"ภาคภูมิ-ภาณุพงษ์" มัทวานนท์ 2 ทายาทธุรกิจฝาแฝดเลือดใหม่ นำ "ฮีโน่ มหาสารคาม" มั่งคั่งยั่งยืน

"ภาคภูมิ-ภาณุพงษ์" มัทวานนท์ 2 ทายาทธุรกิจฝาแฝดเลือดใหม่ นำ "ฮีโน่ มหาสารคาม" มั่งคั่งยั่งยืน
ประชาชาติธุรกิจ

สนับสนุนเนื้อหา

"ภาคภูมิและภาณุพงษ์" มัทวานนท์ เป็นนักธุรกิจฝาแฝด ทายาทธุรกิจ บริษัท ฮีโน่ มหาสารคาม จำกัด ดีลเลอร์รถบรรทุกฮีโน่ในจังหวัดมหาสารคาม ปัจจุบันทั้ง 2 คนดำรงตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป สืบทอดดูแลกิจการต่อจากคุณพ่อ (วิวัฒน์ มัทวานนท์) ที่เริ่มธุรกิจดีลเลอร์รถบรรทุกฮีโน่ในจังหวัดชัยภูมิเป็นแห่งแรก ก่อนจะขยายธุรกิจมาสู่จังหวัดมหาสารคาม

2 พี่น้อง "ตระกูลมัทวานนท์" เป็นนักเรียนนอกทั้งคู่ สำหรับแฝดพี่ "ภาคภูมิ" ดีกรีปริญญาโท สาขาการบริหารธุรกิจจาก Brunel University ลอนดอน ประเทศอังกฤษ ส่วนแฝดน้อง "ภาณุพงษ์" จบปริญญาโท สาขาการเงิน จาก Shanghai University Of Finance And Economics ประเทศจีน

ภาคภูมิและภาณุพงษ์เริ่มต้นเล่าว่า ครอบครัวประกอบธุรกิจดีลเลอร์รถยนต์ฮีโน่ ในนามบริษัท ชัยภูมิฮีโน่มอเตอร์เซลล์ มานานเกือบ 20 ปี โดยคุณพ่อวิวัฒน์ ซึ่งมีประสบการณ์และความชำนาญในการบริหารงานขายรถยนต์บรรทุก ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ

แต่ในปี 2555 ฮีโน่มีนโยบายขยายสาขาเพื่อรองรับอัตราการเติบโตของตลาดในพื้นที่ภาคอีสาน อาทิ จังหวัดมหาสารคาม กาฬสินธุ์ และมุกดาหาร ซึ่งคุณพ่อได้ตัดสินใจขยายธุรกิจมาสู่จังหวัดมหาสารคาม

ใช้เงินลงทุนกว่า 70 ล้านบาท เปิดโชว์รูมฮีโน่ที่มหาสารคาม ในนามบริษัท ฮีโน่มหาสารคาม จำกัด บนพื้นที่กว่า 17 ไร่ บริเวณถนนเลี่ยงเมือง (สี่แยกแก่งเลิงจาน-พลศึกษา) ตำบลแก่งเลิงจาน อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม

พร้อมกับมอบหมายงานให้บุตรชายฝาแฝดเป็นผู้บริหารจัดการร่วมกัน โดย "ภาคภูมิ" ผู้พี่ รับหน้าที่ผู้จัดการดูแลด้านการตลาด ส่วน "ภาณุพงษ์" น้องชาย ดูแลด้านบริการซ่อมและอะไหล่รถยนต์

"ภาคภูมิ-ภาณุพงษ์" บอกว่า สาเหตุที่ตัดสินใจมาลงทุนในจังหวัดมหาสารคาม เนื่องจากเป็นเมืองที่มีกำลังซื้อสูง เพราะเป็นเมืองการศึกษา มีธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องขยายตัวอย่างรวดเร็ว ที่สำคัญมีนักธุรกิจทั้งในและนอกพื้นที่เข้ามาลงทุนพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์จำนวนมาก ทำให้ความต้องการใช้รถยนต์บรรทุกขนดินและวัสดุก่อสร้างเพื่อนำไปใช้ในธุรกิจก่อสร้างสูงขึ้นตามไปด้วย

นอกจากนี้ มหาสารคามยังมีพืชเศรษฐกิจหลัก 3 ตัว ประกอบด้วย ข้าว มันสำปะหลัง และอ้อย ที่มีผลผลิตสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในแต่ละฤดูกาลเป็นจำนวนมาก ทำให้เกษตรกรมีกำลังซื้อ ต้องการรถบรรทุกไว้ใช้งานและรับจ้างขนย้ายพืชผลทางการเกษตร

ทั้งนี้ในปีที่ผ่านมา บริษัทสามารถทำยอดขายได้มากกว่า 300 คัน ส่วนปีนี้ตั้งเป้าการขายเติบโตไว้ 20-30% และคาดว่าน่าจะเป็นไปตามเป้าหมาย เนื่องจากความสำเร็จส่วนหนึ่งมาจากการที่รถยนต์บรรทุกฮีโน่เป็นแบรนด์สินค้าระดับโลก มีชื่อเสียงมายาวนาน ตลาดให้ความนิยมสูงกว่ารถบรรทุกแบรนด์อื่น ๆ ทำให้สินค้าขายง่าย

อย่างไรก็ตาม นักธุรกิจฝาแฝดเตรียมต่อยอดและพัฒนาบริษัทให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยปลายปีนี้บริษัทจะเปิดสาขาเพิ่มในมหาสารคามอีก 1 สาขา ที่อำเภอเชียงยืน และขยายไปยังจังหวัดที่เหมาะสม

2 ฝาแฝดเปิดเผยหลักการบริหารงานว่า จะนำความรู้ที่เรียนมาประยุกต์ใช้ ที่สำคัญคือเน้นสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าที่ซื้อรถไป ให้นำรถยนต์กลับมาใช้บริการซ่อมบำรุงกับเราตลอดไป รวมทั้งใช้แผนการประชาสัมพันธ์สินค้าออกสู่ตลาดผ่านสื่อท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง และนำพนักงานขายออกพบปะลูกค้าถึงหน้าประตูบ้านเป็นประจำเพื่อสร้างความคุ้นเคย

"การทำธุรกิจจะอยู่ได้ระยะยาวต้องมีลูกค้ามาใช้บริการตลอด จึงต้องสร้างความประทับใจให้ลูกค้าที่มาใช้บริการกับเรา ให้เขากลับมาใช้บริการอีก"

พร้อมกันนี้ยังเตรียมความพร้อมสู่การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมและความรู้ของบุคลากรในบริษัท เน้นการฝึกใช้ภาษาอังกฤษ รวมทั้งภาษาเพื่อนบ้าน เพื่อสื่อสารกับลูกค้าต่างประเทศที่จะเข้ามามากขึ้น

"มหาสารคามและพื้นที่ภาคอีสานตอนบน จะเป็นเส้นทางผ่านของถนนสายเศรษฐกิจอีสต์-เวสต์ คอร์ริดอร์ ซึ่งทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ มีการขนถ่ายสินค้าผ่านเส้นทางนี้จำนวนมาก"

นอกเหนือจากเทคนิคการบริหารองค์กรแล้ว "ภาคภูมิ-ภาณุพงษ์" ทิ้งท้ายว่า สิ่งที่คุณพ่อและคุณแม่ (เพชรรัตน์ มัทวานนท์) สั่งสอนมาโดยตลอดว่า การทำธุรกิจต้องมีจรรยาบรรณ ซื่อสัตย์ต่อลูกค้า และซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพของเรา

"ภาคภูมิ-ภาณุพงษ์" 2 ทายาทฮีโน่ มหาสารคาม แม้จะอยู่ในวัยละอ่อน แต่ไม่เดียงสาทางธุรกิจอย่างแน่นอน