ธุรกิจยาหม่องกับเสื้อยืด โตหรือตัน?

ธุรกิจยาหม่องกับเสื้อยืด โตหรือตัน?

เมื่อวันก่อน Sanook! Women นำเสนอเนื้อหาที่น่าสนใจเกี่ยวกับ แฟชั่นเสื้อยืดของยาหม่องตราลิงถือลูกท้อ เลยเกิดแรงบันดาลใจให้ Sanook! Money อยากจะสแกนดูตัวธุรกิจของแบรนด์คลาสสิกนี้ซะหน่อย

บริษัท ตราลิงถือลูกท้อ จำกัด ก่อตั้งเมื่อเดือนพฤษภาคม 2535 ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท ดำเนินธุรกิจผลิต จำหน่าย และส่งออกยาหม่อง แล้วผลประกอบการ 4 ปี ย้อนหลังเป็นยังไงบ้าง

ปี 56 รายได้ 42 ล้านบาท กำไร 7.4 แสนบาท

ปี 57 รายได้ 40 ล้านบาท กำไร 1.2 ล้านบาท

ปี 58 รายได้ 41 ล้านบาท กำไร 7.7 แสนบาท

ปี 59 รายได้ 37 ล้านบาท ขาดทุน 13,000 บาท

ด้วยความที่มีต้นทุนและรายจ่ายที่สูง จึงทำให้ผลประกอบการออกมาไม่สู้ดีนัก ปี 2559 นอกจากรายได้หลุดลงมาจากหลัก 40 ล้านบาท มาอยู่ที่ 37 ล้านบาทแล้ว ยังประสบกับภาวะขาดทุน

ศึกษาตลาดยาหม่องเพิ่มเติมได้ที่นี่ --> ตลาดยาหม่องไม่ได้เล็กอย่างที่คิด

นอกจากยาหม่องตราลิงถือลูกท้อแล้ว ในบทความนั้นยังเอ่ยถึงแฟชั่นชุบชีวิตให้แบรนด์เสื้อยืดสุดเก๋าอย่าง 'ตราห่านคู่' ด้วยเช่นกัน

ประวัติของสินค้าตราห่านคู่ ถือกำเนิดมาในปี 2496 ในช่วงการปกครองของ จอมพล ป. พิบูลสงคราม มีการรณรงค์ให้ประชาชนแต่งกายให้สุภาพ จากนุ่งโจงกระเบนไม่ใส่เสื้อ มาเป็นเสื้อกับกางเกง หรือจากผ้าถุงมาเป็นผ้าซิ่น กระโปรง ด้วยเหตุนี้ทำให้การแต่งตัวและวัฒนธรรมแบบตะวันตกจึงเริ่มแพร่หลายเข้ามาในไทย

ทางกลุ่มผู้ก่อตั้งสินค้าตราห่านคู่ได้เล็งเห็นว่าความนิยมในสินค้าแบบตะวันตกนั้นมีแต่จะเพิ่มขึ้น จึงได้ร่วมกันก่อตั้งบริษัท เซ่งเชียงไถ่ เพื่อทำการนำเข้าและจัดจำหน่าย สินค้าแบบตะวันตกที่นำสมัยในขณะนั้น เช่น กระติกน้ำ ตราอูฐ สบู่หอม ตราบัลเลย์ น้ำหอม แอนโนเน่ รวมถึงเสื้อยืด เสื้อกล้าม และ กางเกงใน ตราห่านคู่ โดยแรกเริ่มทางบริษัทได้มีการนำเข้าเสื้อสำเร็จรูปเข้ามาจากประเทศฮ่องกง

หลังจากนั้นจึงได้ตัดสินใจสร้างโรงงานผลิตเสื้อผ้าขึ้นที่ย่านกล้วยน้ำไท ภายใต้วิสัยทัศน์ของผู้ก่อตั้งที่เน้นการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน คำนึงถึงผู้สวมใส่ จึงได้เกิดเป็นเสื้อที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สวมใส่สบาย เป็นสินค้าไทยเพื่อคนไทย ทำให้ห่านคู่เป็นที่รู้จักและนิยมจากรุ่นสู่รุ่นจนมาถึงปัจจุบัน

บริษัท โรงงานไทยแลนด์นิตติ้ง จำกัด จัดตั้งเมื่อเดือนมกราคม 2499 แรกเริ่มมีทุนจดทะเบียน 20 ล้านบาท แล้วมีการเพิ่มทุนในระดับเท่าตัวมาตลอด ปี 32 เพิ่มทุนเป็น 40 ล้านบาท ปี 37 เพิ่มเป็น 80 ล้านบาท และในปี 58 มาจนถึงปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 160 ล้านบาท

ปี 56 รายได้ 465 ล้านบาท กำไร 45 ล้านบาท

ปี 57 รายได้ 386 ล้านบาท กำไร 36 ล้านบาท

ปี 58 รายได้ 437 ล้านบาท กำไร 45 ล้านบาท

ปี 59 รายได้ 594 ล้านบาท กำไร 92 ล้านบาท

ไม่ว่าจะดำเนินธุรกิจมายาวนานแค่ไหน หากยังมีสินค้าที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค ก็น่าจะยังคงได้รับการตอบรับด้วยดีอย่างแน่นอน

ติดตามSanook! Money

ติดตามข่าวเศรษฐกิจ การตลาด ธุรกิจส่วนตัว ภาษี บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!