SME BANKเร่งแก้หนี้NPL-ดำเนินคดีคนทำเสียหาย

SME BANKเร่งแก้หนี้NPL-ดำเนินคดีคนทำเสียหาย
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

เอสเอ็มอีแบงก์ เร่งแก้ปัญหาหนี้ NPL ของธนาคารกว่า 30,000 ล้านบาท พร้อมคัดเลือกลูกหนี้ออกเป็น 2 ประเภท และดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทำให้เกิดความเสียหายแก่ภาครัฐและธนาคาร

นางสาลินี วังตาล ประธานกรรมการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือ เอสเอ็มอีแบงก์ เปิดเผยถึงความคืบหน้า ในการแก้ไขปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ NPL ของธนาคาร ว่า ขณะนี้ธนาคารได้คัดเลือกลูกหนี้ออกเป็น 2 ประเภท คือ ลูกหนี้ NPL ที่มีหลักประกันและลูกหนี้ NPL รายย่อยที่ไม่มีหลักประกัน โดยธนาคารได้เปิดประมูลขายลูกหนี้ที่มีหลักประกันเป็นกองย่อยวงเงินรวมทั้งสิ้น 10,000 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับบริษัทบริหารสินทรัพย์ หรือ AMC ซึ่งเป็นผู้เสนอราคาซื้อสูงสุด ขณะเดียวกัน ธนาคารยังได้ประกาศประมูลขายหนี้ NPL ประเภทเช่าซื้อและลิสซิ่ง เช่น รถแท็กซี่ รถตู้ รถบัส หัวลากหรือหางลาก เครื่องจักรและเรือ วงเงินประมาณ 1,400 ล้านบาท โดยผู้ที่สนใจสามารถยื่นเสนอราคาในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ นี้ ด้านลูกหนี้ NPL รายย่อยที่ไม่มีหลักประกัน วงเงิน 5,000 ล้านบาท ธนาคารได้คัดเลือกบริษัทเอกชน 5 ราย ในการดำเนินการเป็นผู้เรียกเก็บหนี้แทน ส่วน NPL ที่เหลืออีก 16,000 ล้านบาท จะใช้วิธีเจรจาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถเจรจาได้ เพราะยังมีการดำเนินธุรกิจอยู่และเศรษฐกิจมีแนวโน้มดีขึ้น

 

เอสเอ็มอีแบงก์ เร่งดำเนินคดีคนทำให้เกิดความเสียหาย

นางสาลินี วังตาล ประธานกรรมการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือ เอสเอ็มอีแบงก์ กล่าวถึงความคืบหน้าการฟ้องร้องดำเนินคดีว่า ขณะนี้ธนาคารได้ดำเนินการฟ้องร้องกับคนภายนอกและอดีตพนักงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีส่วนร่วมในการทำให้เกิดความเสียหายแก่ภาครัฐและธนาคาร โดยมีคดีที่อยู่ระหว่างการบังคับคดีกับผู้กระทำความผิด 4 เรื่อง และอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอีก 6 เรื่อง และจะยังมีการฟ้องร้องเพิ่มอีก

ขณะเดียวกัน ธนาคารยังได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกับพนักงานที่อยู่ในข่ายกระทำความผิด โดยมีเรื่องที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ 19 กรณี แบ่งเป็นการกระทำผิดด้านสินเชื่อ 6 เรื่อง ด้านร่วมลงทุน 2 เรื่อง ด้านการดำเนินงานที่ขัดนโยบาย 4 เรื่องและด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการกระทำผิดระเบียบธนาคารอีก 7 เรื่อง ซึ่งเมื่อสอบสวนแล้วเสร็จจะจัดตั้งคณะกรรมการลงวินัยตามระเบียบของรัฐวิสาหกิจต่อไป ส่วนตัวเลขความเสียหายธนาคารยังไม่สามารถระบุได้เนื่องจากอาจทำให้เสียรูปคดี