TMBเปิดแผนEECหนุนSMEโตเพิ่มปีละ6หมื่นล.

TMBเปิดแผนEECหนุนSMEโตเพิ่มปีละ6หมื่นล.
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี ประเมินเงินอัดฉีด EEC ดันเศรษฐกิจภาคตะวันออกโตขึ้นจากปกติอีกร้อยละ 1.7 ต่อปี สร้างโอกาสให้ SME เพิ่มรายได้ปีละ 6 หมื่นล้าน

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี  เปิดเผยว่า “ระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC)” เปรียบเสมือน Gateway สู่คาบสมุทรอินโดจีน เป็นทำเลยุทธศาสตร์สำคัญที่ไทยยังมีโอกาสพัฒนาให้กลายเป็นพื้นที่เศรษฐกิจชั้นแนวหน้าดึงดูดเม็ดเงินของนักลงทุนและใช้เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต หากเร่งรัดให้มีการอัดฉีดเม็ดเงินเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานตั้งแต่กลางปีนี้ไปจะส่งให้เศรษฐกิจภูมิภาคเติบโตเพิ่มได้อีกร้อยละ 1.7 ต่อปี  

ทั้งนี้ ศูนย์วิเคราะห์ฯ ได้ประเมินผลแผนการลงทุนผ่านตารางปัจจัยการผลิต (I-O table ปี 2553) ภายใต้โครงสร้างเศรษฐกิจของภาคตะวันออก เมื่อรัฐทยอยอัดฉีดเม็ดเงินพัฒนาถนน รถไฟ ท่าเรือ และสนามบิน เพื่อส่งให้ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง เป็นศูนย์กลางการขนส่ง กระจายสินค้า ท่องเที่ยว และที่ตั้งอุตสาหกรรมแห่งอนาคต หากผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) คว้าโอกาสผลักตนเองเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่การผลิตและเติบโตตามอุตสาหกรรมเป้าหมายขนาดใหญ่ที่เข้ามาลงทุนได้สำเร็จ จะดันให้รายได้ของ SME ซึ่งคาดว่าปัจจุบันมีมูลค่าประมาณ 1.02 ล้านล้านบาทต่อปี เติบโตขึ้นเป็น 1.08 ล้านล้านบาทในปี 2561

โดย SME ดาวเด่นที่ได้รับอานิสงค์สูงสุดคือ ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับยานยนต์ ศูนย์วิเคราะห์ฯ มองว่ากลุ่มนี้จะมีส่วนแบ่งจากรายได้ส่วนเพิ่มถึงร้อยละ 11 รองลงมาคือธุรกิจค้าปลีกเครื่องอุปโภค/บริโภค ได้ส่วนแบ่งร้อยละ 9 ตามด้วย 3 ประเภทธุรกิจที่ได้รับส่วนแบ่งเท่าๆ กันที่ร้อยละ 8 คือ ธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเหล็ก ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างหรือติดตั้งงานระบบ และธุรกิจจำหน่ายเครื่องจักรกล อันดับต่อมาคือ ผู้ผลิตและจำหน่ายวัสดุก่อสร้างได้ส่วนแบ่งร้อยละ 7 ต่อด้วยธุรกิจบรรจุภัณฑ์ มีส่วนแบ่งร้อยละ 6 และสุดท้ายได้ส่วนแบ่งที่ร้อยละ 4 เท่าๆ กันคือ งานบริการที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์และอสังหาริมทรัพย์ โดยธุรกิจ 10 ประเภทที่กล่าวข้างต้นมีส่วนแบ่งรวมกันกว่าร้อยละ 70 ของรายได้ส่วนเพิ่มที่จะส่งถึงมือ SME