รีบออกจากความสัมพันธ์ หากคนรักทำพฤติกรรมเช่นนี้

รีบออกจากความสัมพันธ์ หากคนรักทำพฤติกรรมเช่นนี้

รีบออกจากความสัมพันธ์ หากคนรักทำพฤติกรรมเช่นนี้
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

รักแท้และคู่แท้มีอยู่จริง แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะโชคดีได้เจอกับทั้งรักแท้และคู่แท้ ก่อนที่จะเริ่มต้นความสัมพันธ์หรือช่วงแรก ๆ ของความสัมพันธ์ สิ่งที่คุณสัมผัสได้จากความรักและคนรักจะมีแต่สิ่งสวยงาม ไม่เช่นนั้นคุณคงไม่ตกลงปลงใจเริ่มต้นความสัมพันธ์นี้ขึ้นมาแต่แรก โดยที่คุณก็คงไม่คิดไม่ฝันถึงช่วงหลังรักหมดโปรโมชันหรอกว่ามันจะเลวร้ายแค่ไหน ซึ่งไม่แปลกด้วยที่จะไม่จินตนาการถึง เพราะช่วงเวลานั้นคุณมีความสุขมากเกินกว่าจะมาคิดถึงเรื่องแย่ ๆ

แต่ถ้าวันใดที่คนรักของคุณเกิดหมดรักคุณขึ้นมา แต่เขาหรือเธอยังไม่ได้พูดที่จะขอจบความสัมพันธ์ มีเพียงสัญญาณจากการเปลี่ยนใจ ความรักหวานชื่นที่เคยมีอาจขมปี๋ได้ทันที คุณอาจต้องเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลงในช่วงข้ามคืน ความสัมพันธ์ที่เคยดีมีความสุขกลายเป็นความสัมพันธ์ที่เป็นพิษ จนคุณต้องอดทนกับความทรมานมากกว่าควานหาความสุข 4 พฤติกรรมต่อไปนี้ คือสัญญาณที่บอกว่าถึงเวลาแล้วที่คุณควรพิจารณาถึงความสัมพันธ์ที่เป็นพิษต่อตัวคุณเอง ควรทำอะไรสักอย่างถ้าทำได้ เพื่อพาตัวเองออกมาจากความสัมพันธ์ที่บั่นทอน

ติอย่างเดียวไม่เคยชม
หากคุณแทบไม่เคยได้รับการยอมรับในสิ่งที่คุณเป็นหรือคำชื่นชมใด ๆ จากคนรักอีกเลยนับตั้งแต่รักหมดโปร แต่มักจะได้ยินพวกคำวิจารณ์หรือติเตียนเชิงลบที่ฟังแล้วเจ็บปวด บั่นทอน แล้วก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยที่จะนำมาปรับปรุงเปลี่ยนแปลง โดยมาพร้อมกับคำลวงที่เขาหรือเธออ้างว่า “พูดตรง ๆ” คุณรู้สึกได้ว่าเขาหรือเธอตั้งใจจะโจมตีแดกดันมากกว่าอยากเห็นคุณในเวอร์ชันที่ดีขึ้น ทั้งที่ก่อนหน้านี้ทำอะไรก็ดีไปหมด ตอนนี้ทำดีก็ไม่เคยชม ผิดพลาดนิดเดียวเป็นเรื่องใหญ่ พฤติกรรมเช่นนี้กัดกร่อนความรู้สึกคุณอย่างช้า ๆ ความสัมพันธ์จืดจางลงทุกวัน และคงจะเลิกรากันไปในที่สุด เพราะไม่มีใครอยากฟังคนรักพูดติตัวเองเสีย ๆ หาย ๆ มีแต่เรื่องลบ ๆ ทุกวันหรอก

ดูถูกเหยียดหยาม
ขั้นกว่าของการวิพากษ์วิจารณ์หรือตำหนิติเตียนในเชิงลบตลอด คือคำพูดหรือการกระทำที่มันเริ่มที่จะแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นการดูถูกเหยียดหยามน้ำใจกัน ไม่แคร์กันไม่ว่าแต่ด้อยค่ากันมันมากเกินไป คุณสังเกตว่าคนรักของคุณเยาะเย้ย เพิกเฉยต่อความต้องการของคุณ กล้าที่จะทำให้คุณต้องอับอายต่อหน้าคนอื่น บ่อนทำลายความรู้สึกที่คุณมอบให้ หรือแม้กระทั่งการปฏิเสธที่จะอยู่เคียงข้างคุณในยามที่คุณต้องการ จนทำให้คุณรู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อย ไม่มีคุณค่า ไร้ศักดิ์ศรี หรือไร้ความสามารถ แบบนี้คุณเองควรรีบถอนตัวออกมาจากความสัมพันธ์แบบนี้ซะเดี๋ยวนี้เลยถ้าทำได้ เพราะพฤติกรรมเช่นนี้ไม่ใช่พฤติกรรมของคนที่รักกันหรอกนะ

ทำให้รู้สึกต้องตั้งรับมากกว่าจะเป็นผู้รับ
การเป็นผู้รับกับการต้องตั้งรับนั้น ความรู้สึกมันต่างกัน อันที่จริงมันก็แตกต่างตั้งแต่สิ่งที่คนรักมอบให้คุณแล้ว สืบเนื่องมาจากพฤติกรรมของคนรัก 2 ข้อด้านบน นั่นแหละคือการที่คุณต้อง “ตั้งรับ” เพราะถ้าคุณต้องเจอแต่การวิพากษ์วิจารณ์เชิงลบตลอด ทำอะไรก็ไม่เคยดี ทำดีไม่มีคำชม แต่ถ้าพลาดนิดเดียวกลายเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย หรือคุณรับรู้ได้ว่าตัวเองกำลังไร้คุณค่าลงทุกวันเมื่ออยู่กับคน ๆ นี้ คุณจึงต้องพยายามหาวิธีมาตั้งรับ ต้องรับมือกับเรื่องที่เจอเพื่อให้ตนเองอดทนอยู่ได้แม้ว่าจะเจ็บปวดแค่ไหนก็ตาม ขณะเดียวกันก็แทบไม่เคยได้สัมผัสการเป็นผู้ให้บ้างและผู้รับบ้างแบบที่คู่รักปกติเขาเป็นกัน นี่ก็อาจถึงเวลาที่คุณต้องพิจารณาแล้วว่าจะเป็นฝ่ายตั้งรับไปอีกนานแค่ไหน

ทำให้รู้สึกเหมือนคุยกับกำแพง
ข้อนี้อธิบายง่าย ๆ ก็คือการเฉยชา เพิกเฉย ทอดทิ้ง และเมินกันโดยสมบูรณ์ คนรักของคุณไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งที่คุณร้องขอหรือแสดงออกไปเพื่อตอบโต้ เหมือนคุณกำลังยืนคุยอยู่กับกำแพงที่ไม่มีชีวิต กำแพงไม่รับรู้ ไม่หืออือ แบบว่าถ้าคุณทุบกำแพงคุณก็จะเจ็บมือ มือเป็นแผลอยู่ฝ่ายเดียว ตะโกนใส่กำแพงก็ไม่มีประโยชน์ เจ็บคอเปล่า ที่สำคัญเสียงที่คุณตะโกนออกไปก็จะสะท้อนจากกำแพงกลับมาหาคุณ ที่เป็นแบบนี้เพราะอีกฝ่ายอาจไม่เหลือความรู้สึกอะไรให้คุณแล้ว เขาหรือเธอปฏิเสธที่จะมีส่วนร่วมกับการพูดคุยที่คุณต้องการจะเคลียร์ให้ชัดเจน ไม่สนใจปัญหา และไม่สนใจที่จะแก้ปัญหา และที่แน่ ๆ คือไม่สนใจคุณด้วย ทำลายความผูกพันทั้งหมดที่คุณทั้งคู่มีไปเรียบร้อย

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook