คณบดีพาณิชยศาสตร์จุฬาฯปรับหลักสูตรรับ4.0

คณบดีพาณิชยศาสตร์จุฬาฯปรับหลักสูตรรับ4.0
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แนะรับมือเปลี่ยนแปลงโลก เน้นบริหารธุรกิจ 4.0 พัฒนาบุคลากรเสริมทักษะความรู้ ชี้ ศก.ครึ่งปีหลังฟื้น จับตาความผันผวนเงินทุน

รองศาสตราจารย์ ดร.พสุ เดชะรินทร์ คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ภาควิชาพาณิชยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวในการเสวนาฟันธงธุรกิจไทยครึ่งหลังปี 2560 ว่า เพื่อให้ภาคธุรกิจมีการเติบโตที่สอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ที่รัฐบาลให้การสนับสนุน การบริหารจัดการในภาคธุรกิจจะต้องเน้นใน 3 เรื่อง คือ องค์กร 4.0 ผู้นำ 4.0 และกลยุทธ์ 4.0 โดยองค์กรจะต้องมีความหลากหลายมากขึ้นจากบุคลากรหลายรุ่นอายุที่มาทำงานร่วมกัน การพัฒนาบุคลากร โดยจะต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบส่งเสริมให้พนักงานมีทักษะในการเรียนรู้ ให้สามารถก้าวทันตามเปลี่ยนแปลงของโลก ขณะที่ผู้นำ 4.0 จะต้องมีความถ่อมตนทางปัญญาเพื่อเปิดรับสิ่งใหม่ และใช้มุมมองใหม่มาสร้างกลยุทธ์ต่างๆ ในการบริหารจัดการธุรกิจ พร้อมกับการสร้างนวัตกรรมใหม่ เช่น การที่กลุ่มธุรกิตธนาคารเข้าไปสนับสนุนกลุ่ม Fintech เพื่อสร้างเครื่องมือทางการเงินรูปแบบใหม่ ต่อยอดธุรกิจ เพื่อเป็นโอกาสเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับองค์กร

 

คณบดีพาณิชยศาสตร์จุฬาฯคาดศก.ครึ่งปีหลังโตดี

รองศาสตราจารย์ ดร.พสุ เดชะรินทร์ คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ภาควิชาพาณิชยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวในการเสวนาฟันธงธุรกิจไทยครึ่งหลังปี 2560 ว่า ภาพรวมธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังมีการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น และต้องเผชิญรูปแบบการแข่งขันใหม่ๆ จากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ผู้เล่นรายใหม่ ที่เป็นกลุ่มสตาร์ทอัพ รวมถึงต่างประเทศ โดย 5 อุตสาหกรรมที่จะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลง ได้แก่ ไอซีที สื่อมีเดีย ค้าปลีก การศึกษา การธนาคารและการเงิน ทั้งนี้ภาพรวมเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังแม้มีสัญญาณเติบโตดีกว่าปีที่ผ่านมา แต่ยังไม่ดีแบบที่ภาคธุรกิจคาดหวังไว้ อีกทั้งการบริโภคและความต้องการภายในประเทศช่วงที่ผ่านมามีการเติบโตที่น้อย ดังนั้นข้อมูลและดิจิทัลจึงกลายเป็นปัจจัยที่ใช้ในการแข่งขันมากขึ้น ควบคู่กับการสร้างนวัตกรรมให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค และปรับทิศทางการเติบโตผ่านการร่วมทุน โดยเฉพาะในโครงการลงทุนภาครัฐ  รวมถึงขยายสู่ตลาดเพื่อนบ้าน หรือ ประเทศที่มีความต้องการและกำลังซื้อ เช่น เวียดนาม หรือ อินโดนีเซีย

 

คณะพาณิชยศาสตร์จุฬาฯจับตาเงินทุนผันผวน

รศ.ดร.พรอนงค์ บุษราตระกูล หัวหน้าภาควิชาการธนาคารและการเงิน คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการกำกับตลาดทุน กลต. กล่าวในงานเสวนาฟันธงธุรกิจไทยครึ่งหลังปี 2560 ว่า ภาพรวมเศรษฐกิจครึ่งหลังปี 2560 โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมหลักประเทศ G3 ได้แก่ สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น เศรษฐกิจจะฟื้นตัวขึ้น มีการบริโภคที่ดีขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้เศรษฐกิจเอเชียที่เป็นประเทศคู่ค้าเติบโตได้ดีกว่าครึ่งปีแรก ขณะที่เศรษฐกิจไทยจะเติบโตดีขึ้นแต่ยังไม่สามารถเติบโตแบบกระจายตัวได้ โดยในครึ่งปีหลังมีปัจจัยที่้น่ากังวลได้แก่ หนี้ภาคเอกชนและภาคครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งถือเป็นปัจจัยที่จะรั้งเศรษฐกิจให้เติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป รวมถึงความผันผวนของเงินทุนต่างชาติและอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในช่วงขาขึ้น ที่อาจส่งผลต่อความเสี่ยงผลตอบแทนการลงทุน ดังนั้นในองค์กรขนาดใหญ่ ที่มีการขยายการลงทุนไปยังประเทศต่างๆ มีแนวโน้มจะต้องสร้าง In-house Banking ขึ่นมาเพื่อทำหน้าที่ธนาคารให้กับบริษัทลูกที่อยู่ในต่างประเทศ และถือเงินสกุลต่างกัน สามารบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ดังนั้นหน้าที่ของธนาคารแห่งประเทศไทยจึงต้องไปพิจารณาลดกฏเกณฑ์ต่างๆ เพื่อเสริมศักยภาพธุรกิจไทย