ไทย-เมียนมาตั้งคณะทำงานสร้างถนนเชื่อมทวาย

ไทย-เมียนมาตั้งคณะทำงานสร้างถนนเชื่อมทวาย
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

ไทย-เมียนมา เร่งเดินหน้าโครงการทวายสร้างถนน 138 กิโลเมตร งบลงทุน 4,500 ล. เชื่อมชายแดน พร้อมตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจจัดทำแผนงานแล้วเสร็จภายใน 3 เดือน - ไทยจ่อถกญี่ปุ่นร่วมพันาเขตศก.พิเศษทวาย ก.ย.

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และ นายตัน มิ้นท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา แถลงข่าวหลังประชุมคณะกรรมการประสานงานร่วมระหว่างไทย - เมียนมา หรือ JCC เพื่อการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายและพื้นที่โครงการที่เกี่ยวข้อง ครั้งที่ 8  โดยกล่าวว่า ที่ประชุมเห็นชอบร่วมกันที่จะเร่งพัฒนาถนนเชื่อมโยงพื้นที่โครงการทวายชายแดนไทย-เมียนมา ระยะทาง 138 กิโลเมตร วงเงินลงทุน 4,500 ล้านบาท พร้อมกันนี้ทางคณะทำงานเฉพาะกิจจะแยกการพัฒนาถนนระยะทาง 138 กิโลเมตรออกจากสัญญาสัมปทานของ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด มหาชน ผู้ได้รับสัมปทานการพัฒนาโครงการทวายระยะแรก เพื่อให้โครงการเป็นรูปธรรมโดยเร็วแต่ในส่วนที่เหลือ ทั้งการสร้างนิคมอุตสาหกรรม การสร้างสถานีรับ-จ่ายก๊าซธรรมชาติเหลว LNG โรงไฟฟ้า ทางอิตาเลียนไทยยังดำเนินการตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในสัญญาสัมปทานจากรัฐบาลเมียนมา

ทั้งนี้ ได้ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ 2 ชุด เพื่อหารือในรายละเอียดจัดทำแผนงาน กรอบเวลา และเสนอคณะกรรมการชุดใหญ่ภายใน 3 เดือน สำหรับ คณะทำงานเฉพาะกิจ 2 ชุด ประกอบด้วย 1 คณะทำงานเฉพาะกิจว่าด้วยการพัฒนาเชื่อมโยงพื้นที่โครงการทวาย-ชายแดนไทย-เมียนมา 2.คณะทำงานเฉพาะกิจว่าด้วยการพัฒนาโครงการระยะแรก

ด้าน นายตัน มิ้นท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา กล่าวยืนยันว่า โครงการดังกล่าว จะเป็นประโยชน์ต่อทั้ง 2 ประเทศ ซึ่งการประชุม JCC ครั้งที่ 8 นี้ ถือเป็นความสำเร็จเบื้องต้น และเป็นการเริ่มต้นของโครงการที่ดีระหว่างไทย-เมียนมาที่จะพัฒนาเศรษฐกิจร่วมกัน

นอกจากนี้ นายอาคม ยังเปิดเผยภายหลังประชุมคณะกรรมการประสานงานร่วมระหว่างไทย - เมียนมา หรือ JCC เพื่อการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายและพื้นที่โครงการที่เกี่ยวข้อง ครั้งที่ 8 ว่าไทยและเมียนมาได้แสดงเจตจำนงค์ที่จะร่วมพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายให้เป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่รองรับการลงทุนของภาคเอกชน โดยโครงการทวายจะเป็นตัวเร่งการพัฒนาเศรษฐกิจก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งไทยและเมียนมา รวมถึงภูมิภาคอาเซียน ซึ่งภายหลังจากเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ เมียนมาได้ตั้งกลไกเพื่อทำงานร่วมกับฝ่ายไทย ด้วยการตั้งคณะกรรมการร่วมระดับสูง คณะกรรมการประสานงานร่วมของเมียนมาและคณะกรรมการบริหารเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย ขณะเดียวกันเพื่อเร่งรัดให้โครงการมีความคืบหน้าจะมีการประชุมร่วมกันครั้งที่ 9 ณ กรุงเนปิดอร์ เมียนมาช่วงเดือนตุลาคม 2560

ส่วนความร่วมมือกับญี่ปุ่น ยืนยันว่ายังคงเป็นความร่วมมือ 3 ฝ่าย ประกอบด้วยไทย-เมียนมา-ญี่ปุ่น และจะมีการหารือร่วมอย่างไม่เป็นทางการร่วมในเดือนกันยายนก่อนที่จะมีการประชุมคณะกรรมการ JCC  ครั้งต่อไป