รอบด้านตลาดหุ้น - บล.บัวหลวง

สรุปภาพตลาด ตลาดหุ้นไทยวานนี้ปรับลดลง สวนทางกับตลาดอื่นๆในภูมิภาค ซึ่งคาดว่าน่าจะมากจากแรงขายทำกำไรส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งมาจากประเด็นน้ำท่วมที่ลุกลามเข้าไปยังเขตเศรษฐกิจมากขึ้น เช่น นิคมอุตสาหกรรม และความกังวลว่าน้ำอาจท่วมกรุงเทพฯได้ สิ้นวันนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ   แนวโน้มตลาด ลุ้นกันระทึกกับมวลน้ำมหาศาลในปีนี้ว่าจะไหลเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชนในเขตกรุงเทพมหานครหรือไม่ ถ้าไหลเข้าท่วมในเขตกทม.ความเสียหายจะยิ่งสูงมากยิ่งขึ้น และอาจทำให้เศรษฐกิจชะงักงันได้ รวมถึงความช่วยเหลือไปยังพื้นที่ประสบภัยอื่นๆอาจมีปัญหาขึ้นได้ อย่างไรก็ตามตลาดหุ้นช่วงนี้เคลื่อนไหวไม่ค่อยธรรมชาติเท่าไหร่ การเก็งกำไรระยะสั้นๆอาจทำได้ลำบาก เราแนะนำให้เน้นการลงทุนเป็นกลยุทธ์คือดูกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการที่จะต้องมีการซ่อมแซมทั้งอาคารและเคลื่อนจักรต่างๆหลังจากน้ำลดลงแล้ว ปัจจัยตลาดในวันนี้ ดัชนีดาวโจนส์ปิดลบเมื่อคืนนี้ จากแรงขายที่ส่งเข้าฉุดหุ้นกลุ่มธนาคาร หลังจากเจพีมอร์แกน เชส แอนด์ โค เปิดเผยว่าผลประกอบการไตรมาส 3 หดตัวลง อันเนื่องมาจากการขาดทุนในตลาดปล่อยกู้จำนอง นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยลบจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน หลังจากจีนเปิดเผยยอดเกินดุลการค้าร่วงลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 อย่างไรก็ตาม ดาวโจนส์ปรับตัวลงเพียงเล็กน้อย ขณะที่ Nasdaq ปิดบวกเพราะได้แรงซื้อที่ส่งเข้าหนุนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี คาดวันนี้อ่อนตัวได้เล็กน้อย   คมสันต์ ปรมาภูติ Tel. (662) 618-1333   รายงานวันนี้ หุ้น: BTS          คำแนะนำ: ซื้อ          ราคาเป้าหมาย (บาท): 0.90 กำไรสุทธิแข็งแกร่งต่อภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง ธุรกิจขนส่งจะเป็นปัจจัยหลักที่หนุนการเติบโตในระยะยาวของ BTS ธุรกิจสื่อมีแนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่ง ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวดีขึ้น ผลประกอบการในปี 2554/55 มีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง   นักวิเคราะห์: สุพพตา ศรีสุข Tel. (662) 618-1343   กลุ่ม: อุปโภคบริโภค          คำแนะนำ: เพิ่มน้ำหนักการลงทุน          ราคาเป้าหมาย (บาท): - ภาวะน้ำท่วมที่หนักที่สุดในรอบ 40 ปีได้เริ่มส่งผลกระทบกับกลุ่มค้าปลีก BIGC และ HMPRO ประกาศว่าได้ปิดศูนย์รับส่งสินค้าเนื่องจากความไม่สะดวกในการขนส่ง สาขาของ HMPRO และ MAKRO ยังเปิดบริการตามปกติ ส่วน BIGC ปิดมินิบิ๊กซี 1 สาขา ในขณะที่ร้านเซเว่นอีเลฟเว่นปิดไม่ถึง 50 สาขา เรามองว่าเป็นผลกระทบเชิงลบแค่ระยะสั้นเท่านั้น หุ้นที่ชอบที่สุดในระยะกลางยังเป็น HMPRO และ ROBINS ส่วนหุ้นที่เราชอบในระยะยาวได้แก่ CPALL และ MAKRO   นักวิเคราะห์: ไชยธร ศรีเจริญ Tel. (662) 618-1344 หุ้น: CPF          คำแนะนำ: ซื้อเก็งกำไร          ราคาเป้าหมาย (บาท): 32.00 เราปรับเพิ่มคำแนะนำจาก ถือ เป็น ซื้อเก็งกำไร เนื่องจากการขาดแคลนอุปทานเนื้อสัตว์หลังน้ำท่วม คาดกำไรสุทธิเติบโตแข็งแกร่งในไตรมาส 3/54 กำไรสุทธิในไตรมาส 4/54 มีความเสี่ยงจากการบริโภคเนื้อสัตว์ที่ชะลอตัวลง การลดลงของปริมาณยอดสั่งซื้ออาหารสัตว์ และราคาและปริมาณการส่งอออกที่มีแนวโน้มต่ำลง   นักวิเคราะห์: ประสิทธ์ สุจิรวรกุล Tel. (662) 618-1342   หมายเหตุ: รายงานดังกล่าวเป็นเพียงเนื้อหาโดยสรุป สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในรายงานฉบับเต็ม   Technical Analysis Security: TFUND Position: ทยอยซื้อในช่วง 9-10 บาท เป้าหมาย 10.5-11.0 Stop loss < 9 บาท Reason: คาดว่าราคาหุ้นรับข่าวไประดับหนึ่ง นอกจากนั้น TFUND มีเงินสดเหลือพอจ่ายปันผลได้ตามปกติ   Security: MINT Position: รอซื้อที่แนวรับ 10.0 บาท เป้าหมาย 11 บาท Stop loss < 9.80 บาท Reason: ค่อนข้าง Oversold แล้วและเกิดสัญญาณการฟื้นตัว   Security: CENTEL Position: รอซื้อที่แนวรับ 7.80 บาท เป้าหมาย 8.80 บาท Stop loss < 7.60 บาท Reason: ค่อนข้าง Oversold แล้วและ   โดย บมจ.หลักทรัพย์ บัวหลวง ประจำวันที่ 14 ต.ค. 2554

ติดตามSanook! Money

ติดตามข่าวเศรษฐกิจ การตลาด ธุรกิจส่วนตัว ภาษี บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!