 0.67 บ.) กำไร 3Q-4Q12F พลิกบวก และดีขึ้นต่อเนื่อง   ปัจจัยที่มีผลต่อตลาดฯ (-/+) หลัง ปธน.โอบามา ถูกเลือกกลับมาอีกครั้ง ส่งผลกังวลต่อการผ่านร่าง กม.ภาษี และเพดานหนี้ (Fiscal cliff) ของสหรัฐฯ จากการคัดค้านของเสียงส่วนใหญ่ในสภาล่างที่รีพลับริกันยังคงครองเสี่ยงข้างมาก แต่ในอีกด้านหนึ่ง คาดนโยบายเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะนโยบายจาก เฟด จะไม่เปลี่ยนแปลง และนโยบายเศรษฐกิจจะเอื้อต่อเศรษฐกิจเอเชีย มากกว่า รอมนีย์ (รอมนีย์ เคยย้ำจะออกรายงาน ระบุ จีนเป็นประเทศที่กีดกันทางการค้า ฯลฯ) (+) การประชุมพรรคคอมมิวนิสต์จีน 8พย. เพื่อเลือก ปธน.คนใหม่ คาดเป็นบวกต่อตลาด (*) วันนี้ ประชุม ECB คาดคงดอกเบี้ยที่ 0.75% และไม่เพิ่มมาตรการอัดฉีดสภาพคล่อง (โอกาสลดดอกเบี้ยเซอร์ไพร์ส ตลาดน่าจะเกิดในเดือน ธค.มากกว่า) และ BOE ไม่เพิ่มการอัดฉีดสภาพคล่อง (คาดBOE ออก QE ใหม่อีกครั้งในเดือน กพ.ปีหน้า) ส่วนพรุ่งนี้ การประชุม รมว.คลังยุโรป คาดสเปนส่งสัญญาณเลื่อนการเข้าโครงการช่วยเหลือทางการเงินจาก ESM (+/-) กำไรดีขึ้น และมี Earning Upgrade HMPRO /-Earning มีแนวโน้ม Downgrade ADVANC (*) MSCI ประกาศทบทวนดัชนีฯรายไตรมาส 14 พย.นี้ (มีผลสิ้นเดือนนี้) ตลาดคาดเพิ่มหุ้น BGH AOT MAKRO   Investment theme: กำไร 3Q12F โตเด่น TGPRO SORKON AI CFRESH UMI THAI กลุ่มที่เชื่อมโยงปัจจัยฤดูกาล สะสม/เก็งกำไรในกรอบเทคนิค MINT ERW CENTEL MAJOR THAI หุ้นปันผลดี ปันผลสูง MCOT CFRESH   วิกิจ ถิรวรรณรัตน์ Tel. (662) 618-1336   ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อตลาด กนง.เชื่อมาแน่เงินนอกไหลเข้าชี้ไม่ใช้ดบ.สกัด \"กนง.\" ยอมรับว่านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่ต่อเนื่องของสหรัฐมีผลให้เงินไหลเข้าเพิ่ม ยันไม่ใช้ดอกเบี้ยสกัด นายศิริ การเจริญดี คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กล่าวว่า การชนะเลือกตั้งของประธานาธิบดี บารัก โอบามาน่าจะทำให้การดำเนินนโยบายในปัจจุบันของสหรัฐต่อเนื่องไปและน่าจะดีต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจริงของสหรัฐ เพราะสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนได้แต่คงต้องยอมรับความเชื่อมั่นที่ดีขึ้นคงมีผลให้นักลงทุนในสหรัฐกล้านำเงินทุนออกไปลงทุน (Risk On) จนทำให้มีเงินทุนไหลออกไปในภูมิภาคต่างๆ มากขึ้นด้วย ( หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์)   กกร.เตรียมถกค่าแรง 300 บ. นายทวีกิจ จตุรเจริญคุณ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สายแรงงาน เปิดเผยว่า ในวันที่ 8 พ.ย.นี้ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วย ส.อ.ท. สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย จะหารือถึงผลกระทบจากการปรับเพิ่มค่าแรง 300 บาททั่วประเทศ รวมถึงมาตรการเยียวยาที่ต้องการให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือ เนื่องจากไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะเอสเอ็มอี แต่เกิดผลกระทบกับผู้ประกอบการทุกขนาด (หนังสือพิมพ์บ้านเมือง)   กสทช.จ่อเสียงแตกร่างมัสแฮป เสนอห้ามผูกขาดซื้อรายการ ก่อนชงเข้าบอร์ดใหญ่ 14 พ.ย. นายธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสท.) กล่าวว่า ได้สงวนความเห็นเกี่ยวกับร่างหลักเกณณ์รายการโทรทัศน์ที่ให้เผยแพร่ได้เฉพาะในบริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไป (Must Have) ที่กำหนด 7 รายการที่ต้องออกอากาศฟรีทีวี รวมทั้งการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายด้วย (หนังสือพิมพ์บ้านเมือง)   'คลัง'หลังพิงฝาเพิ่มทุนแบงก์รัฐ คลังหมดทางดิ้นจ่อเพิ่มทุนให้แบงก์รัฐ 3 แห่ง อีกกว่า 1.3 หมื่นล้าน นายประสงค์ พูนธเนศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมนโยบายรัฐวิสาหกิจ(สคร.) กล่าวว่า กระทรวงการคลังจะเสนอการเพิ่มทุนเรือนหุ้นของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)จำนวน 1 หมื่นล้านบาทจากปัจจุบันที่มีทุนจดทะเบียน 5 หมื่นล้านบาทเป็น 6 หมื่นล้านบาทให้คณะรัฐมนตรี (ครม.)พิจารณาเห็นชอบ เพื่อใช้ในการขยายสินเชื่อของธนาคารต่อไป ( หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์)   ชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ Tel. (662) 618-1330-1   รายงานวันนี้   หุ้น: VNT          คำแนะนำ: ซื้อ          ราคาเป้าหมาย (บาท): 21.20 บริษัทรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/55 แข็งแกร่งที่ 598 ล้านบาท ลดลง 27% YoY แต่เพิ่มขึ้น 14% QoQ ซึ่งสูงกว่าที่เราและตลาดคาด 16% รายได้เติบโตด้วยปัจจัยหนุนจากปริมาณขายที่สูงขึ้นและการรับรู้รายได้จากโครงการ Epichlorohydrine (ECH) คาดราคาและส่วนต่างราคาพีวีซีอ่อนตัวลงในไตรมาส 4/55 เนื่องจากอุปสงค์ที่ลดลงในช่วงโลว์ซีซั่นและอุปทานที่เพิ่มขึ้น แนวโน้มส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่ยังไม่น่าจะฟื้นตัวในช่วงระยะเวลาอันใกล้ซึ่งเป็นผลมาจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก จะส่งผลกดดันต่อราคาหุ้นในระยะสั้น   นักวิเคราะห์: สุพพตา ศรีสุข   หุ้น: TCAP          คำแนะนำ: ซื้อ          ราคาเป้าหมาย (บาท): 57.00 เรามีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มกำไรของ TCAP จากการกลับมาฟื้นตัวของยอดขายรถยนต์และการขยายตัวแข็งแกร่งของสินเชื่อในไตรมาส 4/55 โดยเฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ เราคาดว่าการขาย บริษัท TLIFE ให้แก่ Prudential Life Assurance (Thailand) ของ TBANK จะทำให้ TBANK สามารถบันทึกกำไรจากการลงทุนก่อนภาษีประมาณ 14 พันล้านบาทในไตรมาส 1/56 TBANK วางแผนที่จะจัดสรรกำไรที่ได้จากการลงทุนมาเพื่อเพิ่มอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยกลุ่มธนาคารที่ 115% คาดสัดส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงธนาคารจะเพิ่มขึ้น 2% จากการขาย TLITE จะช่วยหนุนให้ TBANK สามารถให้สินเชื่อได้แข็งแกร่งในหลายปีข้างหน้า   นักวิเคราะห์: สุวัฒน์ บำรุงชาติอุดม   หุ้น: ADVANC          คำแนะนำ: ถือ          ราคาเป้าหมาย (บาท): 192.03 ADVANC รายงานกำไรสุทธิ 8.78 พันล้านบาทในไตรมาส 3/55 เพิ่มขึ้น 42% YoY และ 1% QoQ ซึ่งถือว่าเป็นไปตามคาด กำไรหลักเติบโต YoY เนื่องจากการลดลงของอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล  รายได้จากการบริการเสียงและข้อมูลเติบโตแข็งแกร่ง มีการควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพและดอกเบี้ยจ่ายลดลง ยังคงมีความเสี่ยงสำหรับผลการประมูลใบอนุญาติ 3จี ที่เพิ่งสิ้นสุดลง   นักวิเคราะห์: ประสิทธิ์ สุจิรวรกุล   หมายเหตุ: รายงานดังกล่าวเป็นเพียงเนื้อหาโดยสรุป สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในรายงานฉบับเต็ม   Technical Analysis   Security: MCOT Position: ซื้อ เป้าหมาย: 38/40 Stop loss< 33.75 Reason: ส่งสัญญาณฟื้นตัวขึ้นจากแนวรับสำคัญบริเวณ 34บ ลุ้นราคาดีดขึ้นทะลุแนวต้านเดิม 35 คาดวอลุ่มจะเพิ่มสูงขึ้นตามสัญญาณการ Break out โดยมีแนวต้านถัดไปที่ 38-40   Security: AAV Position: ซื้อ เป้าหมาย: 4.9/4.96 Stop loss< 4.6 Reason: ดีดตัวขึ้นจากแนวรับบนเส้นค่าเฉลี่ยสอดคล้องกับเครื่องมือทางเทคนิคที่กำลังฟื้นตัวและวอลุ่มที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ   Security: ITD Position: ซื้อ เป้าหมาย: 4.4/4.5 Stop loss< 4 Reason: สัญญาณทางเทคนิคมองการดีดกลับบนเส้นค่าเฉลี่ย 10 วัน สอดคล้องกับวอลุ่มที่เพิ่มขึ้นและเครื่องมือทางเทคนิคตัดเส้น signal line ขึ้น   Security: HEMRAJ Position: ขายทำกำไร Reason: ปรับตัวลงและปิดต่ำหลุดเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้น 10 วัน 3.16บ. โดยมีสัญญาณเตือนหรือแนวโน้มการอ่อนตัวลงจากเครื่องมือ MCAD   Security: BIGC Position: ขายทำกำไร Reason: BIGC รอบนี้ถือว่าสัญญาณไม่ดีและส่งสัญญาณอ่อนกว่าตลาด ขณะที่แนวโน้มระยะสั้นต้องระวังเนื่องจากหลุดเส้นค่าเฉลี่ย 10 วันและปิดต่ำ สอดคล้องกับเครื่องมือทางเทคนิค MACD ตัดลงต่ำกว่าเส้น 0   Security: BEC Position: ขายทำกำไร Reason: เครื่องมือทางเทคนิคบ่งชี้ถึงความเสี่ยง จากโมเมนตัมที่ลดลง สอดคล้องกับเครื่องมือทางเทคนิคเริ่มปรับลง MACD ตัดเส้น signal line ลงเริ่มลงต่ำกว่าเส้น 0   โดย บมจ.หลักทรัพย์ บัวหลวง ประจำวันที่ 8 พ.ย. 2555