CIMBแนะรับมือธปท.ทบทวนนโยบายการเงิน

CIMBแนะรับมือธปท.ทบทวนนโยบายการเงิน
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี แนะ นักลงทุนเตรียมพร้อมรับมือ หาก ธปท. ทบทวนนโยบายการเงินใช้อัตราการแลกเปลี่ยนแก้ปัญหาเศรษฐกิจ

นายอมรเทพ จาวะลา ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า นักลงทุนควรเตรียมความพร้อมหากธนาคารแห่งประเทศไทย จะมีการทบทวนนโยบายการเงิน และหันมาใช้นโยบายอัตราแลกเปลี่ยนเป็นตัวนำในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ เนื่องจากสถานการณ์โลกเปลี่ยน สงครามค่าเงินที่ร้อนระอุขึ้นมาอีกครั้ง หลังจีนลดค่าเงินหยวน เวียดนามลดค่าเงินดอง ธนาคารกลางอีกหลายแห่งพร้อมจะลดดอกเบี้ยพยุงส่งออก ขณะเดียวกัน ไทยยังต้องเผชิญทั้งผลกระทบในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งเศรษฐกิจอาจชะลอจากการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนที่อ่อนแอ จากปัญหาหนี้ครัวเรือนสูงและขาดความเชื่อมั่น ขณะที่ภาครัฐมีความล่าช้าในการลงทุนจากความกังวลเรื่องความโปร่งใสในการใช้จ่าย และรายได้ที่ไม่เข้าเป้า อีกทั้งการส่งออกที่หดตัว และเป็นการหดตัวปีที่ 3 ติดต่อกัน โดยที่ยังไม่แน่ใจว่าการส่งออกปีหน้าจะฟื้นได้จริงหรือไม่

อย่างไรก็ตาม มีความกังวลว่า ค่าเงินที่อ่อนจะกระทบผู้นำเข้า รวมทั้งผู้ส่งออกเองก็มีสัดส่วนการนำเข้ามาก แต่แน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงย่อมมีทั้งคนได้และคนเสียประโยชน์ และเชื่อว่าผู้ประกอบการไทยสามารถปรับตัวได้ เช่น ลดการนำเข้าและหันไปใช้ของที่ผลิตในประเทศแทน ซึ่งก็จะส่งผลให้เกิดการจ้างงาน การลงทุนเพิ่มเติม ขณะที่รายได้การส่งออกในรูปเงินบาทจะมากขึ้น อันจะส่งผลดีต่อการบริโภคและการชำระหนี้ของภาคเอกชน จนในที่สุดอุปสงค์ในประเทศจะเข้มแข็งขึ้น

ขณะที่การเติบโตของเศรษฐกิจไทยนั้น สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี คาดว่า GDP ปี 2558 จะเติบโตได้ร้อยละ 2.5 และคาดปี 2559 น่าจะเติบโตได้ร้อยละ 3.3 ท่ามกลางความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่คาดจะมีสูงขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี ไม่ว่าจะเป็นความไม่แน่นอนการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ที่จะกระทบต่อเงินทุนเคลื่อนย้าย การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน การลดลงของราคาน้ำมัน รายได้ภาคเกษตรหดตัวต่อเนื่อง และการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐที่อาจเลื่อนไปปีหน้า ซึ่งจะมีผลให้การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจโตต่ำกว่าที่ได้คาดการณ์ไว้ก่อนหน้าว่า เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวร้อยละ 3.3 ทั้งนี้ คาดว่า GDP ช่วงครึ่งปีหลัง จะขยายตัวร้อยละ 2.1 หลังจากที่ช่วงครึ่งปีแรก ขยายตัวร้อยละ 2.9 ซึ่งขยายตัวต่ำกว่าช่วงเดียวกันหากเทียบไตรมาสต่อไตรมาส เศรษฐกิจจะกลับมาฟื้นตัวได้ในปีหน้า หลังราคาน้ำมัน มีเสถียรภาพ รายได้ภาคเกษตรเริ่มทรงตัวและปรับดีขึ้น

ส่วนอัตราดอกเบี้ยคาดว่าจะคงไว้ที่ระดับร้อยละ 1.50 ตลอดทั้งปี เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่มีอย่างค่อยเป็นค่อยไป และสำรองไว้ใช้หากเกิดความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่สูงขึ้น แต่คาดว่าไทยพร้อมรับมือกับดอกเบี้ยขาขึ้นและอาจเห็นดอกเบี้ยที่ระดับร้อยละ 1.75 ได้ปลายปีหน้า ด้านค่าเงินบาทมีความเป็นไปได้ที่บาทจะแตะระดับ 38 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ปลายปีหน้า แต่หากสงครามค่าเงินประทุแรงขึ้น โอกาสที่บาทจะทะลุระดับ 40 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ก็อาจจะได้เห็น ดังนั้นผู้นำเข้าควรระมัดระวังความผันผวน ด้วยการป้องกันความเสี่ยงค่าเงินไว้

ติดตามSanook! Money

ติดตามข่าวเศรษฐกิจ การตลาด ธุรกิจส่วนตัว ภาษี บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!