ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง38.52จุด

กระแสหุ้นออนไลน์

สนับสนุนเนื้อหา

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดเมื่อคืนนี้ (13 ส.ค.) ลดลง 38.52 จุด หรือ 0.29% แตะที่ 13,169.43 จุด ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 1.76 จุด หรือ 0.13% แตะที่ 1,404.11 จุด อย่างไรก็ตาม ดัชนี Nasdaq ปิดบวก 1.66 จุด หรือ 0.05% แตะที่ 3,022.52 จุด เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก หลังจากญี่ปุ่นเปิดเผยว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ที่แท้จริงในไตรมาส 2 ปีนี้ ขยายตัวน้อยเกินคาดในปีนี้   ญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ที่แท้จริงในไตรมาส 2 ปีนี้ ขยายตัวในอัตรา 1.4% ต่อปี และขยายตัว 0.3% เป็นรายไตรมาส ซึ่งแม้ว่าทำสถิติขยายตัวติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 4 แต่ก็ยังน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะขยายตัว 2.2% เป็นรายปี และขยายตัว 0.6% เป็นรายไตรมาส   ตลาดได้รับแรงกดดันมากขึ้นเมื่อแบงก์ ออฟ อเมริกา เมอร์ริล ลินช์ ประกาศลดการประเมินการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนในปี 2555 ลงเหลือ 7.7% จากระดับ 8% และบาร์เคลย์ส อินเวสต์เมนท์ แบงก์ ซึ่งเป็นหนึ่งในวาณิชธนกิจรายใหญ่ของโลก ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจของจีนในปี 2555 ลงมาอยู่ที่ระดับ 7.9% จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัวได้ดีถึง 8.1%   ขณะเดียวกัน บาร์เคลย์คาดว่ารัฐบาลจีนจะใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม หลังจากยอดส่งออกเดือนก.ค.ของจีนเพิ่มขึ้นเพียง 1.0% ซึ่งชะลอลงหลังจากที่การส่งออกพุ่งขึ้น 11.3% ในเดือนมิ.ย. ขณะที่ยอดการนำเข้าเพิ่มขึ้น 4.7% หลังจากดีดตัวขึ้น 6.3% ในเดือนมิ.ย. ส่งผลให้ยอดเกินดุลการค้าเดือนก.ค.ของจีนร่วงลงสู่ระดับ 2.51 หมื่นล้านดอลลาร์ เทียบกับระดับ 3.17 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนมิ.ย.   ขณะที่ นักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในวันนี้ โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐจะเปิดเผยยอดค้าปลีกเดือนก.ค., กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนก.ค. และกระทรวงพาณิชย์สหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขสต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือนมิ.ย.