ภาวะตลาดหุ้นรายวัน - บล.เคจีไอ

แกว่งผันผวน ให้รอดูก่อน   KGI ประเมินหุ้นไทยวันจันทร์เปิดบวกต่อ แต่ช่วงบ่ายมีแนวโน้มถูกขาย ภาพรวมตลาดหุ้นเอเชียยังได้แรงหนุนจากประเด็นบวกในภาคธนาคารยุโรป หลังจากที่ประชุม G-20 ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาผลักดันให้ยุโรปออกแผนเพิ่มทุนให้ธนาคารอย่างเร็วที่สุดเพื่อป้องกันการลุกลามของปัญหาหนี้ภาครัฐฯ และขณะนี้เป็นที่คาดการณ์ว่าในการประชุม EU Summit วันที่ 23 ต.ค. จะมีการประกาศรายละเอียดของแผนเพิ่มทุนฯ นอกจากนี้ภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐฯ ไม่มีปัญหา หลังรายงานยอดค้าปลีกเดือน ก.ย. เพิ่มขึ้น 1.1% MoM ดีกว่าที่ตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.6% และดีที่สุดในรอบ 7 เดือนด้วย   อย่างไรก็ดี การกระเพื่อมของจิตวิทยายังอยู่และไว้ใจไม่ได้ เนื่องจากแผนเพิ่มทุนธนาคารยุโรปมีจุดเสี่ยงเช่นกัน กล่าวคือหากราคาเพิ่มทุนและ/หรือการลดสัดส่วนของหุ้นเดิมมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก ก็อาจส่งผลให้หุ้นธนาคารในยุโรปถูกกดดันหนักเช่นกัน ซึ่งต้องติดตามต่อไป นอกจากนี้หากการลดหนี้ของกรีซ (Haircut) ต้องทำในปริมาณสูง ก็อนุมานได้ว่าธนาคารต้องเพิ่มทุนในปริมาณมากและกลับมากดดันตลาดได้อีกครั้ง ส่วนปัจจัยในประเทศนั้น KGI คาดว่าในวันที่ 19 ต.ค. จะมีการลดดอกเบี้ย 0.5% สู่ 3.0% เพื่อพยุงเศรษฐกิจไทยในช่วงวิกฤตน้ำท่วม   กลยุทธ์เทรดดิ้ง: จากที่แนะนำให้ขายพอร์ตเล่นสั้นไปช่วงวันพฤหัส-ศุกร์ที่แล้ว เราแนะนำให้รอดูสถานการณ์อยู่นอกตลาด แนวต้านวันนี้อยู่ที่ 970-972 จุด ส่วนแนวรับ 950 จุด การซื้อหุ้นเก็งกำไรให้เน้นหุ้นรายตัวที่ได้ประโยชน์จากการซ่อมแซมหลังน้ำท่วม เช่นกระเบื้อง (DCC, DRT) ยางมะตอย (TASCO) ปูนซีเมนต์ (SCC*) เป็นต้น นอกจากนี้คาดว่าจะมีแรงเก็งกำไรในหุ้นนิคมฯ ที่น้ำไม่ท่วม เช่น HEMRAJ, AMATA ด้วย   ความเห็นข่าวเด่นจากสถาบันวิจัยฯ   ธนาคารพาณิชย์ประเมินปัญหาน้ำท่วมยังไม่จบและอาจรุนแรงกว่าที่คาด ซึ่งสร้างความเสียหายโดยตรงต่อผู้ประกอบการขนาดใหญ่หลายอุตสาหกรรม และลุกลามไปยังธุรกิจเกี่ยวเนื่อง อาทิ เอสเอ็มอี และธุรกิจขนาดกลาง ที่มีสายป่านสั้น  โดยล่าสุด คาดธุรกิจเอสเอ็มอี ได้รับผลกระทบมาถึง 30% ขณะที่เครื่องจักรเสียหายหนัก ต้องใช้เวลาซ่อมแซมหลายเดือนและหวั่นกระทบแผนการลงทุนจากญี่ปุ่น เร่งภาครัฐฟื้นฟูความเชื่อมั่นและหาแนวทางป้องกันความเสียหายในอนาคต เราเชื่อว่าการเติบโตของสินเชื่อจะชะลอตัวในเดือนตุลาคม และอาจต่อเนื่องไปถึงเดือนพฤศจิกายน หากระดับน้ำยังไม่ลดลง อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่าความต้องการสินเชื่อจะกลับมาอีกครั้งหลังจากสถานการณ์น้ำท่วมจบลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากกลุ่มลูกค้าบุคคล และ SME ในขณะเดียวกัน เรามองว่า NPL ไม่น่าจะเพิ่มขึ้นมากจากเหตุการณ์นี้ เนื่องจากธนาคารต่างๆ ได้มีการใช้มาตราการช่วยเหลือลูกหนี้เพื่อไม่ให้เป็น NPL อันได้แก่ การยืดอายุสินเชื่อ ลด/งดค่าธรรมเนียม ให้วงเงินสินเชื่อพิเศษ เป็นต้น เรายังคงน้ำหนักการลงทุนมากกว่าตลาดสำหรับกลุ่มธนาคาร โดยมี KBANK* และ SCB* เป็นหุ้นเด่น   โดย บมจ.หลักทรัพย์ เคจีไอ(ประเทศไทย) ประจำวันที่ 17 ต.ค.2554  

ติดตามSanook! Money

ติดตามข่าวเศรษฐกิจ การตลาด ธุรกิจส่วนตัว ภาษี บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!