ก.ล.ต.ส่งสัญญาณรับสังคมสูงวัยกระตุ้นการออม

ก.ล.ต.ส่งสัญญาณรับสังคมสูงวัยกระตุ้นการออม
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

ก.ล.ต.กระตุ้นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพวางแผนเงินออมใช้ในวัยเกษียณอย่างน้อย 2.1-3.3 ล้านบาท ชี้ ปัจจุบัน สมาชิกมีเงินก้อนไม่ถึง 1 ล้านบาท - เล็งเดินสายกระตุ้นการออมรับวัยเกษียณภายในปี61

นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงานสัมมนาSEC Retirement Savings Symposium 2017 ในโอกาสครบรอบ 25 ปี ว่า ขณะนี้ประเทศไทยอยู่ในช่วงกำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์แบบในปี 2568 ซึ่งจะมีผู้สูงอายุเป็นจำนวนมากถึง 20% ของประชากรทั้งหมด ดังนั้นการออมเงินเพื่อให้มีใช้จ่ายเพียงพอหลังเกษียณจึงเป็นเรื่องสำคัญโดยเฉพาะสมาชิกของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือ PVD เป็นการออมในภาคสมัครใจ มีสมาชิก 3 ล้านคน หรือ 21.5% ของแรงงานในระบบ มีนายจ้างประมาณ 17,000 บริษัท หรือ 2.8% โดยผลสำรวจพบว่ากว่า 50% ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดมีเงินก้อนในวันเกษียณไม่ถึง1ล้านบาทซึ่งงานวิจัยระบุว่าหากต้องการมีเงินใช้จ่ายเพียงพอในชีวิตหลังเกษียณต้องมีเงินอย่างน้อย 2.1-3.3 ล้านบาท

ทั้งนี้ สาเหตุมาจากการที่สมาชิกมีการส่งเงินเข้าที่ค่อนข้างน้อยหรือเฉลี่ยอยู่ที่ 4.5% ในขณะที่ระดับที่เพียงพอต่อการเกษียณอยู่ที่ 15% ประกอบกับผู้ลงทุนมีการตัดสินใจเลือกแผนลงทุนที่ได้ผลตอบแทนที่ต่ำ เช่น การเลือกเน้นลงทุนในเงินฝากและตราสารหนี้ซึ่งไม่สามารถชนะอัตราเงินเฟ้อได้ โดยปัจจุบันผู้ลงทุนมีการเลือกลงทุนในตราสารหนี้หรือเงินฝากอยู่ที่ 84-85%

นายรพี ยังเปิดเผยว่า ในปี 2561 ก.ล.ต.และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจะเริ่มเดินสายจัดงานสัมมนาให้ความรู้แก่บริษัทต่างๆ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการออมเตรียมความพร้อมก่อนวัยเกษียณมากขึ้น โดยขณะนี้ยอมรับว่าปัจจุบันยังมีบริษัทจดทะเบียนบางแห่งที่ยังไม่มีการจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เนื่องจากมีการจดทะเบียนเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ก่อนที่จะมีมติของคณะรัฐมนตรีประกาศบังคับออกมา 

 

ขณะเดียวกัน อยู่ระหว่างผลักดันกฎหมายจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพภาคบังคับขึ้นเพื่อให้นายจ้างหันมาให้ความสำคัญกับการจัดตั้งกองทุนให้กับลูกจ้าง เพราะปัจจุบันกฎหมายทางด้านภาษีมีการเอื้อประโยชน์ต่อการจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพค่อนข้างมากจึงมองว่าไม่เป็นภาระต่อผู้ลงทุนและนายจ้าง

อย่างไรก็ตาม มองว่าการลงทุนในรูปแบบลงทุนสมดุลตามอายุ (Life Path) ซึ่งเป็นรูปแบบการลงทุนที่ปรับเปลี่ยนตามอายุของผู้ลงทุน เป็นการลงทุนที่ค่อนข้างเหมาะสมกับลูกจ้างที่ไม่มีประสบการณ์ในการลงทุนและให้ผลตอบแทบดี

ติดตามSanook! Money

ติดตามข่าวเศรษฐกิจ การตลาด ธุรกิจส่วนตัว ภาษี บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!