ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 51.09 จุด

กระแสหุ้นออนไลน์

สนับสนุนเนื้อหา

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดเมื่อคืนนี้ (7 ส.ค.)ปรับตัวขึ้น 51.09 จุด หรือ 0.39% ปิดที่ 13,168.60 จุด ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 7.12 จุด หรือ 0.51% ปิดที่ 1,401.35 จุด และดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น 25.95 จุด หรือ 0.87% ปิดที่ 3,015.86 จุด  เพราะได้แรงหนุนจากความคาดหวังที่ว่าธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) และรัฐบาลของประเทศอื่นๆในยุโรป จะใช้มาตรการเพื่อปกป้องเศรษฐกิจของยูโรโซน อย่างไรก็ตาม ภาวะการซื้อขายเป็นไปอย่างซบเซาหลังจากเยอรมนีเปิดเผยผลผลิตภาคอุตสาหกรรมที่หดตัวลง   ตลาดยังคงได้รับแรงหนุนจากข่าวที่ว่านายมาริโอ ดรากิ ประธานอีซีบีได้ส่งสัญญาณว่าจะทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องยูโรโซน ซึ่งข่าวดังกล่าวช่วยให้นักลงทุนผ่อนคลายความกังวลจากถ้อยแถลงของนายมาริโอ มอนติ นายกรัฐมนตรีอิตาลีที่ออกมาเตือนถึงความเป็นไปได้ที่ยุโรปจะแตกสลาย หากไม่มีการดำเนินการเร่งด่วนกว่านี้เพื่อลดต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาลหลายประเทศในภูมิภาค   นายมอนติแสดงความเห็นดังกล่าวในการให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร Der Spiegel ของเยอรมนี โดยระบุว่า ความคิดเห็นที่ไม่ลงร้อยกันในหลายๆเรื่องภายในกลุ่มประเทศที่ใช้สกุลเงินยูโร 17 ประเทศ กำลังเบี่ยงเบนการดำเนินนโยบายแก้ไขวิกฤตหนี้และกำลังบ่อนทำลายอนาคตของสหภาพยุโรป (อียู)   ตลาดได้รับแรงหนุนมากขึ้นเนื่องจากนักลงทุนในตลาดขานรับถ้อยแถลงของโฆษกรัฐบาลเยอรมนีวานนี้ถึงการสนับสนุนแผนการณ์ของอีซีบีในการเข้าซื้อพันธบัตรของประเทศยูโรโซนซึ่งกำลังประสบปัญหา   นอกจากนี้ ตลาดหุ้นนิวยอร์กยังคงได้รับปัจจัยหนุนจากหลังจากสหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรเพิ่มขึ้น 163,000 ตำแหน่งในเดือนก.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 100,000-150,000 ตำแหน่ง และดัชนีภาคบริการของสหรัฐเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 52.6 ในเดือนก.ค. จากระดับ 52.1 ในเดือนมิ.ย. ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะอยู่ที่ 52.0   นักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ โดยวันพุธ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเปิดเผยตัวเลขประมาณการประสิทธิภาพการผลิตและต้นทุนแรงงานต่อหน่วยประจำไตรมาส 2/2555  วันพฤหัสบดี กระทรวงพาณิชย์สหรัฐจะเปิดเผยข้อมูลการค้าระหว่างประเทศเดือนมิ.ย. และกระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ส่วนวันศุกร์ กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยราคานำเข้าและส่งออกเดือนก.ค. และกระทรวงการคลังสหรัฐจะเปิดเผยงบประมาณของรัฐบาลกลางเดือนก.ค.