กกร.มองศก.โลกฟื้นปรับเป้าส่งออกโต2-3.5%

กกร.มองศก.โลกฟื้นปรับเป้าส่งออกโต2-3.5%
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

กกร.มอง เศรษฐกิจโลกฟื้นหนุนส่งออกปรับเป้าขยายตัว 2-3.5% คง GDP ปีนี้ที่ 3.5-4% - มองเหตุการณ์คาบสมุทรเกาหลี อาจหนุนนักท่องเที่ยวมาไทยและอาเซียนเพิ่มขึ้น

นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เห็นชอบปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวการส่งออกของไทยในปีนี้มาอยู่ที่ร้อยละ 2 - 3.5 จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 1 - 3 หลังจากส่งออกในไตรมาสแรกของปีออกมาดีกว่าที่คาด และในช่วงที่เหลือของปีที่จะเติบโตต่อเนื่องด้านปริมาณ โดยเฉพาะ กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ รถยนต์และชิ้นส่วน ยาง เม็ดพลาสติก เคมีภัณฑ์  ขณะเดียวกันแรงกดดันเงินเฟ้อคลายตัวลงจากราคาน้ำมันที่อ่อนตัวลง แม้ภาพการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยจะยังไม่เกิดขึ้นอย่างทั่วถึงในทุกภาคส่วน แต่มองว่าเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องและดีกว่าที่คาด โดยล่าสุด IMF ปรับเพิ่มการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปีนี้เป็นร้อยละ 3.5  ซึ่งจะส่งผลบวกต่อการส่งออก ทำให้เศรษฐกิจไทยช่วงครึ่งปีหลังจะขยายตัวดีกว่าช่วงครึ่งปีแรก โดย กกร. ยังคง GDP ไทยในปีนี้อยู่ที่ร้อยละ 3.5 - 4 และจะขอติดตามสถานการณ์ไปอีกระยะก่อนพิจารณาปรับเป้า โดยเฉพาะนโยบายด้านการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐ การปรับตัวของค่าเงินบาท ที่หากปรับตัวผันผวนรวดเร็ว จะส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจได้

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมองว่า ประเด็นความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างประเทศจีนกับสหรัฐนั้น คาดว่าสหรัฐจะยังไม่ดำเนินมาตรการตอบโต้ทางการค้ากับจีน หลังจากท่าทีของสหรัฐได้ลดความแข็งกร้าวกับจีนลง ซึ่งเป็นเพราะสหรัฐจำเป็นต้องพึ่งพาจีนเกี่ยวกับกรณีความตึงเครียดทางการเมืองบริเวณคาบสมุทรเกาหลี พร้อมกันนี้มองว่า ความตึงเครียดดังกล่าวยังไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่อภาพรวมเศรษฐกิจ และอาจส่งผลบวกต่อภาพรวมการท่องเที่ยว ที่นักท่องเที่ยวมีความกังวลถึงเรื่องความปลอดภัย และย้ายเข้ามาท่องเที่ยวในไทยและอาเซียนเพิ่มขึ้น

ขณะที่ความกังวลต่อถสานการณ์การเมืองในยุโรปได้ลดระดับลง หลังผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสรอบแรก และการคาดการณ์ว่านายมาครองจะสามารถคว้าชัยชนะได้ในการเลือกตั้งรอบสอง แต่ในระยะถัดไปจะยังต้องติดตามการเจรจาระหว่างสหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรปในประเด็น Brexit ที่อาจส่งผลต่อทิศทางตลาดเงินและตลาดทุนโลก 


กกร.หนุนทุกฝ่ายร่วมศึกษาปรับขึ้นค่าแรง

นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) มองว่ามีความจำเป็นต้องมีการศึกษาร่วมกันทุกภาคส่วนในการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ เพื่อนำข้อมูลทุกภาคส่วนมาพิจารณาถึงความเหมาะสม ก่อนส่งให้คณะกรรมการค่าจ้างกลาง(ไตรภาคี) เป็นผู้พิจารณาตามหลักเกณฑ์ โดยภาคเอกชนพร้อมสนับสนุนภาครัฐ ในการปรับทิศทางของแรงงาน ที่จะผลักดันและเพิ่มรายได้ของแรงงาน อย่างไรก็ตามมองว่าการปรับค่าแรงขั้นต่ำทั้งระบบ จะส่งผลกระทบในหลายพื้นที่ ที่ยังไม่มีความพร้อม เนื่องจากในแต่ละจังหวัดมีความจำเป็นต้องพิจารณาค่าแรงให้เหมาะสมกับประสิทธิภาพ มาตรฐานของฝีมือแรงงาน และสภาพเศรษฐกิจของจังหวัดนั้นๆ โดยยืนยันว่าค้างจ้างแรงงานส่วนใหญ่ในปัจจุบัน สูงกว่าค่าจ้างแรงขั้นต่ำอยู่แล้ว