อคส.ปรับเกณฑ์ช่วยเหลือผู้ปลูกปาล์มใหม่

อคส.ปรับเกณฑ์ช่วยเหลือผู้ปลูกปาล์มใหม่
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

อคส.ปรับเกณฑ์ช่วยเหลือผู้ปลูกปาล์มใหม่ กลับมาใช้ หลักเกณฑ์เดิมปี 2558 ให้เอกชนรับซื้อตามมติคช

พล.ต.ท.ไกรบุตร ทรวดทรง ประธานกรรมการองค์การคลังสินค้า หรือ อคส. กล่าวภายหลังประชุมหลักเกณฑ์และวิธีการรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบเก็บสต๊อกของ อคส. ปี 2560 ร่วมกับ 13 หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกำหนดมาตรการในการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกปาล์ม ว่า ที่ประชุมมีมติให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกลับไปทบทวนเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันใหม่ เนื่องจากมีความกังวลหาก อคส. ซื้อผลปาล์มจากเกษตรโดยตรง เพื่องส่งให้โรงสกัดอาจจะทำให้ผลปาล์มที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการปะปน ทำให้ได้เปอร์เซ็นต์น้ำมันไม่ได้คุณภาพ

ดังนั้น ที่ประชุมจึงมีความเห็นที่จะกลับไปใช้มาตรการช่วยเหลือผู้ปลูกปาล์มแบบเดิมในปี 2558 โดยให้โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มรับซื้อผลผลิตปาล์มสด และให้โรงกลั่นน้ำมันปาล์ม โรงงานผลิตไบโอดีเซล และผู้รับซื้อน้ำมันปาล์มดิบทั่วไปรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) จากโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม ในราคาไม่ต่ำกว่า กิโลกรัมละ 26.20 บาท เพราะเห็นว่าหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการรับซื้อใหม่ ไม่ประสบผลสำเร็จ

ทั้งนี้สำหรับมติคณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร หรือ คชก. ล่าสุดนั้นกำหนดให้ อคส. รับซื้อ น้ำมันปาล์มดิบเปอร์เซ็นต์น้ำมัน 18 เปอร์เซ็นต์ เพื่อเก็บสต๊อกปริมาณ 100,000 ตัน ในช่วงที่มีผลปาล์มน้ำมันมีราคาต่ำกว่ากิโลกรัมละ 4.50 บาท และน้ำมันปาล์มดิบกิโลกรัมละ 26 บาท 20 สตางค์ โดยใช้เงินงบประมาณจาก คชก. 3,000 ล้านบาท กำหนดระยะเวลารับซื้อ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน-ธันวาคม 2560 และจะเริ่มระบายผลผลิตช่วงเดือนมิถุนายน 2560-เมษายน 2561 สำหรับผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมมาตรการ ต้องเป็นเกษตรกรรายย่อยที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรของกรมส่งเสริม มีพื้นที่เพราะปลูกปาล์มน้ำมันไม่เกิน 70 ไร่ ผลผลิตไม่เกิน 3 ตันต่อไร่ต่อปี