“ฝุ่นละออง” ทำเศรษฐกิจไทยสูญ 4 หมื่นล้านบาท

“ฝุ่นละออง” ทำเศรษฐกิจไทยสูญ 4 หมื่นล้านบาท
Workpoint TV

สนับสนุนเนื้อหา

สถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 ลดลงจากเมื่อวานเกือบทุกพื้นที่ ปริมาณฝุ่นละอองอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน (50 มคก./ลบ.ม.) ทุกพื้นที่ ผลการดำเนินงาน

  1. บก.จร.ตั้งจุดตรวจวัดมลพิษจากยานพาหนะทั้งหมด 20 ชุด รายละเอียดผลการจับกุม ดังนี้ ยอดการจับกุม ทั้งหมด 602 ราย แบ่งเป็น รถใหญ่ตาม พรบ.ขนส่งทางบก พ.ศ.2522 ไม่ผ่าน 377 ราย, รถเล็กตาม พรบ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 ไม่ผ่าน 225 ราย
  2. กทม. ร่วมกับโรงเรียนการบินกรุงเทพจัดเครื่องบินเล็กโปรยละอองน้ำบริเวณเขตบางขุนเทียน รวม 6 เที่ยวบิน พร้อมดำเนินมาตรการลดฝุ่นละอองอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง
  3. กรมการขนส่งทางบก ตรวจจับรถบรรทุกและรถโดยสารควันดำ บนถนนสายหลัก-สายรอง ที่เข้าสู่ กทม. ทุกวัน

กรมควบคุมมลพิษคาดการณ์สถานการณ์จากแบบจำลองการคาดการณ์ปริมาณ PM2.5 ว่าในวันพรุ่งนี้ปริมาณ PM2.5 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่ยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่ ประกอบกับการดำเนินมาตรการเพื่อลดฝุ่นละอองของหน่วยงานต่างๆ อย่างเข้มข้น ต่อเนื่อง ส่งผลให้ปริมาณฝุ่นละอองลดลงได้

ด้านศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย สำรวจความคิดเห็นของประชาชนจากวิกฤติปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 พบว่า ประชาชนมีความกังวลว่าสถานการณ์ดังกล่าวอาจยืดเยื้อไปจนถึงสิ้นเดือนมีนาคม จากเดิมที่คาดว่าจะยุติลงได้ในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์นี้ ที่ผ่านมาประชาชนมีค่าใช้จ่ายจากวิกฤติปัญหาฝุ่นเฉลี่ยคนละ 594 บาทต่อเดือน แต่หากปัญหายืดเยื้อออกไปถึง 6 เดือน ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนจะเพิ่มขึ้นเป็น 802 บาทต่อเดือน หรือรวม 6 เดือน มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 4,812 บาท ต่อคน เงินจำนวนนี้เสียไปกับการดูแลสุขภาพ เช่น ซื้อหน้ากากอนามัย และซื้อสินค้าที่ดี มีคุณภาพเพื่อดูแลตัวเองเพิ่มขึ้น นี่เป็นเฉพาะค่าหน้ากากที่ต้องจ่าย ยังมีภาระอื่นๆ เช่น ค่ารักษาพยาบาลของผู้ป่วยโรคภูมิแพ้และโรคระบบทางเดินหายใจ ,การสูญเสียรายได้จากการท่องเที่ยว และการสูญเสียงบประมาณของรัฐ เป็นต้น

นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจในภาพรวม หากฝุ่นจาง หรือจบเร็ว คือกลางกุมภาพันธ์นี้ มูลค่าความเสียหายจะอยู่ระหว่าง 8,000-10,000 ล้านบาท แต่หากสถานการณ์ยืดเยื้อไปจนถึงสิ้นเดือนมีนาคมนี้ มูลค่าความเสียหายจะเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 10,000 – 15,000 ล้านบาทต่อเดือน หรือเสียหายรวม 20,000 – 40,000 ล้านบาท กระทบอารมณ์การจับจ่ายใช้สอยด้วย อีกทั้ง ยังมีผลสำรวจวันเเห่งความรัก หรือ วาเลนไทน์ และวันมาฆบูชา พบว่า การใช้จ่ายช่วงวันวาเลนไทน์ไม่คึกคัก การใช้จ่ายต่ำสุดในรอบ 4 ปี เเต่ผลสำรวจการใช้จ่ายวันมาฆบูชา ผู้บริโภคบอกว่า ปีนี้ใช้จ่ายในการทำบุญมากขึ้น เงินสะพัด 2,667 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 3.12 จากปีที้แล้ว โดยใช้จ่ายเฉลี่ย 1,642 บาทต่อคน

ติดตามSanook! Money

ติดตามข่าวเศรษฐกิจ การตลาด ธุรกิจส่วนตัว ภาษี บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!