กสิกรไทยคาดเงินบาทสัปดาห์หน้าเคลื่อนไหว30.65-30.95บาท/ดอลลาร์

กระแสหุ้นออนไลน์

สนับสนุนเนื้อหา

บริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปภาวะตลาดเงินรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา (24-28 ก.ย.) เงินบาทอ่อนค่าใกล้ระดับ 31.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ ก่อนฟื้นตัวกลับมาช่วงปลายสัปดาห์ โดยเงินบาทอ่อนค่าลงในช่วงต้น-กลางสัปดาห์ ท่ามกลางแรงซื้อเงินดอลลาร์ฯ ในช่วงใกล้สิ้นเดือนของกลุ่มผู้นำเข้า   และแรงขายทำกำไรสกุลเงินเอเชียในภาพรวม หลังจากที่แข็งค่าขึ้นรับข่าวมาตรการผ่อนคลายทางการเงินของธนาคารกลางชั้นนำหลายแห่ง นอกจากนี้ แรงขายสุทธิหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติในช่วงที่ตลาดจับตาปัญหาหนี้ของสเปนและกรีซก็เป็นปัจจัยกดดันเงินบาทด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ดี เงินบาทฟื้นตัวกลับมาในช่วงท้ายสัปดาห์ สอดคล้องกับการดีดตัวกลับมาของสินทรัพย์เสี่ยงซึ่งได้รับแรงหนุนจากแผนการปฏิรูปเศรษฐกิจและแผนงบประมาณปี 2556 ของสเปน ซึ่งตลาดมองว่าเป็น มาตรการที่เหมาะสม ขณะที่ ปัจจัยลบจากความต้องการเงินดอลลาร์ฯ ช่วงสิ้นเดือนได้สิ้นสุดลง   ในวันศุกร์ (28 ก.ย.) เงินบาทอยู่ที่ 30.78 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับ 30.79 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (21 ก.ย.)   สำหรับแนวโน้มสัปดาห์ถัดไป (1-5 ต.ค.) เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 30.65-30.95 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยคงต้องติดตามการตอบรับของตลาดต่อปัญหาหนี้ของสเปน และผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป ขณะที่ ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี ISM ภาคการผลิต-ภาคบริการ และตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนก.ย. ยอดสั่งซื้อของโรงงานเดือนส.ค. จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และบันทึกการประชุมเฟดเมื่อวันที่ 12-13 ก.ย.ที่ผ่านมา   เงินยูโร และเงินเยนเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ฯ   เงินยูโรแตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์ ก่อนฟื้นตัวท้ายสัปดาห์ โดยเงินยูโรถูกกดดันเกือบตลอดสัปดาห์ ท่ามกลางความวิตกต่อสถานการณ์ในกรีซและสเปนที่เพิ่มความเสี่ยงให้กับยูโรโซนและแนวโน้มเศรษฐกิจ นอกจากนี้ เงินยูโรยังมีปัจจัยลบเพิ่มเติมจากข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอ อาทิ ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจของสถาบัน Ifo เยอรมนีที่ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 และจีดีพีของสเปนที่น่าจะหดตัวต่อเนื่องในไตรมาสที่ 3/2555 ทั้งนี้ เงินยูโรร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์ ก่อนจะฟื้นตัวและลดช่วงติดลบกลับมาในช่วงท้ายสัปดาห์ จากการตอบรับในเชิงบวกของตลาดต่อแผนการปฏิรูปเศรษฐกิจและงบประมาณปี 2556 ของสเปน (ซึ่งมีจุดเน้นที่การปรับลดรายจ่ายของภาครัฐ) และความคาดหวังต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของทางการจีน   เงินเยนแข็งค่าขึ้นท่ามกลางแรงหนุนที่คาดว่าจะมาจากการส่งเงินกลับประเทศของนักลงทุนญี่ปุ่นในช่วงก่อนปิดงบบัญชีรอบครึ่งปี นอกจากนี้ ความกังวลต่อวิกฤตยูโรโซนก็เป็นปัจจัยบวกต่อเงินเยนด้วยเช่นกัน   ในวันศุกร์ (28 ก.ย.) เงินยูโรอยู่ที่ 1.2928 เทียบกับ 1.2979 ดอลลาร์ฯ ต่อยูโรในวันศุกร์ก่อนหน้า ขณะที่ เงินเยนอยู่ที่ 77.61 เทียบกับ 78.14 เยนต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า