ด่านศุลตรวจเข้มขนเหล้าหนีภาษี รับลูก"ราคาขายใหม่"สัปดาห์หน้า

ด่านศุลตรวจเข้มขนเหล้าหนีภาษี รับลูก"ราคาขายใหม่"สัปดาห์หน้า
ประชาชาติธุรกิจ

สนับสนุนเนื้อหา

อธิบดีสรรพสามิตลั่นสัปดาห์หน้าสตาร์ตแจ้งราคาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ปรับขึ้นฐานใหม่ พร้อมจับมือศุลกากรตรวจเข้มกองทัพมดขนเหล้าหนีภาษีชายแดนทั้งภาคเหนือ-อีสาน หวั่นยอดลักลอบนำเข้าพุ่งหลังราคาขายพุ่งขึ้น

นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวถึงความคืบหน้าของการประกาศปรับเพดานและอัตราภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใหม่ ซึ่งจะทำให้ราคาเพิ่มสูงขึ้นเฉลี่ยประมาณ 10-15% จากราคาเดิมนั้น คาดว่าภายในสัปดาห์หน้า ผู้ผลิตและผู้ประกอบการจะต้องทำการยื่นขอปรับราคาขายใหม่ แจ้งมายังทางสรรพสามิตพื้นที่ในแต่ละแห่ง และจะเห็นการปรับขึ้นราคาขายใหม่ทั่วประเทศภายในสัปดาห์หน้า

ขณะเดียวกัน ปัญหาที่ทำให้ผู้ประกอบการยังไม่สามารถปรับราคาขายสุราใหม่ได้ทันที เนื่องจากผู้ประกอบการบางรายอยู่ระหว่างการปรับตัวเชิงธุรกิจ และมีการเตรียมพร้อมปรับราคาขายปลีก ขายส่ง เพราะเข้าใจว่าบางรายยังมีออร์เดอร์ที่ยังค้างสต๊อกอยู่อีกจำนวนมาก ดังนั้นจึงไม่สามารถปรับราคาขายสุราใหม่ได้ทันที

อย่างไรก็ตาม หลังจากผู้ประกอบการมีการปรับราคาขายสุราเพิ่มขึ้นตามอัตราภาษีใหม่แล้ว กรมสรรพสามิตจะให้หน่วยงานตามพื้นที่ต่าง ๆ ลงตรวจสอบพื้นที่ว่าผู้ประกอบการได้มีการปรับขึ้นตามเพดานภาษีที่กำหนดจริงหรือไม่ หากราคาไม่เป็นไปตามกำหนด ทางสรรพสามิตสามารถคิดราคาคำนวณการเสียภาษีย้อนหลังกับผู้ประกอบการได้ หากพบว่าราคานั้นไม่เป็นจริง ก็สามารถนำข้อมูลไปเปรียบเทียบกับฝั่งผู้ประกอบการที่มีการจ่ายเสียภาษี

นอกจากนี้ ทางสรรพสามิตได้เตรียมการร่วมกับกรมศุลกากรตามด่านต่าง ๆ ให้เข้มงวดการตรวจสอบการหนีภาษี หรือลักลอบนำเข้าสุรา ที่อาจเกิดขึ้นมาก อาทิ ในจุดพื้นที่ภาคเหนือ อีสาน พร้อมกันนี้ ได้เปิดโอกาสให้กรมศุลกากรเก็บภาษีหน้าด่านด้วยวิธีใหม่ ซึ่งได้ทำความเข้าใจการคำนวณการเก็บภาษีใหม่ จากเดิมจัดเก็บบนฐานราคาขาย ณ โรงงาน หรือราคานำเข้า (CIF) บวกกับภาษีอากรขาเข้า เปลี่ยนมาเป็นใช้ราคาขายส่งช่วงสุดท้ายในการคำนวณภาษีตามมูลค่าแทน ซึ่งด่านศุลกากรต้องคำนวณตามประกาศ

"ภายใน 1-2 เดือนนี้ คาดว่าตลาดน่าจะช็อกเล็กน้อย ทำให้การจัดเก็บภาษีอาจชะลอไปบ้างในเดือนแรก ๆ แต่คาดว่าหลังจากนั้นจะเข้าสู่สมดุลได้ แต่สิ่งที่อยากให้เข้าใจ คือรายได้จากการจัดเก็บที่เพิ่มขึ้นราว 1 หมื่นล้านบาทต่อปี"