"บุพเพสันนิวาส" เอาไม่อยู่! ไตรมาสแรกปีนี้ช่อง 3 ยังขาดทุนกว่า 125 ล้านบาท

"บุพเพสันนิวาส" เอาไม่อยู่! ไตรมาสแรกปีนี้ช่อง 3 ยังขาดทุนกว่า 125 ล้านบาท
Money2know

สนับสนุนเนื้อหา

"บุพเพสันนิวาส" ช่วยไม่ไหว พ่ายผลกระทบจากกระแสดิจิทัล กลุ่ม BEC เผยผลดำเนินการไตรมาสแรกขาดทุน 125.98 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันปีก่อน จากรายได้รวมลดลง 18.9% โดยรายได้จากโฆษณาลดลง 21.2%

 

บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) หรือ BEC รายงานตลาดหลักทรัพย์ว่าในไตรมาสแรก ขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 126.0 ล้านบาท หรือลดลง 5.2%

ผลขาดทุนของช่อง 3 สะท้อนให้เห็นว่าวงการสื่อยังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากยอดโฆษณาที่ลดลงต่อเนื่อง แม้จะกระเตื้องเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงปลายปี แต่หากเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้วยังมีแนวโน้มลดลง

ที่ผ่านมากลุ่ม BEC ได้วางกลยุทธ์ขยายธุรกิจในยุคการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลและการแสวงหาโอกาสในแพลตฟอร์มใหม่ๆ ที่มีการเติบโต (Digital Transformation and Growth Platform Strategy) เพื่อเป็นการแสวงหารายได้เพิ่มจากการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ที่มีอยู่เดิม และธุรกิจใหม่ทั้งในและต่างประเทศที่มีการเติบโตและให้ผลตอบแทนที่ดี

ในไตรมาสแรก BEC ร่วมมือกับ Line TV ภายใต้ชื่อ Ch3Thailand เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค มีการพัฒนาด้านการตลาดร่วมกัน และเพื่อเพิ่มฐานคนดูออนไลน์และทุกแพลตฟอร์มมากขึ้น ทั้งรายการข่าว ละครวาไรตี้ รวมถึงเพลงประกอบละคร ผ่าน LINE TV ใน LINE STATION “CH3 THAILAND” นอกจากนี้ ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการนำเสนอ Digital Ad Solution ด้าน VDO Ads Solution ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดมากขึ้น

นอกจากนั้น เมื่อวันที่ 29 มี.ค. 2561 กลุ่ม BEC ได้เปิดตัว Video Platform บนออนไลน์ในชื่อ “Mello” อย่างเป็นทางการ โดย Mello จะเป็นผู้ผลิตและนำเสนอรายการผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ภายใต้ปรัชญา “Slide of life for new generation” สะท้อนมุมมองรูปแบบการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ ถ่ายทอดความบันเทิงผ่านแอปพลิเคชัน Mello Thailand และเวบไซต์ Mello.me รองรับการเติบโตของธุรกิจคอนเทนต์ด้านวิดีโอออนไลน์ และจะเป็นเวทีให้กับผู้สร้างคอนเทนต์ พันธมิตร ดาราหน้าใหม่ในวงการออนไลน์ และเป็นช่องทางที่เปิดให้ชมละครรีรันของช่อง 3 เป็นช่องทางแรก นับตั้งแต่เที่ยงคืนของทุกตอน

โดยตั้งเป้าจะก้าวสู่การเป็นผู้นำคอนเทนต์ และวิดีโอเอ็นเตอร์เทนเมนต์แพลตฟอร์ม ของประเทศไทย

แม้ว่ายอดโฆษณารวมที่อ่อนตัวลงมากในช่วงต้นปี (ม.ค. – ก.พ.) แต่บริษัทยังมีรายได้เพิ่มขึ้นในเดื่อน มี.ค. จากกระแสของละครบุพเพสันนิวาสที่ได้มีการออกอากาศในช่วงปลาย ก.พ. - ปลาย เม.ย. มาช่วยนั้น รายได้รวมของกลุ่ม BEC ในไตรมาสที่ 1/2561 อยู่ที่ 2,420.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.5% จากไตรมาสที่ 4/2560 ที่ 2,060.2 ล้านบาท แต่ลดลง 18.9% จากไตรมาสที่ 1/2560 อยู่ที่ 2,983.8 ล้ำนบาท และมีผลขาดทุนสุทธิในส่วนของ BEC อยู่ที่ 126.0 ล้านบาท

รายได้จากการขายเวลาโฆษณาของกลุ่ม BEC ในไตรมาสที่ 1/2561 อยู่ที่ 2,157.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.7% จากไตรมาสที่ 4/2560 ที่ 1,897.4 ล้านบาท แต่ลดลง 21.2% จากไตรมาสที่ 1/2560 ที่ 2,738.0 ล้านบาท โดยรายได้หลักจากการขายเวลาโฆษณาของกลุ่ม BEC นั้นยังคงมาจาก “ช่อง 3”

อย่างไรก็ตาม รายได้ของช่องทีวีดิจิทัล 2 ช่อง (“ช่อง 28” และ “ช่อง 13”) ในไตรมาสที่ 1/2561 ได้มีสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ 4/2560 รายได้จากการให้ใช้ลิขสิทธิ์และบริการอื่นในไตรมาสที่ 1/2561 อยู่ที่ 173.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46.6% จากไตรมาสที่ 4/2560 ที่ 118.4 ล้านบาท และเพิ่มขึ้น 9.5% จากไตรมาสที่ 1/2560 ที่ 158.5 ล้านบาท โดยการเพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากธุรกิจออนไลน์ที่ได้แรงส่งจากกระแสของละครบุพเพสันนิวาส ผ่านแพลตฟอร์ม Mello และแพลตฟอร์มของพันธมิตร

ส่วนรายได้จากการจัดคอนเสิร์ตและการแสดงในไตรมาสที่ 1/2561 อยู่ที่ 71.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 214.2% จากไตรมาสที่ 4/2560 ที่ 22.8 ล้านบาท (ซึ่งเป็นช่วงที่มีการงดกิจกรรมจัดงานรื่นเริงบันเทิง) และเพิ่มขึ้น 9.4% จากไตรมาสที่ 1/2560 ที่ 65.6 ล้านบาท

ค่าใช้จ่ายรวมของกลุ่ม BEC ในไตรมาสที่ 1/2561 อยู่ที่ 2,110.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.4% จากไตรมาสที่ 4/2560 ที่ 2,040.6 ล้านบาท แต่ลดลง 4.3% จากไตรมาสที่ 1/2560 ที่ 2,204.1 ล้านบาท

ทั้งนี้ การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายรวมของกลุ่ม BEC ในไตรมาสที่ 1/2561 จากไตรมาสที่ 4/2560 นั้น ส่วนใหญ่มาจากต้นทุนรายการที่เพิ่มขึ้น ซึ่งประมาณ 64% ของค่าใช้จ่ายรวมของกลุ่ม BEC ในไตรมาสที่ 1/2561 เป็นต้นทุนรายการ ในขณะที่ต้นทุนการจัดคอนเสิร์ตและแสดงโชว์ในไตรมาสที่ 1/2561 ได้เพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ 4/2560 จากกิจกรรมและรับจ้างจัดคอนเสิร์ตที่เพิ่มขึ้น

กำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 310.3 ล้านบาท ในไตรมาสที่ 1/2561 เพิ่มขึ้น 1,485.8% จากไตรมาสที่ 4/2560 ที่ 19.6 ล้านบาท แต่ลดลง 60.2% จากไตรมาสที่ 1/2560 ที่ 779.7 ล้านบาท โดยในไตรมาสที่ 1/2561 มีอัตรากำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ราว 12.8%

นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและการให้บริการรวมของกลุ่ม BEC ในไตรมาสที่ 1/2561 อยู่ที่ 434.5 ล้านบาท ลดลง 2.7% จากไตรมาสที่ 4/2560 ที่ 446.6 ล้านบาท และลดลง 6.1% จากไตรมาสที่ 1/2560 ที่ 462.7 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง ถึงแม้ค่าใช้จ่ายในส่วนพนักงานเพิ่มขึ้นจากโครงการร่วมใจจากขององค์กรตามนโยบายควบคุมค่าใช้จ่ายก็ตาม

ติดตามSanook! Money

ติดตามข่าวเศรษฐกิจ การตลาด ธุรกิจส่วนตัว ภาษี บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!