วิถี "นักมวย" แค่หมัดหนัก ยังไม่พอ

วิถี "นักมวย" แค่หมัดหนัก ยังไม่พอ
Tonkit360

สนับสนุนเนื้อหา

กระแสกีฬามวย กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง หลังรายการ ’10 Fight 10′ ทางช่องเวิร์คพอยท์ ที่นำดาราทั้งหมด 10 คู่ มาชกกันตามกติกามวยสากลสมัครเล่น ผ่านพ้นซีซั่นแรก โดยดาราทั้ง 20 ต้องผ่านการฝึกซ้อมเบสิกมวยภายใต้ระยะเวลาอันจำกัดก่อนขึ้นชก

อย่างไรก็ดี แม้ผู้ชมจะสะใจกับการเห็นนักชกออกหมัดใส่กันแบบไม่ยั้ง หรือต้องการเห็นหมัดสำคัญที่สามารถส่งคู่แข่งลงไปกองกับพื้นได้ ทว่าวิถีของนักมวยบนผืนผ้าใบ คนที่หมัดหนักที่สุด อาจไม่ได้เป็นผู้ชนะเสมอไป

เส้นทางกว่าจะมาเป็น ‘นักมวย’

– มีเทรนเนอร์ดี สิ่งแรกคือการเคลื่อนไหวพื้นฐาน ที่เทรนเนอร์จะสอนเบสิคเบื้องต้น ทั้งการเคลื่อนไหว การป้องกัน การยืนตำแหน่งยามอยู่บนเวที รวมถึงความแคล่วคล่องว่องไว

– สภาพความฟิต มองดูภายนอกคุณอาจเป็นนักกีฬาที่ดูดี แต่หากความฟิตไม่ถึง ทุกอย่างเป็นอันจบ การฝึกซ้อมด้วยการออกกำลังกาย อาทิ กระโดดเชือก วิ่ง ลุก-นั่ง คือแนวทางที่จะทำให้คุณไม่หมดแรงง่ายๆบนเวที

– ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ คือแนวทางที่ช่วยป้องกันอาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ โยคะ คือวิธีการที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง แต่ความจริงแล้วมันสามารถช่วยให้กล้ามเนื้อยืดหยุ่นและฝึกสมาธิไปในตัวด้วย

– ควบคุมอาหาร หากคุณเป็นนักมวยที่เตรียมขึ้นชก อาหารประเภทโปรตีนคือสิ่งที่ร่างกายต้องการมากที่สุด อาทิ ปลา ไก่ ไข่ เนย ถั่ว รวมถึงผักผลไม้ และไขมันที่เหมาะสมกับร่างกายอาทิ อะโวคาโด

– ยกระดับการออกกำลัง อีกหนึ่งขั้นของการฝึกความอึดและอดทด การจะเป็นนักมวยที่ดี อย่าลืมว่าตลอดการชก ขาของคุณต้องเคลื่อนไหวอยู่บนเวทีตลอดเวลา ฉะนั้นจำเป็นต้องยกระดับการออกกำลังเพื่อเพื่อความอดทน

– ฝึกฝนจิตใจ กีฬามวย ไม่ใช่แค่การต่อสู้ด้วยพละกำลังเท่านั้น แต่มันยังวัดถึงความสามารถด้านกระบวนความคิด การตัดสินใจในสถานการณ์เฉพาะหน้าเพียงเสี้ยววินาที นักมวยระดับโลกหลายคน อาทิ มูฮัมหมัด อาลี ,ฟลอยด์ เมเวทเธอร์ จูเนียร์ หรือกระทั่งสมรักษ์ คำสิงห์ มีความพิเศษเหล่านี้ ที่นำพาพวกเขาไปสู่ชัยชนะได้

4 ปัจจัยหลัก ‘นักมวย’ เมื่อขึ้นชกบนเวที

– การป้องกัน ไม่ว่าคุณจะเป็นนักมวยประเภท ‘ไฟท์เตอร์’ เดินหน้าสู้ หรือแนว ‘บ็อกเซอร์’ ที่อาศัยชั้นเชิงเป็นหลัก แต่หากไม่มีการป้องกันตัวที่ดีหรือประมาทเกินไป ก็อาจถูกน็อคได้ง่ายๆ สิ่งสำคัญคือต้องพยามตั้งการ์ดป้องกันให้ได้ตลอดเวลาเมื่ออยู่บนเวที

– ความเร็ว แม้ว่าน้ำหนักหมัดของคุณจะหนักแค่ไหน แต่หากไม่มีความเร็วหรือช้ากว่าคู่แข่งเพียงแค่หนึ่งสเต็ป คุณก็ไม่มีทางที่จะปล่อยหมัดใส่คู่แข่งได้เลย นี่แหละคือความสำคัญที่ต้องเริ่มจากการฝึกซ้อมอย่างหนัก

– น้ำหนักหมัด การมีหมัดที่หนัก และออกหมัดบ่อยๆบางทีก็ไม่จำเป็นเสมอไป เพราะหากคู่แข่งป้องกันอย่างถูกวิธี นั่นหมายความว่า แต่ละหมัดที่คุณออกไปนั้น คือกำลังที่สูญเสียไป ฉะนั้น การหาจังหวะในการชก คืออีกหนึ่งแนวทางที่จะทำให้คุณเผด็ดศึกคู่ชก เพราะบางทีแค่หมัดเดียวเน้นๆก็เพียงพอแล้ว

– สัญชาตญาณ จริงอยู่ที่เทรนเนอร์หรือพี่เลี้ยงจะวางแผนให้คุณก่อนขึ้นชก และระหว่างพักยก แต่เมื่อขึ้นออกไปตะบันกับคู่แข่งบนเวที คุณคือคนที่กำหนดทุกอย่าง บางทีอาจไม่มีเวลาคิดด้วยซ้ำ มันคือสิ่งที่อยู่ในตัวคุณที่หากมาถูกที่ถูกเวลา ก็สามารถพาคุณไปสู่ชัยชนะได้เช่นกัน

ทั้งหมดนี้คือเส้นทางสู่ความสำเร็จ ที่ใช้ได้ในทุกๆวงการ โดยเฉพาะวงการมวย แม้ว่าคุณอาจจะเป็นรองในเรื่องน้ำหนักหมัด หรือกระทั่งเชิงมวย แต่เชื่อได้เลยว่า หากคุณฝึกซ้อมมากกว่าคนอื่น ประตูสู่ชัยชนะพร้อมเปิดต้อนอยู่อย่างแน่นอน

ข้อมูลจาก wikihow.com/Become-a-Professional-Boxer

ติดตามSanook! Men

อัพเดตเทรนด์แฟชั่น สุขภาพ ไลฟ์สไตล์ของผู้ชายได้ที่นี่