รวมมาตรการภาษีช่วยผู้เดือนร้อนจากพายุปาบึก-เงินบริจาค หักลดหย่อนภาษีได้

รวมมาตรการภาษีช่วยผู้เดือนร้อนจากพายุปาบึก-เงินบริจาค หักลดหย่อนภาษีได้
Workpoint TV

สนับสนุนเนื้อหา

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการสำนักนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติมาตรการลดหย่อนภาษีการรับบริจาคซ่อมแซมอาคาร ห้องชุดและรถยนต์ และบูรณาการ 7 สถาบันการเงินเฉพาะกิจ ช่วยบรรเทาภาระผู้ได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อนปาบึก เป็นมาตรการทางด้านภาษี 2 มาตราการ คือ

  • มาตรการหักลดหย่อนภาษี สำหรับการบริจาคเงินหรือทรัพย์สินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย ให้บุคคลธรรมดาสามารถนำเงินที่บริจาคไปหักลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้เท่าจำนวนที่บริจาค แต่ไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้สุทธิ เช่นเดียวกับบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สามารถนำไปหักลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลได้เท่าจำนวนที่บริจาค แต่ไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิ โดยจะต้องเป็นการบริจาคผ่านหน่วยงานส่วนราชการ องค์กรของรัฐบาล องค์การ หรือสถานสาธารณกุศล หรือผ่านเอกชนที่เป็นตัวแทนรับบริจาคที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมสรรพากร

ในส่วนผู้ประสบอุทกภัยที่ได้รับบริจาคเงินชดเชยจากรัฐบาล หรือเงิน หรือทรัพย์สินที่ได้รับบริจาคนอกเหนือจากเงินชดเชยจากรัฐบาล จะไม่นำมาคำนวณเป็นเงินได้ แต่จะต้องไม่เกินกว่ามูลค่าความเสียหายที่ได้รับ

  • มาตรการยกเว้นภาษีเงินได้ สำหรับเงินหรือทรัพย์สินที่ได้รับการบริจาค บุคคลธรรมดายังได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับเงินได้เท่าที่จ่ายเป็นค่าซ่อมแซมอสังหาริมทรัพย์ หรือค่าวัสดุ หรืออุปกรณ์ในการซ่อมแซมอาคาร หรือห้องชุดไม่เกิน 100,000 บาท และค่าซ่อมแซมรถ หรือสิ่งอำนวยความสะดวกในรถไม่เกิน 30,000 บาท จะต้องมีการใช้จ่ายระหว่างวันที่ 3 มกราคม – 31 มีนาคม 2562

นอกจากนี้ มีมาตรการทางด้านการเงินของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ 7 แห่ง รวม 19 มาตรการ อาทิ พักชำระหนี้เงินต้น-ดอกเบี้ย (บางธนาคาร), การให้สินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินหรือการซ่อมแซม

  1. ธนาคารออมสิน พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย 3 เดือน
  2. ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ขยายเวลาการชำระหนี้ตามความหนักเบาของผู้ประสบภัย และให้สินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินและฟื้นฟูการประกอบอาชีพ
  3. ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ลดอัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี 4 เดือน สำหรับลูกหนี้ที่หลักประกันเสียหาย และให้สินเชื่อเพื่อซ่อมแซม หรือทดแทนอาคารเดิม วงเงินกู้ไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อราย อัตราดอกเบี้ย 3 % ต่อปี เป็นเวลา 3 ปี ประนอมหนี้ลูกหนี้ที่หลักประกันได้รับความเสียหายและได้รับผลกระทบด้านรายได้ ในกรณีลูกหนี้เสียชีวิต หรือทุพพลภาพถาวรจากอุทกภัย คิดอัตราดอกเบี้ย 01 % ต่อปี ตลอดอายุสัญญาในกรณีที่อยู่อาศัยของลูกหนี้ได้รับความเสียหายทั้งหลัง ให้ปลอดหนี้ในส่วนของอาคาร และให้ผ่อนชำระต่อในส่วนของที่ดินที่คงเหลือเท่านั้น
  4. ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย สำหรับเงินกู้ยืมแบบมีระยะเวลาและสัญญาเบิกเงินทุนหมุนเวียนประเภทตั๋วสัญญาใช้เงิน 6 เดือน
  5. ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.) พักชำระหนี้เงินต้นและกำไร 3 เดือน และพักชำระหนี้เงินต้นสูงสุด 36 เดือน ให้วงเงินสินเชื่อเพิ่มเติมตามความจำเป็น อัตรากำไร SPRR-3.5% ต่อปี หรือ SPRL-2.27 % ต่อปี ระยะเวลา 5 ปี ให้สินเชื่อเพื่อพี่น้องมุสลิม วงเงินไม่เกิน 50,000 บาท อัตราดอเบี้ย SRPP -3.5 % ต่อปี ไม่มีค่าธรรมเนียมและไม่ต้องมีหลักประกัน
  6. ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย สำหรับผู้ประกอบการ 6 เดือน ลดอัตราดอกเบี้ยสำหรับผู้ประกอบการ 1 % เป็นเวลา 6-12 เดือน ให้สินเชื่อเพื่อซื้อ ซ่อมแซมเครื่องจักร อาคารโรงงานที่ได้รับความเสียหาย 5 ปี ปลอดชำระเงินต้นไม่เกิน 1 ปี อัตราดอกเบี้ย 5 % ต่อปีในปีแรก
  7. บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ขยายเวลาการชำระค่าธรรมเนียมค้ำประกัน 6 เดือน และโครงการค้ำประกันสินเชื่อช่วยเหลือ SMEs ที่ประสบภัยพิบัติภาคใต้ วงเงินค้ำประกันสูงสุดไม่เกินรายละ 5,000,000 บาท และค่าธรรมเนียมการค้ำประกัน 0% เป็นเวลาสูงสุด 2 ปี

ทั้งนี้ประเมินว่า รัฐบาลอาจจะสูญเสียรายได้จากมาตรการภาษีด้านอสังหาริมทรัพย์ 60 ล้านบาท และด้านรถยนต์ 820 ล้านบาท แต่เป็นประโยชน์เพื่อการบรรเทาภาระภาษีให้แก่ผู้มีเงินได้ ซึ่งเป็นผู้ประสบภัยที่ได้รับความเสียหายจากพายุโซนร้อนปาบึก

ธนาคารกรุงไทย ได้ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าเอสเอ็มอี ที่ได้รับความเดือดร้อนในเหตุการณ์พายุปาบึก โดยสนับสนุนวงเงินสินเชื่อส่วนเพิ่มสำหรับฟื้นฟูกิจการ หรือลงทุนทดแทนสินทรัพย์ที่เสียหายเพื่อให้ผู้ประกอบการฟื้นตัว และก้าวต่อไปได้อย่างมั่นคงในวงเงินสูงสุดรายละ 10,000,000 บาท อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 4 % ต่อปี และการแบ่งเบาภาะค่าใช้จ่ายผู้ประกอบการที่เป็นลูกค้าเดิม โดยการลดดอกเบี้ยสูงสุด 1 % 12 เดือน และขยายเวลาชำระหนี้ออกไปสูงสุด 12 เดือน ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ยื่นขอรับความช่วยเหลือได้ที่ธนาคารกรุงไทย จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2562

ติดตามSanook! Money

ติดตามข่าวเศรษฐกิจ การตลาด ธุรกิจส่วนตัว ภาษี บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!