ไทยตกอันดับ SMEs อาเซียน

ไทยตกอันดับ SMEs อาเซียน
thaipbs

สนับสนุนเนื้อหา

ผลวิเคราะห์ ของศูนย์วิจัย มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ชี้ว่านโยบายปรับค่าจ้างขั้นต่ำของไทยเป็นวันละ 300 บาท

ส่งผลให้ความสามารถในการแข่งขันเอสเอ็มอีภาคการผลิตของไทย ตกจากอันดับ 2 ในอันดับที่ 5 ในอาเซียน และอาจทำให้ภาคอุตสาหกรรมการเกษตร จะประสบปัญหา หลังการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในอีก 3 ปี

ศูนย์วิจัย มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ วิเคราะห์ความสามารถในการแข่งขันคะแนนของเอสเอ็มอีในอาเซียนหลังการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 300 บาทในไทย

และ 30 ริงกิตต่อวันในมาเลเซีย ทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 10-15 และมีผลให้อันดับคะแนนของ 2 ประเทศลดลง

โดยมาเลเซียเคยอยู่อันดับ 1 ตกลงมาอยู่อันดับ 4 และไทยตกลงมาอันดับ 5 จากอันดับ 2 พร้อมส่งผลให้เวียดนามขึ้นอันดับ 1 แทน

ทั้งนี้ผลวิเคราะห์ ใช้ข้อมูลการสำรวจผู้ประกอบการของธนาคารโลกในระหว่างปี 2549-2552 จากกลุ่มตัวอย่างในภาคการผลิตจำนวน 3,161 ราย

จาก 5 ประเทศกลุ่ม 5 เสืออาเซียนรุ่นใหม่ เป็นข้อมูลฐาน ซึ่งไม่นับรวมสิงคโปร์ ที่มีระดับการพัฒนาที่แตกต่างกันมากเกินไป

นอกจากนี้สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมพบว่า หลังใช้นโยบายปรับค่าจ้างขั้นต่ำของไทยเป็นวันละ 300 บาทผ่านไปแล้ว 2 เดือน ภาพรวมไม่มีผลกระทบกับผู้ประกอบการมากนัก เพราะภาคอุตสาหกรรมยังขาดแคลนแรงงานอีกมาก

จากอัตราการว่างงานที่ต่ำเพียงร้อยละ 0.73 เช่นเดียวกับการเตรียมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ที่อุตสาหกรรมไทยมีศักยภาพในการแข่งขันสูง