รถร่วมภาคเอกชนเรียกร้องขอปรับค่าโดยสารเพิ่ม

รถร่วมภาคเอกชนเรียกร้องขอปรับค่าโดยสารเพิ่ม
thaipbs

สนับสนุนเนื้อหา

สมาคมพัฒนารถร่วมภาคเอกชน ยื่นข้อเรียกร้องกระทรวงคมนาคมขอปรับค่าโดยสารเพิ่ม พร้อมระบุ หากข้อเรียกร้องไม่ได้ผล ภายในสิ้นปี 2557 นี้ รถโดยสารของภาคเอกชนกว่า 3,800 คัน อาจต้องหยุดให้บริการ

 
การขอปรับค่าโดยสารของรถโดยสารประจำทางหมวด 4 นายวิทยา เปรมจิตต์ นายกสมาคมพัฒนารถร่วมเอกชน กล่าวว่า อัตราค่าโดยสารของรถประจำทางหมวดที่ 4 ที่ผ่านมาไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ทำให้ผู้ประกอบการต้องแบกรับภาระต้นทุน และขาดสภาพคล่องมาเป็นระยะเวลา 10 ปี จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลหาแหล่งเงินกู้ระยะยาวดอกเบี้ยต่ำเหมือนธุรกิจเอกชนประเภทอื่น วงเงิน 400 -500 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือสภาพคล่องในการนำเงินไปซ่อมบำรุงรักษารถที่มีอยู่ให้กลับมาใช้ได้ดีขึ้น

นอกจากนี้ยังขอปรับอัตราค่าโดยสารเฉลี่ยระยะละ 2 - 3 บาท โดยรถสองแถวจากอัตรา 7 บาทเป็น 10 บาท  รถโดยสารธรรมดาจาก 8 บาทเป็น 10 บาท และรถโดยสารปรับอากาศจากตามระยะทาง 12-24 บาท เป็น 14-26 บาท ขณะที่ปัจจุบันรถโดยสารของภาคเอกชนมีอยู่ 3,800 คัน แต่ทำการเดินรถได้เพียงร้อยละ 70 ส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 30 อยู่ระหว่างรอเงินกู้มาช่วยเหลือในการซ่อมบำรุง

ทั้งนี้หากข้อเรียกร้องไม่ได้ตามที่ขอจากภาครัฐบาลภายในสิ้นปี 2557 รถโดยสารของภาคเอกชนกว่า 3,800 คัน อาจต้องหยุดให้บริการ และอาจส่งผลกระทบต่อผู้ใช่บริการจำนวนมาก นอกจากนี้กลุ่มผู้ประกอบการยังมองว่า โครงการจัดซื้อรถโดยสารเอ็นจีวีใหม่จำนวน 3,183 คัน ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก.นั้น จะส่งผลกระทบกับผู้ประกอบการภาคเอกชน จึงต้องการให้ภาครัฐสำรวจความจำเป็นก่อนเนื่องจากรถโดยสารที่ให้บริการอยู่บนท้องถนนมีอยู่จำนวนมาก โดยในสัปดาห์หน้าจะขอติดตามความคืบหน้ากับกระทรวงคมนาคมอีกครั้ง

ด้านนางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคมกล่าวว่า ข้อเสนอในการพิจารณาเรื่องการปรับขึ้นค่าโดยสารรถทุกประเภท ต้องพิจารณาร่วมกันภายในกระทรวงคมนาคมก่อน เพราะต้นทุนของค่าโดยสารของรถแต่ละประเภทมีความแตกต่างกัน