ดัชนีดาวโจนส์ปิดพุ่งขึ้น129.64จุด

กระแสหุ้นออนไลน์

สนับสนุนเนื้อหา

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดเมื่อคืนนี้ (3 ก.ค.) ที่ 21,479.27 จุด พุ่งขึ้น 129.64 จุด หรือ +0.61% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,429.01 จุด เพิ่มขึ้น 5.60 จุด หรือ +0.23% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 6,110.06 จุด ลดลง 30.36 จุด หรือ -0.49% ซึ่งเป็นการซื้อขายวันแรกของไตรมาส 3 โดยตลาดได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มธนาคารและกลุ่มพลังงาน รวมทั้งรายงานที่บ่งชี้ถึงความแข็งแกร่งของภาคการผลิตในสหรัฐ อย่างไรก็ตาม การร่วงลงของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีได้ฉุดดัชนี Nasdaq ปิดในแดนลบ
ดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งเพราะได้ปัจจัยหนุนจากการดีดตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มธนาคาร โดยหุ้นโกลด์แมน แซคส์ และหุ้นเจพีมอร์แกน เชส แอนด์ โค ต่างก็พุ่งขึ้นกว่า 2% ขณะที่ดัชนีหุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวขึ้น 1.3%
หุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้อนุมัติให้ธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ที่สุดของสหรัฐทั้ง 34 แห่ง สามารถเดินหน้าแผนเพิ่มการจ่ายเงินปันผล และซื้อหุ้นคืนได้ หลังจากที่ธนาคารเหล่านี้ได้ผ่านการทดสอบภาวะวิกฤต (Stress Test) ประจำปีรอบที่ 2 ของเฟด
นอกจากนี้ ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กยังได้แรงหนุนจากผลสำรวจของสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) ระบุว่า ดัชนีภาคการผลิตของ ISM ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 57.8 ในเดือนมิ.ย. จากระดับ 54.9 ในเดือนพ.ค. และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 55.1
ทางด้านบริษัทไอเอชเอส มาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงิน เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) สำหรับภาคการผลิตของสหรัฐ ปรับตัวลงสู่ระดับ 52.0 ในเดือนมิ.ย. จากระดับ 52.7 ในเดือนพ.ค. แต่ดัชนี PMI ยังคงอยู่สูงกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ถึงการขยายตัวของภาคการผลิต
อย่างไรก็ตาม การร่วงลงของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีได้ฉุดดัชนี Nasdaq ปิดในแดนลบ เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลว่าหุ้นของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อาจมีมูลค่าสูงเกินไป ซึ่งรวมถึงหุ้นบริษัทอเมซอน โดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเป็นกลุ่มที่ทะยานขึ้นมากที่สุดตั้งแต่ต้นปีนี้ ซึ่งพุ่งขึ้นมากกว่า 15% แต่ในเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมานั้น หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีได้ร่วงลงราว 2%
นอกจากนี้ นักลงทุนจำนวนหนึ่งได้ชะลอการซื้อขายเมื่อคืนนี้ ซึ่งส่งผลให้วอลุ่มมีอยู่เพียงบางเบา ก่อนที่ตลาดหุ้นสหรัฐจะปิดทำการในวันอังคารที่ 4 ก.ค.นี้ เนื่องในวันชาติสหรัฐ
นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนมิ.ย.ของสหรัฐในวันศุกร์นี้ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้นราว 174,000 ตำแหน่ง หลังจากที่เพิ่มขึ้นเพียง 138,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ค. และคาดว่า อัตราว่างงานเดือนมิ.ย.จะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 4.4% จากเดือนพ.ค.ที่ระดับ 4.3%
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่นๆที่จะมีการเปิดเผยในสัปดาห์นี้ได้แก่ ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนพ.ค., รายงานการประชุมประจำเดือนมิ.ย.ของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC), ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือนมิ.ย.จาก ADP, ดุลการค้าเดือนพ.ค., จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการเดือนมิ.ย. โดยมาร์กิต และดัชนีภาคบริการเดือนมิ.ย.จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM)