ครม.เห็นชอบให้"พนง.-ลูกจ้าง"ส่งเงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมากกว่านายจ้าง

ครม.เห็นชอบให้"พนง.-ลูกจ้าง"ส่งเงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมากกว่านายจ้าง
thaipbs

สนับสนุนเนื้อหา

ที่ประชุม ครม.เห็นชอบการแก้ไขหลักเกณฑ์ให้พนักงาน ลูกจ้าง จ่ายเงินสมทบได้มากกว่านายจ้าง โดยนายจ้างยังจ่ายเงินสมทบในอัตราเดิมเพื่อเป็นการส่งเสริมการออมของประชาชน

เมื่อวันที่24 ก.พ.2558  นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ที่ประชุม ครม.เห็นชอบเปิดทางให้พนักงาน ลูกจ้าง จ่ายเงินสมทบได้มากกว่านายจ้าง โดยนายจ้างยังจ่ายเงินสมทบในอัตราเดิมเพื่อเป็นการส่งเสริมการออมของประชาชนและเปิดทางให้ผู้ส่งเงินสมทบเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพอายุ 55 ปี สามารถขอรับเงินมาใช้ในชีวิตประจำวันเป็นเงินงวดได้ และหากเกิดปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ พนักงาน ลูกจ้างสามารถหยุดนำส่งสมทบเป็นการชั่วคราวได้

สำหรับนำส่งเงินสะสมของลูกจ้างเป็นเงินที่ลูกจ้างยินยอมให้นายจ้างหักจากค่าจ้างสะสมเข้ากองทุนทุกเดือนในอัตราไม่ต่ำกว่า ร้อยละ 2 แต่ไม่เกินร้อยละ 15 ของค่าจ้าง โดยขึ้นอยู่กับเงื่อนไขตามอัตราที่กำหนดไว้ใน ข้อบังคับกองทุนของแต่ละนายจ้างในส่วนของเงินสมทบของนายจ้าง เป็นเงินที่นายจ้างจ่ายสมทบเข้ากองทุนตามจำนวนลูกจ้างที่เป็นสมาชิกในอัตราไม่ต่ำกว่าเงินสะสมของลูกจ้าง

อัตราการจ่ายเงินสมทบให้แก่ลูกจ้างอาจแตกต่างกันตามเงื่อนไข ทั้งนี้เพื่อเป็นการจูงใจหรือเป็นสวัสดิการส่วนเพิ่มให้กับลูกจ้างที่ทำงานกับนายจ้างเป็นเวลานาน เงินออมของสมาชิกในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจะเติบโตจากเงินสะสมและเงินสมทบที่ต้องมีการนำส่งเข้ากองทุนทุกเดือน รวมทั้งผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการลงทุนของกองทุน อย่างไรก็ตาม กองทุนจะไม่มีการจ่ายดอกเบี้ยหรือเงินปันผลให้สมาชิก เนื่องจากจะสะสมยอดเงินทั้งหมดให้เป็นก้อนใหญ่ เพื่อเก็บไว้รอจ่ายคืนให้สมาชิกเมื่อสิ้นสุดสมาชิกภาพ เช่น ลาออกจากงาน เกษียณอายุ

สำหรับแนวทางการเดินหน้ากองทุนการออมแห่งชาติ ( กอช.) ด้วยการดึงธนาคารเข้ามาช่วยเหลือต้องหารือกันเพิ่มเติม เพราะธนาคารรัฐมีสาขากระจายไปทุกพื้นที่ทั่วประเทศ จึงต้องการให้เป็นเครือข่ายในการร่วมโครงการ โดยจะนำเรื่องหารือในที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจในวันพรุ่งนี้ (25 ก.พ.2558) ก่อนนำเสนอที่ประชุม ครม.พิจารณา

ติดตามSanook! Money

ติดตามข่าวเศรษฐกิจ การตลาด ธุรกิจส่วนตัว ภาษี บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!