บล.กิมเอ็ง แนะถือ TPIPL เป้า 9.5บ.

บล.กิมเอ็ง : TPIPL แนะนำถือ ประเมินราคาเหมาะสมเท่ากับ 9.5 บาท ศาลอุทธรณ์ยกคำร้อง TPIPL ขอให้ศาล รธน. วินิจฉัยการบังคับคดีชำระค่าปรับ            เมื่อวาน (21 ธ.ค. 52) ศาลอุทธรณ์ได้ยกคำร้อง กรณี บมจ. ทีพีไอ โพลีน (TPIPL) จำเลยคดีกระทำผิด พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 ในการเผยแพร่ข้อมูลนอกเหนือจากที่ได้แจ้งไว้ต่อตลาดหลักทรัพย์ หรือการปั่นหุ้น ซึ่งศาลมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 3 ธ.ค. 50 ให้ปรับเงินจำนวน 6,900.3 ล้านบาทบาท  ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลอุทธรณ์ ส่งสำนวนให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการบังคับคดีในการปรับเงินตามคำพิพากษาว่าจะต้องดำเนินการเมื่อคดีนั้นถึงที่สุดแล้วหรือไม่  โดยศาลอุทธรณ์ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า กรณีไม่มีเหตุจำเป็นที่ต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย จึงมีคำสั่งยกคำร้องตามศาลชั้นต้น  ซึ่งจะมีผลทำให้ TPIPL ต้องชำระเงินค่าปรับ แม้ว่าปัจจุบันกำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ส่วนการไต่สวนเพื่อสืบหาทรัพย์บังคับคดี นัดอีกที่ 22 ก.พ. 2553             สำหรับการบังคับคดีเป็นไปกระบวนการศาลชั้นต้น เกี่ยวกับการไต่สวนเพื่อสืบหาทรัพย์สินการบังคับคดีนี้ ขณะนี้ยังต้องรออัยการโจทก์ ไต่สวนสืบหาทรัพย์ของบริษัท สเติร์น สจ๊วต (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) จำเลยคดีเดียวกันนี้ ซึ่งศาลสั่งปรับเงิน 6,900.3 ล้านบาทเช่นเดียวกัน โดยศาลชั้นต้น นัดพร้อมคู่ความและไต่สวนสืบหาทรัพย์สิน บมจ.สเติร์นในวันที่ 22 ก.พ.53 เวลา 09.00 น. การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ และ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ จะหนุนกำไรปีหน้า            แนวโน้มปี 2553 เราคาดหมายว่าผลประกอบการ จะได้แรงหนุนจาก มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลถึง 1.4 ล้านล้านบาท ภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง โดยเน้นโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ในระยะ 3 ปีข้างหน้า  ทำให้เราคาดความต้องการปูนซีเมนต์จะฟื้นตัวประมาณ 10-15%  นอกจากนี้ยังได้แรงหนุนจากราคาปูนซีเมนต์ที่ปรับขึ้น  เราประเมินยอดขายในปีหน้าเท่ากับ 25,081 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% และ มีกำไรปกติเท่ากับ 1,935 ล้านบาท (กำไรต่อหุ้น 0.96) เพิ่มขึ้น 23% แนวโน้มผลประกอบการจะดีขึ้น  แต่ ยังมีความเสี่ยงสูงเรื่องการบังคับคดี           แนวโน้มผลประกอบการประเมินว่าจะดีขึ้น ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและมาตรกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล  ทำให้ราคาหุ้นปัจจุบันที่ 8.85 บาท ซื้อขาย P/E ปี 2553 เท่ากับ 9.2 เท่า ต่ำกว่าหุ้นอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ด้วยกัน  เราประเมินราคาเหมาะสมเท่ากับ 9.5 บาท บนฐาน P/E ปี 2553 เท่ากับ 10 เท่า  ในขณะที่มูลค่าบัญชีต่อหุ้น (หลังจากหักการตีค่าสินทรัพย์เพิ่ม) เท่ากับ 11 บาท  ราคาหุ้นปัจจุบันแม้ว่าจะต่ำกว่าราคาเหมาะสม  แต่ มีความเสี่ยงสูงเรื่องการบังคับคดียึดทรัพย์  ดังนั้น เราไม่แนะนำให้ลงทุน โดยมีมุมมองในลักษณะเป็นกลาง คือ แนะนำ ถือ

เรื่องล่าสุดของหมวด การลงทุน-หุ้น

ดูหมวด การลงทุน-หุ้น ทั้งหมด