"เฮลโล คิตตี้" ในวัยย่าง 40 ปี ขุมทรัพย์ล้ำค่าดัน "ซานริโอ" โตก้าวกระโดด

"เฮลโล คิตตี้" ในวัยย่าง 40 ปี ขุมทรัพย์ล้ำค่าดัน "ซานริโอ" โตก้าวกระโดด
ประชาชาติธุรกิจ

สนับสนุนเนื้อหา

ตัวการ์ตูนแมวสีขาว ผูกโบสีแดง หน้าตาน่ารักที่ชื่อ "เฮลโล คิตตี้" ที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นจากบริษัทซานริโอ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งกำลังจะมีอายุครบ 40 ปีในปีหน้า ถึงวันนี้นอกจากความนิยมในญี่ปุ่นแล้ว ความโด่งดังของเฮลโล คิตตี้ยังไปไกลข้ามทวีปไปทั่วโลก และมีแฟนพันธุ์แท้อีกจำนวนมากที่คอยติดตามคอลเล็กชั่นต่าง ๆ ของแมวน้อยตัวนี้อยู่ตลอดเวลา

สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า ความนิยมในตัวการ์ตูนคิตตี้ที่กระจายออกไปทั่วโลก ส่งผลให้ "ชินทาโร ซึจิ" ผู้ก่อตั้งบริษัทซานริโอ โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในวัย 85 ปีผู้นี้กลายเป็นมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพล ตั้งแต่เขาได้เปิดตัวเฮลโล คิตตี้ ในปี 2517 ซึจิก็สามารถกุมหัวใจและเงินในกระเป๋าของเด็ก ๆ ผู้หญิง ผู้ใหญ่ รวมไปถึงบรรดา "เซเลบริตี้" ระดับโลกอย่าง "เลดี้ กาก้า" ที่เป็นแฟนตัวยงของเฮลโล คิตตี้ ผ่านตัวสินค้าต่าง ๆ ที่ซานริโอขายลิขสิทธิ์ให้กับบริษัททั่วโลก นำไปผลิตเป็นของเล่นต่าง ๆ รวมไปถึงถุงกอล์ฟ และเครื่องนวดระบบสั่นแบบพกพา ฯลฯ

ปีงบประมาณล่าสุด สิ้นเดือนมีนาคม 2556 บริษัทสัญชาติญี่ปุ่นรายนี้ซึ่งมีธุรกิจครอบคลุมตั้งแต่ของกระจุกกระจิกไปจนถึงธุรกิจสวนสนุก และผู้ผลิตภาพยนตร์ สามารถทำยอดขายได้ทั้งสิ้นถึง 74.25 พันล้านเยน หรือคิดเป็น 898.6 ล้านเหรียญสหรัฐ

"Ted Bestor" ผู้อำนวยการ Reischauer Institute of Japanese Studies มหาวิทยาลัย ฮาร์วาร์ด กล่าวว่า ถึงขณะนี้เฮลโล คิตตี้ เหมือนสินค้าที่ติดลมบนไปแล้ว และเป็นเรื่องที่ยากมากที่จะเห็นว่ามันจะได้รับความนิยมลดลง เชื่อว่ายังมีวิธีสร้างการเติบโตให้กับแคแร็กเตอร์ตัวนี้ไปยังทั่วโลกได้อีกมาก

ปัจจุบัน "ซึจิ" ดำรงตำแหน่งประธานและซีอีโอของบริษัทซานริโอ ขณะที่ลูกชาย "คูนิฮิโกะ" ในวัย 61 ปี ดำรงตำแหน่งประธานฝ่ายปฏิบัติการและรองประธานอาวุโส อย่างไรก็ตาม ชื่อของทั้งคู่กลับไม่เคยปรากฏในการจัดอันดับของผู้ที่ร่ำรวยที่สุดในโลกแต่อย่างใด

ทุกวันนี้มหาเศรษฐีวัย 85 ปียังคงถือหุ้นของบริษัทซานริโอไว้ถึง 1.8 ล้านหุ้น และมากกว่า 18.1 ล้านหุ้น ถือผ่านคูนิฮิโกะ และยังมีกองทุนที่ถือโดยนามของภรรยา

ข้อมูลจากหนังสือ "Hello Kitty : The Remarkable Story of Sanrio and the Billion Dollar Feline Phenomenon" ที่วางจำหน่ายเมื่อปี 2546 ที่ผ่านมา ระบุว่าทุกวันนี้ "ซึจิ" ใช้นามปากกาของตัวเองว่า "Strawberry King" กำกับลงไปทุกครั้งเวลาเขียนนิวส์เลตเตอร์ของบริษัท เขาเกิดมาในครอบครัวที่ร่ำรวยจากการทำธุรกิจร้านอาหารและโรงแรมในย่านยามานาชิ ซึ่งอยู่ห่างจากโตเกียว 63 ไมล์

"ซึจิ" เริ่มเข้าสู่เส้นทางธุรกิจเมื่ออายุ 33 ปี จนกระทั่งปี 2503 ซึจิได้จัดตั้ง "Yamanashi Silk Center" ด้วยเงินทุน 1 ล้านเยน ขายสินค้าเกี่ยวกับผ้าไหมและรองเท้าแตะเดินชายหาด หลังจากนั้นอีก 2 ปีเขาถึงนำเสนอแคแร็กเตอร์การ์ตูนตัวแรกที่ชื่อว่า "Strawberry"

ส่วนแคแร็กเตอร์แมวขาวโบสีแดง กลายเป็นที่โด่งดังหลังจากซึจิวางขายกระเป๋าใส่เงินที่เป็นรูป "เฮลโล คิตตี้" ในปี 2518 ด้วยแนวทางดังกล่าวทำให้บริษัทเสียฐานลูกค้าที่เป็นกลุ่มผู้ใหญ่ ก่อนที่จะฟื้นกลับมาอีกครั้งในช่วงปี 2533-2542 และกลายเป็น "ทอล์กออฟเดอะทาวน์" ไปทั่ว เมื่อแมคโดนัลด์ สิงคโปร์ เปิดตัวของเล่นลายเฮลโล คิตตี้ คู่กับเพื่อนที่ชื่อ "เดียร์ แดนเนียล" ในชุดแต่งงาน ที่สร้างกระแสให้บรรดานักสะสมแย่งชิงกันมาเป็นเจ้าของ

ซึจิกล่าวเอาไว้ในเว็บไซต์ของบริษัทว่า สิ่งสำคัญที่ร้อยเรียงธุรกิจอันหลากหลายของเราไว้นั้นคือ มุมมองของการให้ที่มาจากใจ โดยซานริโอมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือผู้คนให้สามารถส่งต่อความรู้สึกสำคัญเช่นนี้ให้กับคนอื่น ๆ ได้

เส้นทางการเติบโตทั่วโลกของ Strawberry King เริ่มต้นขึ้น เมื่อเขาขายสิทธิ์ตัวการ์ตูนเฮลโล คิตตี้ และแคแร็กเตอร์อื่น ๆ ให้กับบริษัทต่าง ๆ ที่ทำสินค้าที่แตกต่างกัน แทนที่จะมัวโฟกัสอยู่กับการผลิตและสร้างยอดขายด้วยตัวเอง กลยุทธ์ดังกล่าวช่วยให้ซานริโอมีกำไรเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าถึง 27% ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา

การขายลิขสิทธิ์แคแร็กเตอร์ตัวการ์ตูนให้กับค่ายต่าง ๆ ไปผลิตสินค้า ถือเป็นคีย์ซัคเซสที่ทำให้ซานริโอเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีลูกค้าสำคัญ ๆ อาทิ "วอล-มาร์ต" ค้าปลีกอันดับ 1 ของโลกที่ซื้อ ลิขสิทธิ์เฮลโล คิตตี้ ไปผลิตเสื้อผ้าและเครื่องประดับ รวมถึง "อินดิเท็กซ์" แฟชั่นรายใหญ่จากสเปน เจ้าของแบรนด์ซาร่า และผู้ผลิตคริสตัลจากออสเตรียอย่างสวารอฟสกี้ ที่มีส่วนสำคัญทำให้ซานริโอมีรายได้พุ่งไปถึง 21.1 พันล้านเยนในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เป็นการเติบโตทั้งในสหรัฐ อเมริกากลาง และละตินอเมริกา โดยเฉพาะเม็กซิโกและภูมิภาคเอเชียที่ยังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง

อย่างไรก็ตาม ซานริโอได้พยายามที่จะเปลี่ยนและนำเสนออะไรที่มากไปกว่าเฮลโล คิตตี้ โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา บริษัทได้ซื้อลิขสิทธิ์ตัวการ์ตูนที่ชื่อ "Mr.Right" จากบริษัท Chorion ซึ่งถือเป็นแคแร็กเตอร์ตัวแรกที่ซานริโอไม่ได้พัฒนาขึ้นเอง เพื่อกระจายความเสี่ยง และสร้างความหลากหลายให้กับธุรกิจมากขึ้น