หอการค้า คง GDP ปี59 โต 3.5 - 4%

หอการค้า คง GDP ปี59 โต 3.5 - 4%
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

หอการค้าไทย คง GDP ปี 59 โต 3.5-4% ส่งออก 3-5% ท่องเที่ยวมาตรการรัฐหนุน ย้ำทุกอย่างเห็นชัดไตรมาส 1 แนะจับตาปัจจัยเสี่ยงกระทบเศรษฐกิจ ความไม่สงบทางการเมืองระหว่างประเทศ การก่อร้าย ภัยแล้ง

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า แนวโน้มเศรษฐกิจในปี 2559 ยังคงประมาณการว่าจะสามารถเติบโตได้ที่ร้อยละ 3.5 - 4 ส่วนการส่งออก จะเติบโตที่ร้อยละ 3 - 5 แม้ว่าปัจจัยของเศรษฐกิจโลกจะผันผวน แต่เชื่อว่ารัฐบาลของหลายประเทศทั่วโลก ต่างพยายามดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในแต่ละประเทศ ซึ่งไทยเองภาครัฐได้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างเต็มรูปแบบ เน้นเศรษฐกิจรากฐาน และประชารัฐ ซึ่งเชื่อว่าภาครัฐจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวในปีนี้จะยังตงเติบโต โดยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยว สูงถึง 32 ล้านคน ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจโดยเฉพาะในไตรมาส 1 จากนั้น ไตรมาสที่ 2 นโยบายภาครัฐจะช่วยพยุงเศรษฐกิจได้ โดยคาดว่า เศรษฐกิจไทยไตรมาส 1 และ 2 จะเติบโตที่ร้อยละ 3 - 3.5 ขณะที่ไตรมาสที่ 3 การลงทุนต่าง ๆ ของภาครัฐจะมีความชัดเจน และการส่งออกจะฟื้นตัวขึ้น และไตรมาสที่ 4 เศรษฐกิจโลก และไทยเริ่มฟื้นขึ้น ซึ่งทั้งหมดจะเห็นความชัดเจนตั้งแต่ไตรมาสที่ 1 นี้

นายธนวรรธน์ ยังเปิดเผยว่า ปัจจัยเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยในปี 2559 ที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่ ความไม่สงบทางการเมืองระหว่างประเทศ การก่อการร้าย การซึมตัวของเศรษฐกิจจีน ที่จะฉุดความเชื่อมั่นของนักลงทุน ปัญหาราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่อยู่ระดับต่ำ ซึ่งจะส่งผลต่อราคาพืชผลทางการเกษตรบางรายการให้ลดต่ำลง และปัญหาภัยแล้งที่หากเกิดสถานการณ์รุนแรง จะส่งผลลบต่อ GDP ประมาณร้อยละ 0.3 - 0.5 ทำให้เกษตรกรสูญเสียรายได้ประมาณ 30,000 ล้านบาท แต่ทั้งนี้มองว่าราคาน้ำมันที่ลดลง จะเป็นประโยชน์ต่อการอุปโภคบริโภคภายในประเทศ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจประมาณร้อยละ 0.1 - 0.2 

นอกจากนี้ นายธนวรรธน์ กล่าวว่า สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศที่เกิดขึ้นกับซาอุดีอาระเบีย และอิหร่าน รวมถึงเหตุการณ์เกาหลีเหนือ เชื่อว่าไม่น่าจะเกิดความรุนแรงเกิดขึ้น ซึ่งหากมีการสู้รบเกิดขึ้นจริง คาดว่าจะไม่กระทบต่อเศรษฐกิจโลก ซึ่งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก จะขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจจีนเป็นหลัก