ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง1.67 จุด

กระแสหุ้นออนไลน์

สนับสนุนเนื้อหา

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดเมื่อคืนนี้ (22 พ.ค.) ขยับลง 1.67 จุด หรือ 0.01% ปิดที่ 12,502.81 จุด แต่ดัชนี S&P 500 ดีดขึ้น 0.64 จุด หรือ 0.05% ปิดที่ 1,316.63 จุด ดัชนี Nasdaq ลดลง 8.13 จุด หรือ 0.29% ปิดที่ 2,839.08 จุด หลังจากอดีตนายกรัฐมนตรีของกรีซกล่าวให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า กรีซกำลังพิจารณาเรื่องการออกจากกลุ่มยูโรโซน นอกจากนี้ การร่วงลงของราคาหุ้นเฟซบุ๊กยังส่งผลบดบังปัจจัยบวกจากข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใสของสหัฐ และทำให้นักลงทุนเข้ามาเทขายในช่วงท้าย หลังจากที่ตลาดปรับฐานขึ้นในช่วงก่อนหน้านั้น             ทันทีที่เปิดการซื้อขายดีดตัวขึ้นหลังจากสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐเปิดเผยว่า ยอดขายบ้านมือสองเพิ่มขึ้น 3.4% สู่ระดับ 4.62 ล้านยูนิตในเดือนเม.ย. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบเกือบ 2 ปี นับเป็นการส่งสัญญาณว่าตลาดที่อยู่อาศัยของสหรัฐกำลังฟื้นตัวขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ส่วนราคาบ้านเฉลี่ยในเดือนเม.ย.พุ่งขึ้นแตะ 177,400 ดอลลาร์ ซึ่งปรับขึ้น 10.1% จากช่วงเดียวกันของปี 2554 ขณะที่สต็อกบ้านเพิ่มขึ้นแตะ 2.54 ล้านยูนิต             อย่างไรก็ตาม ตลาดเริ่มอ่อนแรงลงเมื่อนายลูคัส ปาปาเดมอส อดีตนายกรัฐมนตรีกรีซกล่าวให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า กรีซกำลังพิจารณาเรื่องการออกจากกลุ่มยูโรโซน พร้อมกับเตือนว่าการร่วงลงของสกุลเงินยูโรอาจจะส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเศรษฐกิจกรีซและประเทศอื่นๆในยูโรโซน             นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันหลังจากองค์การความร่วมมือและการพัฒนาเศรษฐกิจ (OECD) เตือนว่า 17 ประเทศที่ใช้เงินยูโรเสี่ยงที่จะถลำลงสู่\"ภาวะเศรษฐกิจถดถอยรุนแรง\"             ขณะที่      นักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ โดย วันพฤหัสบดี กระทรวงพาณิชย์สหรัฐจะเปิดเผยยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนเม.ย. และกระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ส่วนวันศุกร์ รอยเตอร์/มหาวิทยาลัยมิชิแกนจะเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคช่วงท้ายเดือนพ.ค.