ดัชนีดาวโจนส์ปิดร่วงลง276.09จุด

กระแสหุ้นออนไลน์

สนับสนุนเนื้อหา

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดเมื่อคืนนี้ (4 ม.ค.)ที่ 17,148.94 จุด ร่วงลง 276.09 จุด หรือ -1.58% ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 4,903.09 จุด ดิ่งลง 104.32 จุด หรือ -2.08% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,012.66 จุด ลดลง 31.28 จุด หรือ -1.53%  ซึ่งเป็นวันทำการวันแรกของปี 2559 หลังจากมีรายงานว่าภาคการผลิตของจีนหดตัวลงในเดือนธ.ค. ซึ่งข้อมูลดังกล่าวทำให้เกิดความวิตกกังวลว่า การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนอาจจะฉุดรั้งการเติบโตของเศรษฐกิจทั่วโลก นอกจากนี้ สถานการณ์ตึงเครียดระหว่างอิหร่านและซาอุดิอาระเบียยังส่งผลให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง และพากันหลีกเลี่ยงการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ซึ่งรวมถึงตลาดหุ้น   ภาวะการซื้อขายวันแรกของปี 2559 เป็นไปอย่างตื่นตระหนก หลังจากดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของจีน ซึ่งมาร์กิตจัดทำร่วมกับไฉซินในเดือนธ.ค.ลดลงสู่ระดับ 48.2 จาก 48.6 ในเดือนพ.ย. โดยตัวเลขที่ต่ำกว่า 50 บ่งชี้ว่าภาคการผลิตของจีนหดตัวลง   ข้อมูลภาคการผลิตที่ย่ำแย่ของจีนยังได้ส่งผลให้ตลาดหุ้นจีนและตลาดหุ้นอื่นๆในเอเชียร่วงลงอย่างหนักเมื่อวานนี้ อีกทั้งยังทำให้ตลาดหลักทรัพย์ของจีนตัดสินใจใช้เซอร์กิต เบรกเกอร์ หลังจากที่ตลาดร่วงลงรุนแรงถึง 7%   นอกจากนี้ ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กยังได้รับแรงกดดันจากสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างอิหร่านและซาอุดิอาระเบียซึ่งเป็นสองมหาอำนาจในตะวันออกกลาง หลังจากที่ทางการซาอุดิอาระเบียสั่งประหารชีวิตนักโทษคดีก่อการร้าย 47 ราย รวมถึง นิมร์ อัลนิมร์ นักการศาสนาชื่อดังชาวชีอะห์ ซึ่งเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ประท้วงต่อต้านรัฐบาลเมื่อปี 2554   เหตุการณ์ดังกล่าวได้จุดชนวนให้เกิดผลกระทบในด้านลบมากมาย รวมถึงการที่กลุ่มผู้ประท้วงชาวอิหร่านได้ก่อเหตุโจมตีสถานทูตและสถานกงสุลของซาอุดิอาระเบียในกรุงเตหะราน จนเป็นเหตุให้ซาอุดิอาระเบียประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิหร่าน   ด้านรัฐบาลซูดานได้ประกาศขับนักการทูตอิหร่านออกจากประเทศในวันนี้ เพียงไม่กี่ชั่วโมง หลังจากที่ซาอุดิอาระเบีย และบาห์เรนประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิหร่าน ขณะที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ประกาศลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูต   นอกเหนือจากความตึงเครียดทางการเมืองแล้ว ตลาดหุ้นนิวยอร์กยังได้รับแรงกดดันจากข้อมูลเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ของสหรัฐ รวมถึงรายงานของมาร์กิตซึ่งระบุว่า ดัชนี PMI ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายของสหรัฐอยู่ที่ระดับ 51.2 ในเดือนธ.ค. ลดลงจากตัวเลขเบื้องต้นที่ 51.3 และต่ำลงจากจากระดับ 52.8 ในเดือนพ.ย.   ขณะที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างร่วงลง 0.4% ในเดือนพ.ย. 2558 ซึ่งเป็นการดิ่งลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2557   นักลงทุนจับตาดูข้อมูลด้านตลาดแรงงานของสหรัฐในสัปดาห์นี้ โดยในวันพรุ่งนี้เวลา 20.15 น.ตามเวลาไทย ADP จะเปิดเผยตัวเลขจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐในเดือนธ.ค. ส่วนในวันพฤหัสบดีเวลา 20.30 น.ตามเวลาไทย กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกรายสัปดาห์ และในวันศุกร์เวลา 20.30 น.ตามเวลาไทย กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรประจำเดือนธ.ค.