ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น7.84จุด

กระแสหุ้นออนไลน์

สนับสนุนเนื้อหา

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดเมื่อคืนนี้ (24 พ.ย.) ที่ 17,817.90 จุด เพิ่มขึ้น 7.84 จุด หรือ +0.04% ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 4,754.89 จุด เพิ่มขึ้น 41.92 จุด หรือ +0.89% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,069.41 จุด เพิ่มขึ้น 5.91 จุด หรือ +0.29% โดยดัชนีดาวโจนส์ และ S&P 500 ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เพราะได้รับแรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของตลาดหุ้นทั่วโลก หลังจากธนาคารกลางหลายแห่งส่งสัญญาณการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหม่   ตลาดหุ้นนิวยอร์กได้รับแรงหนุนจากการทะยานขึ้นของตลาดหุ้นทั่วโลกเมื่อวานนี้ โดยเฉพาะดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ของจีนที่พุ่งขึ้น 1.85% ขานรับธนาคารกลางจีนที่ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากระยะ 1 ปี ลง 0.25% สู่ระดับ 2.75% และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะ 1 ปี ลง 0.4% สู่ระดับ 5.6% โดยมีผลตั้งแต่วันเสาร์ที่ 22 พ.ย.ที่ผ่านมา การประกาศลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางจีนในครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่เดือนก.ค.2555 ซึ่งถือเป็นความพยายามล่าสุดของทางการจีนในการเดินหน้าสนับสนุนเศรษฐกิจของประเทศ   ส่วนหุ้นในตลาดยุโรปต่างปรับตัวขึ้นทั่วกระดาน จากคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) อาจดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่เพื่อรับมือกับแรงกดดันด้านเงินฝืด นอกจากนี้ หุ้นยุโรปยังได้รับแรงหนุนหลังสถาบัน Ifo ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจของเยอรมนี เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจของเยอรมนีในเดือนพ.ย.ปรับตัวขึ้นแตะระดับ 104.7 จากระดับ 103.2 ในเดือนต.ค. โดยเป็นการปรับตัวขึ้นครั้งแรกในรอบ 7 เดือน หลังจากที่อ่อนแรงลงติดต่อกันมา 6 เดือน   อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นนิวยอร์กได้รับแรงกดดันในระหว่างวันเนื่องจากข้อมูลเศรษฐกิจที่ซบเซาของสหรัฐ โดยธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาชิคาโก เปิดเผยว่า ดัชนีกิจกรรมการผลิตทั่วประเทศในเดือนต.ค.ลดลงแตะ +0.14 จาก +0.29 ในเดือนก.ย. ซึ่งแสดงให้เห็นว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจมีการขยายตัวที่ชะลอลงในเดือนที่แล้ว   ขณะที่ผลสำรวจของมาร์กิตระบุว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐในเดือนพ.ย.ปรับตัวลงมาอยู่ที่ 56.3 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. จาก 57.1 ในเดือนต.ค. ซึ่งเป็นการชะลอตัวลงเป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกัน   นักลงทุนจับตาดูการประมาณการครั้งที่ 2 ของจีดีพีสหรัฐช่วงไตรมาส 3/2557 ซึ่งจะมีการเปิดเผยในวันอังคาร เวลา 20.30 น.ตามเวลาไทย หลังจากที่การประมาณการครั้งแรกนั้น จีดีพีไตรมาส 3 สหรัฐขยายตัว 3.5% มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะขยายตัวเพียง 3%  

ติดตามSanook! Money

ติดตามข่าวเศรษฐกิจ การตลาด ธุรกิจส่วนตัว ภาษี บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!