บล.เอเซียพลัส : รายงานภาวะหุ้น 25/12/52

บล.เอเซียพลัส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 25/12/52กลยุทธ์การลงทุน ตลาดหุ้นโลกสดใสต่อเนื่อง หุ้นน้ำมัน และ สินค้าโภคภัณฑ์กลับมานำตลาด : PTTEP, PTT, KSL SCIB เปิดเกมลดราคา  ต้อนรับการเปิดเสรีธุรกิจหลักทรัพย์ แต่คาดราคาหุ้นตอบรับไปแล้ว ยอดผลิตรถยนต์ทำสถิติสูงสุดในรอบ 13 เดือน Top picks : AH และ SAT    SET Index แกว่งตัวแคบๆ  725-735 จุด แนะนำสะสมหุ้น PTTEP, PTT, และ KSL ตลาดหุ้นโลกสดใสต่อเนื่อง หุ้นน้ำมัน และสินค้าโภคภัณฑ์กลับมานำตลาด : PTTEP, PTT, KSL ตลาดหุ้นโลกยังสดใสต่อเนื่องในช่วงใกล้หยุดสิ้นปี แม้มูลค่าการซื้อขายเบาบางก็ตาม ส่วนหนึ่งคาดว่าเป็นการทำราคาปิดก่อนสิ้นปี (Window Dressing) นอกจากนี้ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจของสหรัฐ ยังบ่งชี้ถึงภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีทิศทางกระเตื้องขึ้น โดยเฉพาะตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกล่าสุด ลดลง 28,000 คน สู่ 452,000 คน มากกว่าที่ตลาดคาดไว้ ขณะที่ตัวเลขยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนในเดือน พ.ย. กลับมาเพิ่มขึ้น 0.2% เทียบกับที่ลดลง 0.6% ในเดือน ต.ค. แม้จะเพิ่มขึ้นน้อยกว่าที่ตลาดคาดไว้ก็ตาม ขณะที่ราคาสินค้าสินค้าโภคภัณฑ์ที่ฟื้นตัว ก็เป็นปัจจัยหนุนตลาดในช่วงนี้เช่นกัน หลังจากดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนค่าต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 ล่าสุด ราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าไนเม็กส์ดีดตัวขึ้น ราว 1.5 เหรียญฯต่อบาร์เรล สู่ 78.05 เหรียญฯต่อบาร์เรล แม้ราคาน้ำมันดิบดูไบจะทรงตัวที่ 74.46 เหรียญฯต่อบาร์เรล แต่ก็ยังเป็นระดับที่สูงกว่า สมมติฐานที่ฝ่ายวิจัยคาดไว้ว่าในช่วงที่เหลือของปี 2552 นี้ จะทรงตัวอยู่ที่ 70 เหรียญฯต่อบาร์เรล และยังมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องในปีหน้า เป็นปัจจัยบวกต่อผลประกอบการหุ้นในกลุ่มปิโตรเลียม ยังคงแนะนำซื้อ PTTEP, PTT ขณะที่วานนี้ราคาน้ำตาลโลกปรับตัวขึ้น 15 เหรียญฯต่อตัน สู่ 605.17 เหรียญฯต่อตัน ทำสถิติสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ และคาดว่ายังมีแนวโน้มที่จะทำสถิติสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่องในต้นปีหน้า เนื่องจากเข้าสู่ช่วง High Season เป็นปัจจัยบวกต่อหุ้น KSL จึงแนะนำซื้อสะสมเช่นกัน SCIB เปิดเกมลดราคา  ต้อนรับการเปิดเสรีธุรกิจหลักทรัพย์ แต่คาดราคาหุ้นตอบรับไปแล้ว บริษัทหลักทรัพย์เตรียมตัวรับการแข่งขันลดค่าธรรมเนียมเหลือ 0% ในปี 2553 (เฉพาะมูคค่าซื้อขายที่เกิน 20 ล้านบาท) ซึ่งตามกรอบเวลาจะตลาดหลักทรัพย์กำหนดให้คิดค่ารรมเนียมนายหน้าหลักทรัพย์แบบขั้นบันไดในปี 2553-2554 ก่อนที่จะเปิดเสรีเต็มรูปแบบในปี 2555    ทั้งนี้ล่าสุด SCIB เปิดเกมโดยเสนอค่าธรรมเนียม 0% สำหรับมูลค่าการซื้อขายตั้งแต่ 20 ล้านบาทขึ้นไป (แต่มีเงื่อนไขว่าลูกค้าต้องจ่ายค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ให้แก่ตลาดฯเอง และนโยบายดังกล่าวจะใช้เพียงไตรมาสแรกของปี 2553 เท่านั้น) อย่างไรก็ตามการดำเนินนโยบายนี้ไม่เป็นที่แปลกใจ เนื่องจากปัจจุบัน SCIB อยู่ในข่ายบริษัทขนาดเล็ก (ส่วนแบ่งตลาดราว 1.3% ytd)  ประสบภาวะขาดทุนจากการดำเนินงาน (1H52  ขาดทุน 6.99 ล้านบาท) การเสนอค่าบริการ 0% ถือเป็นการดิ้นรนเฮือกสุดท้าย เพื่อให้ได้ส่วนแบ่งตลาดมาบ้าง  ทั้งนี้การเสนอค่าธรรมเนียม 0% เคยเกิดขึ้นมาแล้วในปี 2546 ซึ่งมีการเปิดเสรีค่าธรรมเนียมนายหน้าครั้งแรกในประเทศไทย พบว่า  AYS เป็นผู้นำในการเสนอค่าธรรม 0%  ซึ่งทำให้ AYS  สามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาดจากก่อนหน้าที่ต่ำเพียง 0.5% ขึ้นมายืนเหนือ 2% จนถึงปัจจุบัน อย่างไรตามในประมาณการของ ASP ได้คำนึงถึงผลกระทบดังกล่าวแล้ว และคาดว่าจะทำให้กำไรสุทธิของบริษัทหลักทรัพย์ลดลงไปราว 15% จากปี 2552 ขณะที่ราคาหุ้นหลักทรัพย์ได้ลดลงต่อเนื่องราว 10% นับจากที่มีความชัดเจนว่าการใช้ค่าธรรมเนียมแบบขั้นบันไดถูกนำมาใช้แน่นอน  ฝ่ายวิจัยให้น้ำหนักการลงทุนในหุ้นหลักทรัพย์น้อยกว่าตลาด และมีหุ้น KEST เพียงบริษัทเดียวที่แนะนำซื้อ ยอดผลิตรถยนต์ทำสถิติสูงสุดในรอบ 13 เดือน Top picks : AH และ SAT    อุตสาหกรรมรถยนต์ยังคงฟื้นตัวต่อเนื่อง ล่าสุดยอดผลิตรถยนต์เดือน พ.ย. ยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 และทำสถิติสูงสุดในรอบ 13 เดือน เนื่องจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นทั้งตลาดในประเทศ และตลาดต่างประเทศ ทั้งนี้หากแนวโน้มการผลิต  และจำหน่ายยังดีต่อเนื่องในเดือน ธ.ค. 2552 นักวิเคราะห์กลุ่มรถยนต์ของ ASP คาดว่ารถยนต์ในงวด 4Q52 จะอยู่ที่ 3.36 แสนคัน เพิ่มขึ้นถึง 28% จากงวด 3Q52 โดยรวมในปี 2552 จะทำให้ยอดผลิตแตะระดับ 9.9 แสนคัน และเพิ่มเป็น 1.1 ล้านคันในปี 2553 ซึ่งน่าจะดีต่อผู้ผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนและ อุปกรณ์รถยนต์  ทุกรายไม่ว่าจะเป็น SAT, AH และ STANLY แต่แนะนำ SAT และ AH เป็น Top picks เนื่องจากแนวโน้มจะฟื้นตัวได้รวดเร็วกว่า SET Index แกว่งตัวแคบๆ 725-735 จุด แนะนำสะสมหุ้น PTTEP, PTT, และ KSL วันนี้ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเซีย ส่วนใหญ่ปิดทำการตามตลาดหุ้นสหรัฐฯ และยุโรป เนื่องในวันคริสมาสต์ เหลือเพียงประเทศไทย จีน ญี่ปุ่น ไตหวัน และเวียดนามเท่านั้น ที่เปิดทำการปกติ คาดว่าจะส่งผลให้ SET แกว่งตัวแคบๆ ในกรอบ 725 -735 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่เบาบาง กลยุทธ์การลงทุนยังแนะนำให้ทยอยสะสมหุ้นพลังงาน (PTT, PTTEP, TOP, BCP) และหุ้นที่มีลักษณะ January Effects ได้แก่ KBANK, BAY, PTTEP, KK และ KSL นอกจากนี้ยังแนะนำหุ้นที่จ่ายเงินปันผล เนื่องจากเข้าใกล้ฤดูกาลจ่ายเงินปันผลงวดปี 2552 และ 2H52  โดยหุ้นที่จ่ายเงินปันผลสูงสุด 6 ลำดับแรกคือ PRIN, TMT, SC, MCS, BCP และ  CPI ตามลำดับ โดยคาดหมายว่าในในกลุ่มนี้จะสามารถให้ผลตอบแทนชนะตลาดได้ในเดือน ม.ค. 2553  

ติดตามSanook! Money

ติดตามข่าวเศรษฐกิจ การตลาด ธุรกิจส่วนตัว ภาษี บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!