ดาวโจนส์ดาวโจนส์ปิดลดลง10.22จุด

กระแสหุ้นออนไลน์

สนับสนุนเนื้อหา

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดเมื่อคืนนี้ (5 ส.ค.) ที่ 17,540.47 จุด ลดลง 10.22 จุด หรือ -0.06% ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 5,139.94 จุด เพิ่มขึ้น 34.39 จุด หรือ +0.67% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,099.84 จุด เพิ่มขึ้น 6.52 จุด หรือ +0.31%หลังจากมีรายงานว่าภาคเอกชนของสหรัฐมีการจ้างงานที่ต่ำกว่าคาดในเดือนก.ค. อย่างไรก็ตาม ข้อมูลแรงงานที่ซบเซาทำให้นักลงทุนคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งการคาดการณ์ดังกล่าวช่วยสกัดแรงลบในตลาด   ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) ระบุว่า ภาคเอกชนของสหรัฐมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 185,000 ตำแหน่งในเดือนก.ค. โดยต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 215,000 ราย   นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากรายงานของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐที่ระบุว่า สหรัฐขาดดุลการค้าเพิ่มขึ้น 7.1% สู่ระดับ 4.384 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนมิ.ย. โดยยอดขาดดุลการค้าเพิ่มขึ้นเกินคาดในเดือนมิ.ย.นั้น เป็นผลมาจากการแข็งค่าของดอลลาร์ และอุปสงค์ต่างประเทศที่ซบเซา   อย่างไรก็ตาม นักลงทุนมองว่าข้อมูลแรงงานที่ซบเซาอาจจะทำให้เฟดชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย นอกจากนี้ ตลาดยังขานรับการแสดงความเห็นของนายเจโรม โพเวลล์ ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่กล่าวว่า เฟดยังไม่ได้ตัดสินใจแน่นอนที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย.   ทั้งนี้ คำกล่าวของนายโพเวลล์สวนทางกับนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ที่คาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย. รวมทั้งความเห็นของนายเดนนิส ล็อคฮาร์ท ประธานเฟด สาขาแอตแลนตา ซึ่งบ่งชี้ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย.   นักลงทุนจับตาดูกระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรในวันศุกร์นี้ ขณะที่ผลการสำรวจนักวิเคราะห์ระบุว่า กระทรวงแรงงานสหรัฐจะรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนก.ค.เพิ่มขึ้น 215,000 ตำแหน่งในเดือนก.ค. โดยลดลงจากระดับ 223,000 ตำแหน่งในเดือนมิ.ย. ขณะที่คาดว่าอัตราการว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 5.3% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบกว่า 7 ปี