ดัน "อู่ตะเภา" เป็นฮับนิคมอุตสาหกรรมการบิน-สนามบินเชิงพาณิชย์แห่งที่ 3 ของประเทศ

ดัน "อู่ตะเภา" เป็นฮับนิคมอุตสาหกรรมการบิน-สนามบินเชิงพาณิชย์แห่งที่ 3 ของประเทศ
thaipbs

สนับสนุนเนื้อหา

นายกฯ กล่าวในรายการคืนความสุขฯ เผยแผน 13 ปี ผลักดันนิคมอุตสาหกรรมการบินแห่งประเทศไทย ยึดหัวหาดภาคตะวันออก ดันสนามบินอู่ตะเภาเป็นท่ากาศยานพาณิชย์แห่งที่ 3 ของประเทศ

24 มิ.ย.2559 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ถึงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมการบินของประเทศไทย โดยเลือกปรับปรุงพัฒนาศักยภาพท่าอากาศยานอู่ตะเภา ยกระดับเป็นท่าอากาศยานเชิงพาณิชย์แห่งที่ 3 ของประเทศ นอกเหนือจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและท่าอากาศยานดอนเมือง ตามที่สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร กระทรวงคมนาคม เสนอ ซึ่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ศึกษามาแล้วว่าท่าอากาศยานอู่ตะเภามีศักยภาพในการเป็นศูนย์อุตสาหกรรมอากาศยานครบวงจร ได้แก่

การเป็นพื้นที่ซ่อมบำรุงอากาศยาน ผลิตชิ้นส่วนอากาศยาน จากข้อได้เปรียบในการตั้งอยู่ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมชายฝั่งตะวันออก และการยกระดับเป็นสนามบินเชิงพาณิชย์ ตอบสนองทั้งภารกิจด้านความมั่นคงและเชิงพาณิชย์

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า แผนการดำเนินงานมี 3 ระยะ ใช้เวลา 13 ปี ประกอบไปด้วย การพัฒนาโรงซ่อมอากาศยาน โรงงาน โรงซ่อมเครื่องยนต์ และการเพิ่มศักยภาพในการรองรับผู้โดยสารเป็น 3 ล้านคนต่อปีภายในปี 2561 และ 5 ล้านคนต่อปี ภายในปี 2563 เป็นต้น ทั้งนี้การดำเนินการในแต่ละขั้นจะต้องเป็นไปตามมาตรฐานสากลขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศหรือ ICAO

"เพื่อให้รองรับโดยการใช้งานสนามบินที่มีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง อุตสาหกรรมการบิน ทั้งในประเทศและในภูมิภาคที่มีแนวโน้มขยายตัวขึ้นทุกวัน อีกทั้งจะเป็นโอกาสที่ประเทศไทยจะได้แสดงถึงศักยภาพ ความพร้อมต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาการท่องเที่ยวฝั่งทะเลตะวันออก โดยบูรณาการพัฒนาการท่องเที่ยวหาดทรายชายทะเลสู่การท่องเที่ยวสีเขียว เชื่อมโยงกันไปยังประเทศเพื่อนบ้าน" นายกรัฐมนตรี กล่าว

นอกจากนี้ ยังต้องมีการพัฒนาระบบรถไฟทางคู่และรถไฟฟ้าความเร็วปานกลาง-ความเร็วสูง ให้รองรับการสัญจรของประชาชน นักท่องเที่ยวและสินค้าในอนาคต พัฒนาหลักสูตรและศูนย์การฝึกอบรมเพื่อรองรับอุตสาหกรรมอากาศยาน ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรี ยังกล่าวอีกว่า ได้สั่งการให้ศึกษาเส้นทางของแอร์พอร์เรลลิงก์ ให้เชื่อมต่อได้ทั้งสนามสุวรรณภูมิ ดอนเมือง และอู่ตะเภา เพื่อให้การเคลื่อนย้ายสัญจรเป็นไปอย่างสะดวก ทั้งการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติและชาวไทย