ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง 17.11 จุด

กระแสหุ้นออนไลน์

สนับสนุนเนื้อหา

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดเมื่อคืนนี้ (3 มิ.ย.) ปรับตัวลง 17.11 จุด หรือ 0.14% ปิดที่ 12,101.46 จุด ดัชนี S&P 500 ขยับขึ้น 0.14 จุด หรือ 0.01% ปิดที่ 1,278.18 จุด และดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น 12.53 จุด หรือ 0.46% ปิดที่ 2,760.01 จุด หลังจากสหรัฐเปิดเผยยอดสั่งซื้อใหม่ในภาคโรงงานปรับตัวลดลงในเดือนเม.ย. และจีนเปิดเผยดัชนีภาคบริการที่ชะลอตัวลงในเดือนพ.ค. ซึ่งข้อมูลดังกล่าวทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก   การซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กเป็นไปอย่างซบเซาหลังจากสหพันธ์พลาธิการและการจัดซื้อของจีน (CFLP) เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของจีนในเดือนพ.ค.ลดลงมาอยู่ที่ระดับ 55.2 จุด จากเดือนเม.ย.ที่ระดับ 56.1 จุด ซึ่งเป็นการปรับตัวลงติดต่อกันเดือนที่ 2   ขณะที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อใหม่ของภาคโรงงานในสหรัฐ หดตัวลง 0.6% ในเดือนเม.ย. ทำสถิติหดตัวลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 เนื่องจากภาคธุรกิจขยายตัวช้าลง   ขณะที่  นักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ โดยวันอังคาร สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) จะเปิดเผยดัชนีภาคบริการเดือนพ.ค. วันพุธ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่สองสำหรับประสิทธิภาพการผลิตและต้นทุนแรงงานต่อหน่วยประจำไตรมาส 1/2555 และจะเปิดเผยรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book   วันพฤหัสบดี กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ส่วนวันศุกร์ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยข้อมูลการค้าระหว่างประเทศเดือนเม.ย. และข้อมูลสต็อกสินค้าภาคค้าส่งเดือนเม.ย.