นักท่องเที่ยว แห่ซื้อหมวกไหมพรมภูกระดึง สร้างรายได้วันละ 3,000-5,000 บาท

นักท่องเที่ยว แห่ซื้อหมวกไหมพรมภูกระดึง สร้างรายได้วันละ 3,000-5,000 บาท
Workpoint TV

สนับสนุนเนื้อหา

เมื่อวานนี้ (วันที่ 6 พ.ย. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่อุณหภูมิลดต่ำลง บริเวณยอดภูเริ่มมีอากาศหนาวอุณหภูมิต่ำสุด  6 - 8 องศาเซลเซียส นักท่องเที่ยวได้พากันแห่มาสัมผัสกับอากาศหนาวตามแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดเลย ได้แก่ อุทยานแห่งชาติภูกระดึง อุทยานแห่งชาติภูเรือ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ และช่วงวันหยุดติดต่อกันหลายวัน นักท่องเที่ยวจะคึกคักมากกว่าวันปกติ

ด้วยสภาพอากาศที่หนาวเย็น จึงทำให้นักท่องเที่ยวต่างพากันแห่มาซื้อหมวกไหมพรม ผ้าพันคอไหมพรม และผ้าคลุมไหล่ไหมพรม ติดไม้ติดมือเป็นทั้งเป็นของฝากหรือใช้เองในหน้าหนาวนี้ จนปัจจุบันบ้านผานกเค้า กลายเป็นแหล่งผลิตและขายผลิตภัณฑ์ไหมพรมที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดเลย

สำหรับราคาหมวกไหมพรมอยู่ที่ 50 – 100 บาท ผ้าพันคอ ราคา 50 – 100 บาท ผ้าคลุมไหล่ไหมพรม ราคา 100 – 200 บาท

นอกจากจะขายอยู่ที่ริมถนนผานกเค้าแล้ว ชาวบ้านยังได้นำไปขายบนยอดภูกระดึง และยังส่งไปขายที่ตลาดเมืองทองธานี จึงทำให้รายได้ในช่วงหน้าหนาวนี้วันละ 3,000 – 5,000 บาท ขณะนี้มียอดสั่งซื้อหมวกไหมพรมวันละหลายร้อยใบ ที่ยังไม่นับรวมกับที่วางขายให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่าน โดยเฉพาะช่วงเสาร์-อาทิตย์ คณะทัวร์จะแวะเลือกซื้อมากกว่าปกติ ทำให้ยอดขายหมวกแฟชั่นรูปสัตว์ต่างๆ จะขายดีเป็นพิเศษ จึงทำให้แต่ละร้านมีรายได้เป็นกอบเป็นกำในช่วงหน้าหนาวเดือนตุลาคม – มกราคม

hat3

ติดตามSanook! Money

ติดตามข่าวเศรษฐกิจ การตลาด ธุรกิจส่วนตัว ภาษี บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!