ชัยนันท์ หาญยุทธ อายุน้อยร้อยล้าน เผยกุญแจดอกสำคัญ ทำธุรกิจอย่างไรให้โตแบบก้าวกระโดด

ชัยนันท์ หาญยุทธ อายุน้อยร้อยล้าน เผยกุญแจดอกสำคัญ ทำธุรกิจอย่างไรให้โตแบบก้าวกระโดด
S! Money (Rewrite)

สนับสนุนเนื้อหา

         

          ยุคนี้สมัยนี้ เรียกได้ว่า คนรุ่นใหม่ มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยได้มากเลยทีเดียว สังเกตจากนักธุรกิจหน้าใหม่ที่อายุยังน้อย ต่างก้าวขึ้นมาบริหารกิจการที่มีมูลค่าหลายพันล้านกันแล้ว อย่างเช่นคุณชัยนันท์ หาญยุทธ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟูด เมกเกอร์ จํากัด (Food Maker Co.,Ltd.) เป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจด้านสินค้าเกษตรแปรรูป-ส่งออกที่น่าจับตามอง มีมูลค่าทางธุรกิจกว่า 300 ล้านบาท คุณชัยนันท์ ถือเป็นหนึ่งในผู้บริหารรุ่นใหม่ ด้วยแนวคิดในการบริหารองค์กรที่มีความแตกต่าง แผนการตลาดที่ส่งผลให้ธุรกิจโตแบบก้าวกระโดด จนได้รับคัดเลือกให้ได้รับรางวัลสุดยอด SME ประจำจังหวัดน่าน ด้วยความสำเร็จที่ได้มาในวัยเพียง 28 ปี 
 




   คุณชัยนันท์ ได้เผยเคล็ดลับทางธุรกิจ 4 ข้อ ซึ่งถือเป็น Key to Success ในแบบของผู้บริหารรุ่นใหม่ไว้ดังนี้       
  

1.สร้าง TEAM ที่ดี 
           คำว่า TEAM ในที่นี้ เป็นตัวย่อของตัวอักษร ประกอบด้วย T- Transfer การสื่อสาร ข้อมูลต่างๆ ระหว่างทีมด้วยกัน คือใน 1 ทีม นอกเหนือจากหน้าที่ประจำของแต่ละคนแล้ว ก็ต้องเรียนรู้หน้าที่ของเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆด้วย เพราะถ้าเกิดคนขาดด้วยเหตุผลใดๆก็แล้วแต่ พนักงานที่เหลือ สามารถทำแทนกันได้ E-Efficiency พอทำตัว T สำเร็จแล้ว พนักงานก็จะทำงานเข้าขากันมากขึ้น เกิดความจะราบรื่นของระบบ ประหยัดเวลาลง ทำงานน้อย แต่มีประสิทธิภาพมาก A-Active สร้างความกระตือรือล้นให้ทีมอยู่ตลอดเวลา เพื่อการขับเคลื่อนทีมและส่งผลให้องค์กรพัฒนาเร็วขึ้นด้วย M-Motivation เอ็ม ตัวนี้สำคัญมาก มันคือการสร้างแรงจูงใจให้กับทีมงาน ให้ยังคงมีไฟอยู่ตลอดเวลา รวมไปถึงการซื้อใจ ลงไปรับรู้สารทุกข์สุขดิบของพนักงานและครอบครัวของเขาด้วย มีงานเลี้ยงสังสรรค์ กิจกรรมสันทนาการ อบรมสัมมนาประจำปี อยู่เรื่อยๆ ให้พนักงานเข้าใจและรักในองค์กร มีความเป็นทีมเดียวกัน



2.ใช้วัตถุดิบที่ดี ชูจุดแข็ง สร้างความต่าง 
           ในการทำธุรกิจแต่ละอย่าง สำคัญเลยคือ ตัวสินค้าหรือวัตถุดิบที่มี ยกตัวอย่างเช่นทำธุรกิจสินค้าเกษตรแปรรูป หัวใจสำคัญเลยคือ การควบคุมวัตถุดิบตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง ตั้งแต่คัดเลือกเมล็ดพันธุ์ ขั้นตอนการปลูก กระบวนการผลิตทุกอย่าง หากผู้ประกอบการสามารถลงไปดูแลด้วยตัวเองได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ก็จะเป็นการดี นอกจากนี้ การมีวัตถุดิบที่ดีนั้น จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค สร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง ใช้ป็นจุดแข็งให้กับธุรกิจของเราได้ด้วย 


 



3.คิดการใหญ่ใจต้องนิ่ง รอจังหวะพิสูจน์ตัวเอง
          ทุกวันนี้ คนรุ่นใหม่ที่ก้าวเข้ามาในแวดวงธุรกิจ บางคนสร้างแบรนด์ขึ้นมาด้วยตัวเอง บางคนเป็นทายาททางธุรกิจ รับช่วงต่อจากครอบครัว ซึ่งแต่ละธุรกิจย่อมมีความเสี่ยง เพราะฉะนั้นจำเป็นอย่างมากที่ต้องมีการศึกษาเรียนรู้รอบด้าน รวมถึงแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากผู้คร่ำหวอดในวงการนั้นๆ ที่อาบน้ำร้อนมาก่อน ดังนั้น แนวบริหารสไตล์คนรุ่นใหม่ จึงยังนำมาใช้ได้ไม่เต็มร้อยเลยเสียทีเดียว นักธุรกิจรุ่นใหม่ ต้องใจเย็นๆ อย่างบุ่มบ่าม ให้รอจังหวะ มองหาโอกาสพิสูจน์ศักยภาพของตัวเอง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือเสียก่อน บางทีอาจจะต้องใช้เวลาเป็นปีๆ ซึ่งก็ถือว่าคุ้มกับการรอคอย 



4.รู้จักตอบแทนสังคม
         การทำธุรกิจอะไรก็ตาม หวังแต่จะกอบโกยเอากำไรอยู่ฝ่ายเดียว จนไม่สนใจสังคม ชุมชนรอบข้างเลยก็ไม่ถูก ซึ่งอาจทำให้ทั้งสองฝ่ายมีปัญหาต่อกันได้ เพื่อให้กลไกเศรษฐกิจขับเคลื่อนไปได้อย่างราบรื่นและเกิดความสมดุล แผนนโยบายช่วยเหลือกิจการสังคม(CSR) ถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ชุมชน จึงมีความจำเป็นมาก นอกจากจะสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันภายในองค์กรแล้ว ก็ต้องมีจิตสำนึกที่ดีต่อสังคมและชุมชนด้วยเช่นกัน 




ข้อมูลเพิ่มเติม

[Advertorial]

ติดตามSanook! Money

ติดตามข่าวเศรษฐกิจ การตลาด ธุรกิจส่วนตัว ภาษี บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!